จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช
พฤศจิกายน 15, 2019, 06:05:28 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช
ยินดีต้อนรับสมาชิก และผู้เยื่ยมชมทุกๆท่าน
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องเล่าชาวปากคลอง เรื่องที่ ๓ ตอน เมืองนครชุมล่มสลายกลายมาเป็นบ้านปากคลอง เม  (อ่าน 1243 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
apairach
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1303


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« เมื่อ: เมษายน 10, 2017, 09:20:20 am »

เรื่องเล่าชาวปากคลอง
เรื่องที่ ๓ ตอน เมืองนครชุมล่มสลายกลายมาเป็นบ้านปากคลอง
   เมืองนครชุม เป็นเมืองโบราณ เดิมเป็นเมืองอิสระ มีกษัตริย์ปกครองตนเอง มีกำแพงเมืองใหญ่ก่อนร่วมอาณาจักรกับสุโขทัย สถาปนามาก่อนพุทธศักราช ๑๘๐๐ ได้ยกฐานเป็นเมืองลูกหลวงของอาณาจักรสุโขทัย (เมืองลูกหลวงหมายถึง เมื่อพระมหากษัตริย์สุโขทัยมีราชโอรสจะส่งมาปกครอง)
เมืองนครชุมเจริญรุ่งเรืองสูงสุด ในสมัยของพญาลิไทกษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย โดยเสด็จมาเมืองนครชุม และสถาปนา พระบรมสาริกธาตุ และพระศรีมหาโพธิ์ขึ้นที่เมืองนครชุมแห่งนี้ เมืองนครชุมเจริญรุ่งเรืองถึงราว พุทธศักราช ๒๐๐๐ เกิดน้ำกัดเซาะรวมทั้งเกิดไข้ป่าและโรคระบาด ทำให้เมืองนครชุม ถึงกาลล่มสลาย ประกอบกับอาณาจักรสุโขทัย ได้รวมเป็นแผ่นดินเดียวกันกับกรุงศรีอยุธยา ทำให้เมืองนครชุมหมดความสำคัญลง ผู้คนน่าจะอพยพข้ามฝั่งมาสู่เมืองกำแพงเพชร ทางฝั่งตะวันออก ทิ้งให้นครชุมร้างเป็นเวลายาวนานกว่าสามร้อยปี วัดพระบรมธาตกลายเป็นวัดร้างในป่ายาง เมื่อต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีการอพยพคนลาวจากเวียงจันทน์กว่าร้อยครอบครัว มาไว้ที่เมืองนครชุม ซึ่งต่อมาเรียกกันว่า บ้านปากคลอง โดยแบ่งเป็นปากคลองเหนือ ตั้งแต่โรงเรียนบ้านนครชุมขึ้นไป ปากคลองกลาง ตั้งแต่ปากซอยชากังราวขึ้นไป และปากคลองใต้ ตั้งแต่หัวยางขึ้นมา ไม่มีใครรู้จักเมืองนครชุมอีกเลย
   เมื่อสมเด็จพุฒาจารย์(โต) ได้มาค้นพบเมืองนครชุมอีกครั้ง ได้ ฟื้นฟูเมืองนครชุมขึ้น พร้อมกับวัดพระบรมธาตุ เรียกว่าบ้านปากคลอง ต่อมา เมื่อทราบว่า บ้านปากคลองนี้คือเมืองนครชุม จึงกลับมาเรียกว่าตำบลนครชุมดังเดิม จากเมืองใหญ่สุดในลุ่มน้ำปิง ปัจจุบันกลายมาเป็นตำบลเล็กๆ ที่มีความงดงามทางวัฒนธรรม มากที่สุดแห่งหนึ่งในสังคมไทย บอกถึงความเป็นอนิจจังของทุกสิ่ง เป็นที่สุด
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!