จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช
มกราคม 05, 2026, 08:09:06 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช
ยินดีต้อนรับสมาชิก และผู้เยื่ยมชมทุกๆท่าน
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ผู้กำกับคนใหม่ ในขณะขุนพันธ์ฯกำลังขนสัมภาระเข้าโรงแรมนิตยประภา ทันนั้น  (อ่าน 1038 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
apairach
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1537


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« เมื่อ: ธันวาคม 30, 2025, 09:50:02 am »

ผู้กำกับคนใหม่
          ในขณะขุนพันธ์ฯกำลังขนสัมภาระเข้าโรงแรมนิตยประภา ทันนั้นเองมีเสียงปืนดังขึ้นที่หน้าโรงแรมเหมือนเป็นการต้อนรับผู้กำกับคนใหม่ ขุนพันธ์ฯเข้าใจว่าถูกท้าทายจึงวิ่งขึ้นบันไดไปเอาปืนลงมา

         เดิมนั้น คุณวินิจ นิตยะประภา(ทนายความ) และคุณชูจิตต์ นิตยะประภา(เป็นนามสกุลพระราชทานเมื่อคราวที่ปู่ของทนายวินิจ คือรองอำมาตย์โท ขุนสุขะสุภา(เปล่ง) ดำรงตำแหน่ง ผู้พิพากษารองศาลจังหวัดสุโขทัย ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ พระราชทานนามสกุล นิตยะประภา Nityaprabha เป็นลำดับที่ ๓๕๙๗ ขุนสุขะสุภา(เปล่ง) ผู้พิพากษารองศาลจังหวัดพิจิตร  ทวดชื่อนิด ปู่ชื่อประภา 3/12/16

        ขุนสุขะสุภา(เปล่ง) เป็นคนชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ได้ย้ายมาอยู่ที่กำแพงเพชร โดยยึดอาชีพทนายความมาโดยตลอด

        ในช่วงที่คุณวินิจว่าความอยู่นั้น มีผู้ที่มาติดต่อให้ท่านว่าความเป็นจำนวนมาก และไม่น้อยมาจากต่างจังหวัด ทั้งพ่อค้า ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ขึ้นมาตรวจการ เกิดความเดือดร้อนในเรื่องที่พัก จึงทำให้คุณวินิจ และคุณชูจิตต์ มีแนวคิดที่จะสร้างโรงแรม จึงได้เช่าซื้อที่ดินซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ หาซื้อไม้สักจัดสร้างเป็นโรงแรมขึ้น เป็นอาคารชั้นเดียวพื้นสูง ชื่อ“นิตยะประภา” เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๘๙ และเป็นโรงแรมแห่งแรกของอำเภอเมืองกำแพงเพชร

        ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๔๘ นายวินิต นางชูจิตต์ ตัดสินใจรื้อถอนโรงแรมนิตะยประภา แล้วนำไม้สักทั้งหมดไปสร้างใหม่ ติดกับโรงแรมจิตต์ประภา(เป็นโรงแรมที่คุณวินัย นิตยะประภา(ทนายความ) บุตรของนายวินิต นางชูจิตต์สร้างขึ้น เมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๘) บริเวณหัวสะพานฝั่งนครชุม แยกเป็น ๒ หลัง ให้กับบุตรชายและหญิง หลังที่ ๑ ชื่อ“ฬฬิฬ เรือนไทยไม้สักทอง” เป็นของนายวิจาร(ทนายความ) นางณัฐสิริ นิตยะประภา หลังที่ ๒ ชื่อ“บ้านพระคุณแม่”(เรือนอาจารย์) เป็นของอาจารย์นิภาพร  สุวรรณพงศ์(นิตยะประภา) ดังนั้นโรงแรม“นิตยะประภา” ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งแรกของเมืองกำแพงเพชร สร้างเมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๙ และรื้อถอนเมื่อพุทธศักราช ๒๕๔๘ นับอายุได้ ๖๐ ปี ข้อมูลจาก อ.สันติ  อภัยราช)

       นางถี่เจ้าของโรงแรมเห็นเข้าก็เข้ากอดขุนพันธ์ฯไว้ แล้วพูดว่าไม่ใช่เรื่องของคุณ อย่าออกไป ขุนพันธ์ฯจะสะบัดอย่างไรไม่หลุด แกบอกขุนพันธ์ฯว่า มันเป็นธรรมเนียมของเมืองนี้ ใครจะเมาหรือไม่เมา เมื่ออยากยิงปืนก็ยิงกันได้ตามสบาย ดังนั้นขุนพันธ์ฯได้ไปอาบน้ำ ในคืนนั้นขุนพันธ์ฯนอนคิดหาวิธีปราบปรามผู้ร้ายเมืองกำแพงเพชรให้อยู่ในความสงบโดยรวดเร็ว

        รุ่งขึ้นวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๔๙๐ เวลา ๐๗.๐๐ น. ขุนพันธ์ฯแต่งเครื่องแบบเรียบร้อยแล้ว สั่งให้เด็กไปเช่าจักรยานมาคันหนึ่งราคา ๒๗ สตางค์ เพื่อให้เด็กขี่พาไปที่ สภ.อ.กำแพงเพชร

       ส่วนขุนพันธ์ฯขี่จักรยานของตนเอาที่เอามาด้วย วันนั้นไม่มีข้าราชการคนใดทราบข่าวการมาของผู้กำกับคนใหม่ พอเด็กพาไปถึงป่าแห่งหนึ่งก็หยุดนิ่ง พร้อมกับชี้ให้รู้ว่าที่แห่งนี้แหละ “สถานีตำรวจกำแพงเพชร”
  
        สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกำแพงเพชร เป็นหน่วยงานตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร ตั้งอยู่ที่ 155 ถนน เทศา 1, ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร กำแพงเพชร 62000

       สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกำแพงเพชร มีหน่วยบริการประชาชนในพื้นที่ต่างๆ เช่น หน่วยบริการประชาชนตำบลคลองแม่ลาย, หน่วยบริการประชาชนตำบลไตรตรึงษ์ และสถานีตรวจย่อยตำบลอ่างทอง

        สภาพ สภ.อ.กำแพงเพชร ที่เห็นเต็มไปด้วยต้นไม้เถาวัลย์ขึ้นปกคลุมจนมิดหลังคา บ้านผู้กำกับพังครืนไปครึ่งหนึ่ง จนนกกระจาบเข้าอาศัยทำรังอยู่เป็นฝูงๆ กระดานป้ายชื่อสถานีตำรวจถูกปลวกกัดจนตกลงมากองอยู่กับพื้นดิน ถนนเข้าสถานีตำรวจที่เคยกว้าง ๕ เมตรมีหญ้าอ้อ หญ้าแขม หญ้าคา ขึ้นปกคลุมจนเป็นซุ้มหนา มีช่องเล็กๆที่คนใช้เป็นทางเข้าออกได้

         ขุนพันธ์ฯทิ้งรถจักรยานไว้ข้างนอก แล้วแหวกหญ้าเข้าไป จนน้ำค้างเปียกเสื้อกางเกงหมด พอถึงบันไดสถานีตำรวจ มองเห็นที่ล้างเท้าน้ำแห้งสนิท ข้างบนมีตำรวจนั่งกอดปืนกระดิกเท้าอยู่ สภาพการแต่งกายบ่งบอกเป็นตำรวจถูกต้อง แต่เสื้อผ้าที่สวมใส่ไม่เคยซักแดงเป็นสนิท หมวกแก๊ปสวมไปทาง  กระเป๋าเสื้อขาดรุ่งหริ่ง ขุนพันธ์ฯเดินขึ้นไปตรงหน้ายาม ยามยังนั่งมองหน้าเฉย ขุนพันธ์ฯจึงถามว่าเธอเป็นยามใช่ไหม ยามตอบว่าใช่ ขุนพันธ์ฯได้ถามต่อไปว่า เธอรายงานตัวเป็นไหม และเมื่อยามแต่งตัวสวมหมวกถือปืนอย่างนี้ เมื่อผู้บังคับบัญชาขึ้นมาหรือมาพูดด้วยจะต้องทำอย่างไรก่อน
ยามตอบว่าไม่ทราบ ขุนพันธ์ฯจึงถามต่อไปว่า เธอเป็นตำรวจมากี่ปีแล้ว เคยฝึกหัดบ้างหรือเปล่า ใครเป็นนายร้อยเวร สิบเวร ต่อไปใครเป็นยาม ทำไมโรงพักรกเต็มไปหมดอย่างนี้ เก้าอี้ก็ล้มหงายบ้าง  ตะแคงบ้าง ราวปืนก็มีแต่ราว โรงพักเหมือนโรงร้างมานานปี

        ยามตอบว่าเป็นตำรวจมา ๒ ปีแล้ว จะปลดเดือนเมษายนปีนี้ ไม่เคยฝึกหัดเลย นายร้อยเวร สิบเวรไม่มี ใครเป็นยามคนต่อไปไม่ทราบ ถึงเวลาเขามาเปลี่ยนกันเอง โต๊ะเก้าอี้ไม่มีใครจัด โรงพักก็ไม่มีคนทำความสะอาด ปืน ดาบปลายปืน กระเป๋ากระสุนปืนของใครก็เอาไปเก็บรักษาไว้ที่บ้าน ที่โรงพักเอาไว้ไม่ได้จะถูกขโมยลักหมด

ขุนพันธ์ถามว่า ถ้าสมมุติจะฝึกแถวจะหัดที่ไหน
        ยามตอบว่าต้องไปหัดตามวัดหรือตามโรงเรียน เพราะที่นั่นมีลานมีสนามเตียนดี ขุนพันธ์ฯได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกสงสาร ประกอบกับเห็นสภาพของโรงพักแล้วก็ยิ่งเศร้าสลดใจ ขุนพันธ์ฯถามเขาต่อไปว่า“เธอรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร แต่งตัวอย่างนี้มียศชั้นไหน”

ยามตอบว่าเข้าใจว่าเป็นผู้กำกับมาใหม่ มียศเป็นนายพันตำรวจตรี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 30, 2025, 10:20:24 am โดย apairach » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!