จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช
ตุลาคม 15, 2018, 08:47:14 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช
ยินดีต้อนรับสมาชิก และผู้เยื่ยมชมทุกๆท่าน
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นครพระชุมคำกลอน นครชุมยุครุ่งเรือง พุทธศักราช ๑๘๐๐ - ๒๐๐๐ ต้นกำเนิด ประเพณีการนบ  (อ่าน 775 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
apairach
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1272


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« เมื่อ: มกราคม 17, 2018, 11:41:57 am »

นครพระชุมคำกลอน
นครชุมยุครุ่งเรือง พุทธศักราช ๑๘๐๐ - ๒๐๐๐
ต้นกำเนิด ประเพณีการนบพระ เล่นเพลง
ริมฝั่งปิง   แหล่งอุดม สมบูรณ์สุข      นครใหญ่  ไร้ทุกข์  เกรียงไกรแสน
   ศักราช พันเจ็ดร้อย ไม่ขาดแคลน         เกิดเมืองใหญ่ ในดินแดน ลุ่มน้ำปิง
      นครชุม กลุ่มชน คนรักถิ่น         รวมพลัง รวมแผ่นดิน รวมทุกสิ่ง
   ตั้งบ้านเรือน ร่วมใจ ไม่ประวิง         นครชุม ใหญ่ยิ่ง จึงเกิดมา
      พระบรมธาตุ คู่เมือง รุ่งเรืองแล้ว      ดังดวงแก้ว ส่องทาง สร้างสรรหา
   สืบกษัตริย์ ครองราชย์ พัฒนา         นครชุม ล่วงมา นับร้อยปี
      พระเจดีย์ สามองค์ ทรงสง่า      พุ่มข้าวบิณฑ์ วัฒนา สง่าศรี
   จากจารึก นครชุม ริมนที            พระญาลิไทย เจ้าปฐพี ประดิษฐ์ไว้
      พันเก้าร้อย ศักราช มหาศาล      ทรงเสด็จ บันดาล ความสุขไสว
   ขบวนพยุหยาตรา แสนวิไล         สุโขทัย เชื่อมสัมพันธ์ มั่นไมตรี
      นำพระบรม สารี ริกธาตุ         พระพุทธเจ้า โอภาส เป็นศักดิ์ศรี
   ประดิษฐาน องค์ไว้ ในเจดีย์         องค์กลางมี หลักฐาน เนิ่นนานมา
      พระเจดีย์ สามองค์ ราษฎร์จงรัก      จิตประจักษ์ นครชุม  ชนหรรษา
   คนกราบไหว้ บรมธาตุ ราษฎร์บูชา         เจ็ดร้อยปี สืบมา  อย่างมั่นคง
      นำพระศรี มหาโพธิ์ พฤกษ์ศักดิ์สิทธิ์   ทรงตรัสรู้  ได้จิต  ดั่งประสงค์
   ใต้ต้นโพธิ์ จากลังกา ยังยืนยง         จึงเรียกตรง ว่านบพระ มาต่อกัน
      ประเพณี นบพระ จะวิสิทธิ์      นบพระธาตุ  สถิตย์  หฤหรรษ์
   นบพระศรี มหาโพธิ์  ทั่วถึงกัน         จึงสร้างสรรค์ นบพระ ประเพณี







เล่นเพลง
      ราษฎร ตามเสด็จ สนุกสนาน      เล่นเพลงกัน เซ็งแซ่  มีแสงสี
   สนุกสนาน ตามประสา ประชาชี         ร่วมร้องเล่น ทุกชีวี มีพลัง
      รำกลองยาว รำแม่ศรี ยังมีอยู่      อาจเชิดชู สืบต่อ มาแต่หลัง
   คล้องช้าง รำโทน เสียงก้องดัง         พวงมาลัย อาจยัง สืบต่อมา
      ชมระบำร้องแก้  ดูเหมาะสม      หนุ่มสาวชม เกี้ยวกัน ให้หรรษา
   นครชุมแสนสนุก ทุกเวลา            งามจรรยา งามจิต ชีวิตไทย
      เหล่าเด็กเด็ก เล่นสนุก สุขเหลือแสน   งูกินหาง วางแผน แสนสดใส
   มอญซ่อนผ้า หารือ จากแดนไกล         สนุกไป ตามประสา ชาวนคร
      องค์พระญาลิไทย เสด็จนบ      พระประสบ ความสำเร็จ อนุสรณ์
   นครชุม สุโขทัย เอื้ออาทร            รวมนคร เป็นหนึ่ง ให้ซึ้งใจ
      จึงสรรค์สร้าง ประเพณี  ที่ดียิ่ง      นบพระเล่นเพลงสิ่ง สว่างไสว
   สืบต่อกัน ยืนยาว อย่างก้าวไกล         หมดสมัย พ่อพระญา ยังถาวร

















นครชุมล่มสลาย จากเมืองใหญ่กลายเป็นหมู่บ้าน      
นครชุม รุ่งเรือง ประเทืองฟ้า      สืบต่อมา ยิ่งใหญ่ กว่าสิงขร
   อนิจจัง สังขาร ไม่แน่นอน            นครชุม บวร ต้องล่มไป
      ศักราช สองพัน พลันเกิดเรื่อง      น้ำปิงเฟื่อง เชี่ยวกราก เป็นเกลียวไหล
   ตลิ่งพัง กำแพงทรุด ตกน้ำไป         เกินแก้ไข  ต้องทิ้งเมือง ที่เลื่องลือ
      อนิจจัง วัดพระบรมธาตุ          ตลิ่งพัง ติดอาวาส สิ่งนับถือ
   ทิ้งวัดร้าง ห่างคน เลื่องระบือ         ทิ้งเจดีย์ มีชื่อ  อ้างว้างไกล
      ย้ายบ้านเมือง มาฝั่ง ตรงกันข้าม      สร้างกำแพง เรืองนาม แสนยิ่งใหญ่
   กำแพงเพชร ชากังราว ระบือไป         นครชุม ต้องจากใจ ของผู้คน
      ประเพณี วัฒนธรรม คงสูญหาย      ต้องกลับกลาย สืบไม่ได้ ทุกแห่งหน
   เพราะจารึก นครชุม ไม่อับจน         จึงสืบค้น จากจารึก ศึกษากัน
      สามร้อยปี นครชุม หายสาบสูญ      คนอาดูร ในจิต คิดหวาดหวั่น
   จะคืนกลับ ยิ่งใหญ่ ในวานวัน         จากเมืองนั้น เป็นหมู่บ้าน ปากคลองมา
      เคยเป็นเมือง มหา อำนาจใหญ่      กับต้องกลาย หมู่บ้านเล็ก ได้ศึกษา
   บ้านปากคลอง ดินแดนโหด ด้วยโรคา      เลื่องลือมา เล่าขาน ตำนานเมือง
      กลายเป็นป่า ดงดิบ สัตว์ร้ายซ่อน      เมืองถล่ม จมซ้อน ไม่ฟูเฟื่อง
   สิ้นตำนาน นครชุม  เมืองรุ่งเรือง         กลายเป็นป่า ดงเมือง  ไร้ผู้คน
      บ้านเรือน ผู้คน สูญสลาย         แปรเปลี่ยนกลาย ดงเศรษฐี มีในหน
   ดงเศรษฐี บ้านปากคลอง ต้องอับจน      เพราะผู้คน ทิ้งถิ่น ถวิลครวญ

   







๒.นครชุม ยุดฟื้นฟู   (๒๓๐๐-๒๔๔๙)
   สมเด็จพุฒาจารย์โต สถาปนาวัดพระบรมธาตุใหม่
กำแพงเพชร ฟูเฟื่อง เป็นเมืองใหญ่   พุฒาจารย์โต  เกรียงไกร อาคมขลัง
   เสด็จกลับ มาเผาญาติ  เรื่องโด่งดัง         นครชุม จึงมีหวัง  อีกครั้งครา
      ทรงประทับ จำวัด วัดเสด็จ      ในวิหาร ก่องเก็จ ทรงศึกษา
   ประทับนั่ง หลับเนตร วิปัสสนา         คุณวิชา  นิมิตปลวก ห่อหุ้มไว้
      ทรงพิจารณา ถ้วนถี่ ญาณวิเศษ      เมื่อทราบเลศ ซ่อนอยู่ จึงแก้ไข
   ทรงมองเห็น จารึก เลิศวิไล         อยู่กลางใจ จอมปลวก ในวันนั้น
      ให้เลกวัด ขุดค้น ไปจนพบ      จารึกใหญ่ หมดจด อย่างสร้างสรรค์
   โปรดได้อ่าน จารึก คุณอนันต์         จึงรู้เรื่อง ราวพลัน เมืองโบราณ
      ว่าเคยมี พระยามหากษัตริย์      สุโขทัย แน่ชัด มาสืบสาน
   ประดิษฐาน   บรมธาตุ กาลนาน      บูชากาล สารี ริกธาตุไว้
      สถาปนา ต้นพระศรี มหาโพธิ์      ปลูกไว้โต แผ่กิ่ง  แสนกว้างใหญ่
   จึงคิดค้น บูชา ด้วยหัวใจ            รับสั่งให้ พระยาราม ตามค้นดู
พระยาราม ตามหา บรมธาตุ      ตามจารึก พิลาศ ไม่อดสู
   จากวังแปบ ขึ้นเหนือ เพื่อเชิดชู         พระเจดีย์ ซ่อนอยู่ ในป่าไกล
      พระเจดีย์สามองค์ คงพันผูก                     ประดิษฐาน โพธิ์ปลูก เจดีย์ใหญ่
   จึงรายงาน สมเด็จโต ด้วยหัวใจ         ความพิไล ซ่อนไว้ ในดงดอน
      สมเด็จโต ดีใจ ได้ค้นพบ         ตามจารึก ประสบ อนุสรณ์
   จึงรื้อดู ค้นพบ ธาตุบวร            สำเภาเงิน จากจร เจ้าโลกีย์
      โลกุตรนาวา มาพร้อมธาตุ         พระพุทธเจ้า เหนือชาติ เป็นศักดิศรี
   เป็นความจริง ตามจารึก ในปฐพี         พระญาลิไทย เจ้าชีวี ประดิษฐ์ไว้
      ทรงฟื้นฟู วัดพระ บรมธาตุ      นิมนต์พระ นักปราชญ์ มาสร้างใส่
   สถาปนา พระบรมธาตุ ได้ดั่งใจ         พระบรมธาตุ เลิศวิไล จึงกลับมา




พญาตะก่า (แซงพอ)ขอสร้างเจดีย์ทรงมอญ ครอบเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์
   ศักราช สองพัน สี่ร้อยสิบสี่    พญาตะก่า ก่อเจดีย์ สวมองค์ไว้
ขออนุญาต เมืองหลวง ด้วยดวงใจ      อนุญาต สร้างไว้ ครอบองค์เดิม
   เป็นเจดีย์ ทรงมอญ ซ่อนองค์เก่า   สวมเดิมเข้า พุทธศาสน์ มาสร้างเสริม
เจดีย์ใหญ่ มหึมา ได้ต่อเติม      ไม่ทันเสร็จ สร้างเพิ่ม แชงพอตาย
   ทิ้งร้างไว้ แสนนาน ยังไม่เสร็จ   สามสิบเจ็ด ปีต่อมา ไม่เสียหาย
พะโป้ศรัทธา สร้างต่อ จากพี่ชาย      เจดีย์ใหญ่จึงสำเร็จ นิรันดร์กาล
   พระบรมสารีริกธาตุ ยังคงอยู่        ในเจดีย์ พิศดู ปาฏิหารย์
พ่อค้าไม้ ร่ำรวย ด้วยเชี่ยวชาญ      สร้างบรมธาตุ พิสดาร ได้ดังใจ
   ทาสีเหลือง ลายปูนขาว เข้าในจิต   ศิลปะ ร่วมชีวิต คือเงื่อนไข
สร้างสำเร็จ งดงาม ตามฤทัย      พระบรมธาตุ คงไว้ ได้เหมือนเดิม
   พระพุทธเจ้าหลวง เสด็จประพาสต้น  กำแพงเพชร สืบค้น ทรงสร้างเสริม
ชมว่างาม มองในน้ำ สร้างเพิ่มเติม        เจดีย์เดิม อยู่ข้างใน ใจมั่นคง
   เพ็ญเดือนสาม ประเพณี วันมาฆะ      บุญใหญ่ละ เลิกสิ้น ดังประสงค์
ประเพณี ต่อเนื่อง ในเผ่าพงศ์         นครชุม ดำรง ประเพณี
   สืบต่อมา กว่าร้อยปี มีชีวิต     ประเพณี ศักดิ์สิทธิ์ เป็นวิถี   
นบพระบรมธาตุ เหนือชีวี          เพ็ญเดือนสาม ยังมี คู่ปากคลอง   

      


   


      
      

๓.พระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสต้น บ้านปากคลอง ( ๒๕ สิงหาคม ๒๔๔๙)
ตอนเช้าเสด็จบ้านพะโป้    
   พระพุทธเจ้าหลวง ทรงเสด็จ      ประพาสต้น สำเร็จ ดั่งประสงค์
ประพาสอย่าง ไม่เป็น การดำรง         เพียงประสงค์ เยี่ยมราษฎร์ เมืองกำแพง
ทั้งสิบวัน  ทรงประทับ กำแพงเพชร   พระเสด็จ  มีความสุข ทุกหนแห่ง
ยี่สิบห้า สิงหา ปากคลองแจง         เสด็จเมือง สำแดง บ้านปากคลอง
   เช้าเสด็จ คลองสวนหมาก บ้านพะโป้   พ่อค้าไม้ ใหญ่โต ไม่มีสอง
ขึ้นประทับ ถ่ายรูป เยี่ยมพักตร์มอง         ร่ำรวยปอง สร้างพระธาตุ องค์เจดีย์
   มีภรรยา    งดงาม นามทองย้อย      งามชดช้อย  คู่พะโป้ สมศักดิ์ศรี
เป็นลูกสาว กำนันวัน คนที่ดี         แม่เธอนี้ อำแดงไทย คนใหญ่โต
   ค้าขายไม้ ร่ำรวย อวยอำนาจ      บ้านพะโป้ ราวปราสาท แสนอักโข
ประทับบ้าน หลังใหญ่ คล้ายร่มโพ         บ้านพะโป้ เรียกขาน บ้านรอห้า
   เป็นบ้านห้าง ขนาดใหญ่   ไม่มีเทียบ   ปัจจุบัน ยังเปรียบ ได้ศึกษา
ผู้คนยัง สนใจ ทุกเวลา            มาเยี่ยมชม  บ้านรอห้า กันคึกคัก
   เสด็จกลับ มาเสวย กระยาหาร      กลางวันวาร   ที่หาดทราย ได้ประจักษ์
ประชาราษฎร์ ถวายพร ร่วมจงรัก         มหาราช ที่รัก ประชาชน
   












ตอนบ่ายเสด็จ วัดพระบรมธาตุ นครชุม
ยามตอนบ่าย เสด็จขึ้น  บรมธาตุ      ประชาราษฎร์ รับเสด็จ ทุกแห่งหน
ต่างแห่แหน จากป่าเขา ลำเนายล         บารมีล้น เข้าเฝ้า เช้าถึงเย็น
   เสด็จชม บรมธาตุ ที่ยิ่งใหญ่      งามวิไล มองในน้ำ ชมเงาเห็น
พระเจดีย์ สูงใหญ่ ทรงมอญเป็น         ทรงชื่นชม ทุกประเด็น ที่มาชม
   เสด็จโดย เรือที่นั่ง หางแมงป่อง      ลอยละล่อง วารี แสนเหมาะสม
ชมแม่ปิง คลองสวนหมาก เหมาะนิยม      กำลังใจ ระดม  ให้ปากคลอง
   เคยป่วยไข้ ได้รับ น้ำจากป่า      มีโรคา มากมาย ไม่มีสอง
จะเดินทาง ขึ้นเหนือ ตามครรลอง         ต้องผินหน้า  ไปมอง ฝั่งกำแพง
   เพราะว่ากลัว ไข้ป่า มาระบาด      ไม่เคยขาด ทรพิษ ทุกหนแห่ง
ดินแดนแห่ง ความตาย ยังแสดง         พระภูบาล ไม่ระแวง โรคภัยพาล
   องค์พระพุทธ เจ้าหลวง ยังเสด็จ      ไม่เคยกลัว คนเข็ด ในภัยผลาญ
ยังเสด็จเยี่ยมเยียน ประชาชาญ         องค์ไม่กลัว ทรงสำราญ กลางปากคลอง
   พวกเรากลัว ไปทำไม ในวันนี้       พระบารมี ปกเกล้า ไม่มีสอง
อพยพ กันกลับมา แผ่นดินทอง         บ้านปากคลอง ของเรา ไม่เศร้าแล้ว














ตอนที่ ๔ นครชุมยุคปัจจุบัน
   จากปากคลอง  เปลี่ยนนาม ตามประวัติ          นครชุม แน่ชัด ดังประสงค์
เป็นตำบล เล็กเล็ก ที่ดำรง               ประเพณีคง วัฒนธรรม ล้ำเลิศใจ
   พระเจดีย์ สีทอง มองผุดผาด         เลิศพิลาส ในจิต พิสมัย
แหล่งท่องเที่ยว    ที่สำคัญ ในเมืองไทย         คนกราบไหว้ องค์พระธาตุ ไม่ขาดตอน
   เพ็ญเดือนสาม งามนัก เป็นงานใหญ่      นบพระธาตุ เลิศวิไล อนุสรณ์
หลายร้อยปี ไหว้พระธาตุ กราบบวร         มิแคลนคลอน ศรัทธา มหาชน
   เป็นหลักใจ รวมหลักจิต ชีวิตนี้         ประชาชี นบไหว้ ไปทุกหน
เกิดนบพระ เล่นเพลง บันดาลดล            มีผู้คน มานบไหว้ ใจศรัทธา
   มหกรรมเผาข้าวหลาม เป็นงานใหญ่      คนใกล้ไกล สามัคคี ด้วยหรรษา
ทำบุญใหญ่ เผาข้าวหลาม ตระการตา         สืบต่อมา กว่าร้อยปี มีให้ชม
   พระอุโบสถ สวยสง่า ใกล้ท่าน้ำ         ยังจดจำ อุปสมบท ได้เหมาะสม
เจ้าอาวาส ราชวชิรเมธี คนนิยม            งามสง่า ปราชญ์คม นิยมกัน
   ประเพณี ห่มผ้า บรมธาตุ            ทุกสงกรานต์ มิขาด หฤหรรษ์
มีความสุข แห่แหน มานิรันดร์            สนุกสนาน ประสานวัน ประเพณี
   ธรรมจักร ซันเดย์  ช่างเก๋แสน         คนทุกแดน มาสวด ทุกแห่งที่
สวดสร้างเสริม วันอาทิตย์ บารมี            ประชาชี สงบสุข ไร้ทุกข์ทน
   พระวิหาร พิพิธภัณฑ์ พระพุทธรูป         ใกล้สถูปเจดีย์ ไม่สับสน
พระพุทธรูป ทุกปาง อวดผู้คน            ได้ศึกษา เยี่ยมยล อยู่เคียงกัน
   พระราชานุสาวรีย์ ที่ยิ่งใหญ่         องค์ลิไทย สูงสง่า อย่างสร้างสรรค์
ต้นตำนาน นบพระเล่นเพลง นิจนิรันดร์         สักการะ บูชากัน ในวันนี้







ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี”
   แหล่งค้นคว้า สง่างาม นามไพเราะ         ตั้งเหมาะเจาะ  อยู่กลาง หว่างวิถี
ห้องสมุดประชาชน เฉลิมราชกุมารี            บารมี สมเด็จพระเทพฯ ทรงประทาน
   ครบร้อยแห่ง กำแพงเพชร ได้ประจักษ์        ราษฎร์จงรัก ภักดี สร้างประสาน
ถวายของ ถวายเงิน ถวายงาน               จึงสำเร็จ เทพประทาน ราวฝันไป
   ทันสมัย สมบูรณ์แบบ ห้องสมุด         เจริญรุด ครบถ้วน อย่าสงสัย
ห้องสมุด  แหล่งเรียนรู้ คู่หัวใจ            นครชุม เมืองวิไล ได้เล่าเรียน
   ห้องคือแหล่ง ค้นคว้า มหาศาล         แหล่งสำราญ ครบถ้วน ได้อ่านเขียน
สี่จุดศูนย์ รวมแหล่ง ได้พากเพียร            กำแพงเพชร เมืองวิเชียร    ป้อมปราการ
   ประวัติศาสตร์ แหล่งเรียนรู้ เชิดชูสิ้น      ทุกท้องถิ่น จัดหา มาเรียกขาน
เป็นแหล่งรวม   ความรู้ คู่มานาน            กำแพงเพชร วิชาชาญ เป็นศูนย์ใจ
   มีมุมเด็ก มุมผู้ใหญ่  อินเตอร์เนต         หนังสือเสร็จ นับหมื่นเรื่อง ได้ผ่องใส
จึงเชิญชวน ทุกท่าน ค้นคว้าใน            ห้องสมุด แสนยิ่งใหญ่ ในวันนี้

                     สันติ อภัยราช    ประพันธ์
   



   
            


   
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!