จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช
มกราคม 04, 2026, 12:57:21 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช
ยินดีต้อนรับสมาชิก และผู้เยื่ยมชมทุกๆท่าน
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เมืองไตรตรึงษ์จากหลักฐานทางโบราณคดี นางสาวพัชราภรณ์ โพธิ์ไกร ผู้ช่วยนักโบราณคดี  (อ่าน 607 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
apairach
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1537


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« เมื่อ: ธันวาคม 31, 2025, 05:25:11 am »

เมืองไตรตรึงษ์จากหลักฐานทางโบราณคดี
นางสาวพัชราภรณ์  โพธิ์ไกร
ผู้ช่วยนักโบราณคดี อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย กรมศิลปากร
   เมืองไตรตรึงษ์ ตั้งอยู่ริมฝั่งด้านตะวันตกของแม่น้ำปิง อยู่ห่างตัวเมืองกำแพงเพชร ไปทางทิศใต้ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร ในเขตพื้นที่ตำบลไตรตรึงษ์และตำบลอ่างทอง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมมน มีคันดินและคูน้ำล้อมรอบ ประกอบด้วยคันดิน ๓ ชั้น และคูน้ำ ๒ ชั้น แนวคันดินด้านเหนืออยู่ติดกับแม่น้ำปิง มีขนาดกว้างประมาณ ๘๐๐ เมตร และยาว ๘๕๐ เมตร  หรือประมาณ ๔๒๕ ไร่ (ภาพที่ ๑) เมืองไตรตรึงษ์จึงเป็นหัวเมืองสำคัญทางทิศใต้ของอาณาจักรสุโขทัย เป็นประจักษ์พยานที่สะท้อนภาพลักษณ์ของความเป็นเมืองสำคัญที่ทำหน้าที่รองรับการตั้งถิ่นฐานของผู้คนตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน
   เมืองไตรตรึงษ์เป็นเมืองที่มีการอยู่อาศัยต่อเนื่องกันมากว่า ๑,๕๐๐ ปี พบหลักฐานทางโบราณคดีที่แสดงถึงการใช้พื้นที่ตั้งแต่สมัยทวารวดี สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรีจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยชิ้นส่วนตะเกียงดินเผาเป็นหนึ่งในโบราณวัตถุสมัยทวารวดีชิ้นสำคัญ ดังที่พบจากการดำเนินการทางโบราณคดีที่เมืองไตรตรึงษ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ (ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร) กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๖ (ภาพที่ ๒) มีขนาดยาว ๑๐.๕ เซนติเมตร โดยพบเป็นส่วนพวยของตะเกียง ปั้นขึ้นรูปด้วยมือ ส่วนปลายของพวยสันนิษฐานว่าทำเป็นรูปทรงคล้ายถ้วยซึ่งแตกหักไป คาดว่าเป็นตะเกียงสำหรับใส่น้ำมันตามไฟให้แสงสว่าง มักพบตะเกียงลักษณะนี้ในแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดี เช่น เมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม เมืองคูบัว จังหวัดราชบุรี แหล่งโบราณคดีบ้านท่าแค จังหวัดลพบุรี เมืองโบราณบ้านคูเมือง จังหวัดสิงห์บุรี เมืองบน (โคกไม้เดน) จังหวัดนครสวรรค์ สันนิษฐานว่าน่าจะได้รับแรงบันดาลใจในการผลิตจากตะเกียงโรมันสำริดที่พบจากแหล่งโบราณคดีพงตึก จังหวัดกาญจนบุรี นอกจากนี้ตะเกียงดินเผาที่พบในแหล่งโบราณคดีดังกล่าว ยังมีลักษณะคล้ายกับตะเกียงดินเผาที่พบในแคว้นอานธระทางภาคใต้ของประเทศอินเดีย
   ตะเกียงโรมันสมัยทวารวดี ที่พบในแหล่งโบราณคดีพงตึก จังหวัดกาญจนบุรี ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร (ภาพที่ ๓) เป็นตะเกียงสำริด มีฝาหล่อเป็นรูปพระพักตร์เทพเจ้าซิเลนัส (Silenus) สวมมงกุฎเถาวัลย์ ด้ามจับเป็นรูปใบปาล์มอยู่ระหว่างโลมา ๒ ตัว หันหน้าเข้าชนกัน ซึ่งเป็นลวดลายที่นิยมในเครื่องประดับตกแต่งของกรีก-โรมัน  อาจหล่อขึ้นราวก่อนพุทธศตวรรษที่ ๖  หรือราวพุทธศตวรรษที่ ๙ -๑๐  สันนิษฐานว่าเป็นสินค้าจากพ่อค้าชาวอินเดียนำเข้ามา โดยการขุดค้นที่แหล่งโบราณคดีพงตึกในปี พ.ศ. ๒๔๗๐ และ๒๔๗๘ ทำให้พบโบราณวัตถุสมัยทวารวดีจำนวนมาก อันนำไปสู่การสันนิษฐานว่าแหล่งโบราณคดีพงตึกเดิมคงจะเป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่ชายทะเล เนื่องจากตำแหน่งอยู่ไม่ห่างจากปากแม่น้ำแม่กลอง โดยมีบทบาทเป็นเมืองท่าที่สำคัญในสมัยทวารวดี และเป็นศูนย์กลางแห่งการคมนาคมระหว่างเมืองโบราณต่าง ๆ ที่ร่วมสมัยกัน เช่น เมืองนครปฐม และเมืองอู่ทอง เป็นต้น
   ด้วยเหตุนี้จึงมีความเป็นไปได้ว่าเมืองไตรตรึงษ์นั้น อาจเป็นเมืองสำคัญที่มีบทบาทบนเส้นทางการคมนาคมสมัยทวารวดีผ่านทางแม่น้ำปิง ซึ่งเป็นการติดต่อผ่านชุมชนในลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยมีเส้นทางการเดินทางทั้งทางน้ำและทางบกจากเมืองอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี มายังเมืองไตรตรึงษ์ อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร สันนิษฐานว่าสามารถเดินทางทางน้ำผ่านทางแม่น้ำจระเข้สามพันถึงเมืองอู่ตะเภา อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท จากนั้นเปลี่ยนเป็นการเดินทางทางบกมายังเมืองบน (โคกไม้เดน) อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ แล้วเดินทางผ่านทางแม่น้ำเจ้าพระยามาสู่แม่น้ำปิง แม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดกำแพงเพชรที่ไหลผ่านเมืองไตรตรึงษ์
   ต่อมาในสมัยสุโขทัยเมืองไตรตรึงษ์ยังคงเป็นเมืองสำคัญที่ถูกกล่าวถึงในศิลาจารึกกฎหมายลักษณะโจร (พ.ศ. ๑๙๔๐) ด้านที่ ๑ เขียนเป็นภาษาไทยด้วยตัวอักษรไทยสมัยสุโขทัย กล่าวถึงเหตุการณ์ที่สมเด็จพระจักรพรรดิราช (ตรงกับรัชสมัยพระมหาธรรมราชาที่ ๒ แห่งกรุงสุโขทัย) เสด็จมายังเมืองกำแพงเพชร ซึ่งมีเจ้าเมืองต่าง ๆ รวมถึงเจ้าเมืองไตรตรึงษ์และเหล่านักปราชญ์ เพื่อตราพระราชบัญญัติกฎหมายลักษณะโจร (ภาพที่ ๔) ความว่า
   “...ศรีบรมจักรพรรดิราช ท่านได้เสด็จขึ้นเสวย...ภิรมย์ สมดังพระราชมโนรถ ทดแทนแดนพระธรรมราชสีมานี้ดุจตาวติงสา พระองค์ท่านเสด็จในกำแพงเพชรบุรีศรีวิมลาสน์ ด้วยพระราชศฤงคารบริพารพลแลจตุรงคนิกร ธารลำน้ำพระยาพังเกษตร สคาบุรีพระยาพัง ศรีสัชนาลัยบุรีพระยาพังไทวยนทีศรียมนาพี่พระยาทานพังนครไทยแล...เจ้าเมืองไตรตรึงส์ กับด้วยนักปราชญ์ราชกวีมีสกุลพรรณ นั่งลงถวายอัญชุลีพระบาท...พระราชโองการบรมเอาฬารหนักหนาจึงท่านให้ตราพระราชปรชญบติ...ให้ลูกขุนมูลตวานบริวารไพร่ฟ้าทั้งหลาย ถ้วนเมืองเล็กเมื(องใหญ่)...ราชสีมาทั้งหลายนี้ไซร้ กลางเมืองสุโขทัยอันเป็นประธาน กึ่งในเมื(อง)...ทํเนปรเชลียง กำแพงเพชร ทุ่งย้างปากยม สองแคว...”
   โดยหลักฐานทางโบราณคดีในสมัยสุโขทัยที่พบในเมืองไตรตรึงษ์นี้ ได้แก่ เจดีย์ประธานทรงพุ่มข้าวบิณฑ์หรือทรงยอดดอกบัวตูม ที่วัดวังพระธาตุ (ภาพที่ ๕) และวัดเจดีย์เจ็ดยอด (ภาพที่ ๖) ซึ่งถือเป็นรูปแบบเฉพาะของสถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัย เนื่องจากพบเจดีย์ทรงนี้อย่างแพร่หลายตามหัวเมืองต่าง ๆ หรือที่เกี่ยวข้องในสมัยสุโขทัย เช่น เจดีย์ประธาน วัดเจดีย์เจ็ดแถว เมืองศรีสัชนาลัย เจดีย์ประธาน วัดกะโลทัย เมืองกำแพงเพชร เจดีย์ยุทธหัตถี เมืองตาก และเจดีย์ประธาน วัดเจดีย์ยอดทอง เมืองพิษณุโลก  กำหนดอายุราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๐
   จากการดำเนินการสำรวจทางโบราณคดี ณ วัดเจดีย์เจ็ดยอดเมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๔ พบหลักฐานทางโบราณคดีบนผิวดิน (surface finds) ในสมัยอยุธยา เช่น ชิ้นส่วนสังคโลกเคลือบเขียว ผลิตจากแหล่งเตาเมืองศรีสัชนาลัย กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๑  (ภาพที่ ๗) และชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หมิง มีการตกแต่งภาชนะด้วยการเขียนลายสีน้ำเงินใต้เคลือบ กำหนดอายุพุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๒  (ภาพที่ ๘)
   ในสมัยรัตนโกสินทร์เมืองไตรตรึงษ์มีฐานะเป็นเมืองบริวารของเมืองกำแพงเพชร ดังปรากฏหลักฐานในสมัยรัชกาลที่ ๓ ปรากฏชื่อ “เมืองไตรตรึงษ์” ในโคลงดั้นเรื่องปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพน ซึ่งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ เมื่อพ.ศ. ๒๓๗๕ โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงพระนิพนธ์ไว้ว่า ที่คอสองเฉลียงพระระเบียงล้อมพระอุโบสถทั้ง ๔ ด้าน เขียนภาพหัวเมืองขึ้นกรุงเทพมหานคร ๔๗๔ หัวเมือง ซึ่งกล่าวถึงเมืองกำแพงเพชรและเมืองไตรตรึงษ์ (ภาพที่ ๙) ความว่า
   “…เมืองกำแพงเพ็ชร์ เมืองโท ผู้ครองเมืองชื่อออกญารามรณรงคสงครามรามภักดีอภัยพิริยพาหะ
   ถือศักดินา ๑๐๐๐๐ ขึ้นกรมมหาดไทย…
   …เมืองโกสามพิน ๑
   เมืองบงการบุรี ๑
   เมืองโบราณราช ๑
   เมืองนาถบุรี ๑
   เมืองไตรตรึงค์ ๑ ขึ้นกำแพงเพ็ชร์ ๕ เมือง…”
   นอกจากนี้เมืองไตรตรึงษ์ยังเป็นเมืองสำคัญที่ได้รับความสนพระราชหฤทัยจากบุรพมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีถึงสองพระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังปรากฏหลักฐานการเสด็จพระราชดำเนินมายังเมืองไตรตรึงษ์ และพระราชวินิจฉัยที่ปรากฏในหลักฐานลายลักษณ์อักษรสมัยรัชกาลที่ ๕-๖ ดังต่อไปนี้
   เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๙ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองกำแพงเพชร และทรงพระราชนิพนธ์ เรื่อง “เสด็จประพาสต้นครั้งที่ ๒” (ตีพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๖๗) ทรงมีพระราชวินิจฉัยเกี่ยวกับเมืองไตรตรึงษ์ความว่า
   “…เดินจากวังพระธาตุ ไปตามลำน้ำข้างเหนือ ทาง ๒๖ เส้น ถึงคูด้านใต้ของเมืองไตรตรึงษ์ คูนั้นใหญ่กว้างราว ๑๕ วา ลึกลงเสมอพื้นหาดแต่น้ำแห้ง ยืนเข้าไปจนถึงเชิงเทิน หลังเมืองไปมีถนนข้ามเข้าเมืองอยู่กลางย่านด้านใต้ แต่ด้านเหนือไม่มีถนน มีแต่ลำคูมาบัญจบด้านใต้กำหนดเชิงเทินยาวตามลำแม่น้ำ ๔๐ เส้น  ยืนเข้าไปทางตวันตกตวันออก ๓๗ เส้นเห็นเปนเมืองใหญ่โตอยู่ พื้นแผ่นดินเปนแลงไปทั่วทั้งนั้น ในท้องคูก็เปนแลงเข้าไปในเมืองหน่อยหนึ่งพบโคก เห็นจะเปนวิหารเจดีย์พังตั้งอยู่เบื้องหลัง ถัดเข้าไปอีกหน่อยหนึ่ง เรียกว่าเจดีย์ ๗ ยอด จะเปนด้วยผู้ที่มาตรวจตราค้นพบสามารถจะถางเข้าไปได้แต่ ๗ ยอด แต่ที่จริงคราวนี้เขาได้ถางดีกว่าที่ได้ถางมาแต่ก่อน จึงได้ไปพบว่ากว่า ๗ คือพระเจดีย์ใหญ่ขนาดพระมหาธาตุริมน้ำอยู่กลาง มีพระเจดีย์ราย ๓ ด้าน วิหารด้านเหนือวางเลอะ ๆ ทำนองนี้…ข้อซึ่งจะโจทย์ สงไสยว่าเปนเมืองไตรตรึงษ์แน่ละฤๅ เพราะมีข้อที่พากันสงไสยว่าเจ้าแผ่นดินลงมาแต่เชียงราย เวลานั้นเมืองกำแพงเพชรก็มีเจ้า เหตุไฉนจะข้ามลงไปสร้างเมืองไตรตรึงษ์ขึ้นในที่ใกล้ห่างกันเพียง ๔๐๐ เส้น ความที่เดาว่าเมืองกำแพงเพชรมีเจ้าอยู่ในเวลานั้น น่าจะเดาจากบาญชีเมืองประเทศราชครั้งแผ่นดินพระเจ้าอู่ทอง ในท้องเรื่องที่ว่าเจ้าเชียงรายยกลงมา ไม่ได้กล่าวว่าตีเมืองกำแพงเพชร ไปตั้งเมืองแปบเปนเมืองไตรตรึงษ์ ทีเดียวจึงเกิดสงไสย ที่จริงคงจะได้เมืองกำแพงเพชรแล้ว แต่หากจะย้ายไปสร้างเมืองใหม่ ให้เปนเกียรติยศฤๅด้วยความขัดข้องประการใด เมืองกำแพงเพชรที่อยู่ฝั่งตวันออก คงจะเกี่ยวดองฤๅอยู่ในอำนาจเมืองสวรรคโลก ศุโขไทย พิศณุโลก จึงตั้งฝั่งทางที่เปนแผ่นดินเดียวกัน ถ้าพวกเชียงรายจรมาจะไปตั้งฝั่งตวันตกก็จะได้ เพราะถูกต้องความในจดหมาย ว่าข้ามแม่น้ำโพไปตั้งฝั่งตวันตกเมืองกำแพงเพชร เห็นจะเปนเมืองไตรตรึงษ์แน่...”
   เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๘ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จประพาสเมืองกำแพงเพชร เมื่อคราวเสด็จกลับจากมณฑลพายัพ และทรงพระราชนิพนธ์ “ลิลิตพายัพ”  (ตีพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๗๒) ทรงมีพระราชวินิจฉัยเกี่ยวกับโบราณสถานในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงตำบลไตรตรึงษ์ ความว่า
“… ๏  เรือเดิรจนจวบใกล้   เวลา เที่ยงแฮ
จึงจอดท่าหน้าอา   วาสไซร้
ตำบลวังพระธาตุรา   ชาเสด็จ
ทอดพระเนตร์เมืองเก่าใกล้   ที่นี้ในดง   ฯ
    ๏  เทพนครเมืองเก่านี้   ตามนิยม เรียกนา
อีกว่าท้าวแสนปม   ธ สร้าง
แต่ดูร่องรอยผสม   กับเรื่อง
ชะรอยจะเป็นค่ายร้าง   แต่ครั้งธนบุรี…”
   เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๐ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จประพาสเมืองกำแพงเพชร และทรงพระราชนิพนธ์หนังสือ เรื่อง “เที่ยวเมืองพระร่วง” (ตีพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๕๑) ทรงมีพระราชวินิจฉัยเกี่ยวกับเมืองไตรตรึงษ์ความว่า
   “…เดินทางสัก ๒ ชั่วโมงก็ถึงที่ตำบลวังพระธาตุ ที่นี้มีที่ซึ่งราษฎรตามแถบนี้เรียกว่าเมืองตาขี้ปม เมื่อไปครั้งหลังนี้ข้าพเจ้าหาได้ขึ้นไปดูไม่ เพราะได้ขึ้นไปดูเมื่อแต่ครั้งเดินทางกลับจากมณฑลพายัพเมื่อ ร.ศ.๓๘ ๑๒๔ นั้นแล้ว ที่เรียกว่าเมืองนั้น มีคูและเทินดิน แบ่งเปน ๓ ตอน มีเจดีย์ร้างอยู่ในที่นั้นแห่งหนึ่ง ข้าพเจ้าได้ตรวจดูตลอดแล้วสันนิฐานเปนค่ายเก่า แต่จะเปนค่ายครั้งใดก็เหลือที่จะกำหนดลงมาเปนแน่นอนได้ แต่เหนว่าภูมิฐานไม่เปนเมือง การที่เรียกกันว่าเมืองตาขี้ปมนั้น น่าจะเปนเรื่องที่คิดผสมเข้าภายหลัง…”
   ปัจจุบันเมืองไตรตรึงษ์ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๗๕ ตอนที่ ๔๕ วันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๑ ตามประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ โดยกำหนดเขตพื้นที่เมืองไตรตรึงษ์ และโบราณสถานที่อยู่ภายในบริเวณกำแพงและคูเมือง ตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมืองกำแพงเพชร  (ภาพที่ ๑๐) เพื่ออนุรักษ์สำหรับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันสำคัญของจังหวัดกำแพงเพชรและประเทศไทยสืบไป
 
เอกสารอ้างอิง
“ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ.”  ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม ๗๕ ตอนที่ ๔๕. (๑๐ มิถุนายน ๒๕๐๑): ๑๗๐๐.
กรมศิลปากร.  ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ (พิมพ์ครั้งที่ ๓).  กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๑๗.
กฤษฎา พิณศรี, ปริวรรต ธรรมาปรีชากร และสว่าง เลิศฤทธิ์.  ศิลปะเครื่องถ้วยในประเทศไทย (พิมพ์ครั้งที่ ๒).  กรุงเทพฯ: โอสถสภา, ๒๕๓๙.
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ.  พระราชนิพนธ์เรื่องเสด็จประพาศต้นครั้งที่สอง. พระนคร: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร, ๒๔๖๗.
ตรี อมาตยกุล. “เมืองโบราณที่ตำบลพงตึก” ศิลปากร ๑, ๑ (มิถุนายน ๒๔๘๐): ๗๓-๘๖.
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร.  นำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร. สุโขทัย: สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย กรมศิลปากร, ๒๕๕๗.
มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ.  เที่ยวเมืองพระร่วง.  พระนคร: โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ, ๒๔๕๑.
      .  ลิลิตพายัพ. พระนคร: โรงพิมพ์หนังสือพิมพ์ไทย, ๒๔๗๒.
เมลดา มณีโชติ.  “ก่อนประวัติศาสตร์...ก่อนกำแพงเพชร.”  ใน ประวัติศาสตร์เมืองกำแพงเพชร.  (๒๖-๔๒).  สันติ อภัยราช (บรรณาธิการ).  พิมพ์ครั้งที่ ๒.  กำแพงเพชร: จังหวัดกำแพงเพชร กระทรวงมหาไทย, ๒๕๖๗.
ยอร์ช เซเดส์.  ตำนานอักษรไทย ตำนานพระพิมพ์ การขุดค้นที่พงตึกและความสำคัญต่อประวัติศาสตร์สมัยโบราณแห่งประเทศไทย ศิลปะไทยสมัยสุโขทัยราชธานีรุ่นแรกของไทย.  กรุงเทพฯ: องค์การค้าของคุรุสภา, ๒๕๐๗.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. เจดีย์ในประเทศไทย : แนวคิด คติการสร้าง พัฒนาการทางรูปแบบ และการวิเคราะห์ทางประวัติศาสตร์. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๘.
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร.  จารึกทำเนียบหัวเมืองและผู้ครองเมือง ทิศเหนือ (เมืองกำแพงเพ็ชร์).  [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๘, จาก: https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/10635.
สฤษดิ์พงศ์ ขุนทรง.  ทวารวดี ประตูสู่การค้าบนเส้นทางสายไหมทางทะเล.  กรุงเทพฯ: ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๘.
สำนักหอสมุดแห่งชาติ. ประชุมจารึก ภาคที่ ๘ จารึกสุโขทัย. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๔๘. (พิมพ์ในงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัววันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี วันที่ ๑๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗).
ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามเพชร.  รายงานการบูรณะโบราณสถานเมืองไตรตรึงษ์ โครงการขุดลอกคูเมืองและปรับภูมิทัศน์เมืองไตรตรึงษ์ ตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร.  สุโขทัย: สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย กรมศิลปากร, ๒๕๕๘. (เอกสารอัดสำเนา).
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย. การศึกษาทางโบราณคดีเพื่อจัดลำดับอายุสมัยของแหล่งศิลปกรรมเมืองสุโขทัยปีงบประมาณ ๒๕๖๑. สุโขทัย: สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม, ๒๕๖๑.
Picard, Charles. “La Lampe alexandrine de P'ong Tuk (Siam)” Artibus Asiae 18, 2 (1955): 137-149. อ้างถึงใน ยอร์ช เซเดส์.  ตำนานอักษรไทย ตำนานพระพิมพ์ การขุดค้นที่พงตึกและความสำคัญต่อประวัติศาสตร์สมัยโบราณแห่งประเทศไทย ศิลปะไทยสมัยสุโขทัยราชธานีรุ่นแรกของไทย.  กรุงเทพฯ: องค์การค้าของคุรุสภา, ๒๕๐๗.
Robert L. Brown, Anna M. Macdonnell.  “The Pong Tuk Lamp: A Reconsideration” Journal of the Siam Society 77,2 (1989): 9-20.
Smart Museum.  ตะเกียงโรมัน.  [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๘, จาก: https://smartmuseum-v2.finearts.go.th/3d_object/.
Thongaram, Bundit.  “Sangkhalok of Si Satchanalai: From Local Kilns of Thai Ceramic Products to Asia.”  In Ancient Maritime Cross-cultural Exchanges: Archaeological Research in Thailand.  (pp. 192-207).  Amara Srisuchat & Wilfried Giessler (Eds.).  Bangkok: The Fine Arts Department, 2019.
ภาพประกอบ
 
ภาพที่ ๑ ภาพถ่ายทางอากาศบริเวณเมืองโบราณไตรตรึงษ์ พ.ศ. ๒๕๑๗
(ที่มาภาพ : กรมแผนที่ทหาร)

 
ภาพที่ ๒ ชิ้นส่วนตะเกียงดินเผา พบที่เมืองโบราณไตรตรึงษ์
(ที่มาภาพ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร, ตะเกียง, ๒๕๕๗.)

 
ภาพที่ ๓ ตะเกียงโรมัน พบที่แหล่งโบราณคดีพงตึก จังหวัดกาญจนบุรี
(ที่มาภาพ : Smart Museum, ตะเกียงโรมัน, ๒๕๖๐, จาก: https://smartmuseum-v2.finearts.go.th/3d_object/)

 
ภาพที่ ๔ จารึกกฎหมายลักษณะโจร (พ.ศ. ๑๙๔๐)
(ที่มาภาพ : สำนักหอสมุดแห่งชาติ, จารึกกฎหมายลักษณะโจร, ๒๕๔๘)
 
ภาพที่ ๕ เจดีย์ประธานทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หรือทรงดอกบัวตูม วัดวังพระธาตุ พ.ศ. ๒๔๔๙
(ที่มาภาพ : สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร)

 
ภาพที่ ๖ เจดีย์ประธาน วัดเจดีย์เจ็ดยอด
(ที่มาภาพ : รายงานการบูรณะโบราณสถานเมืองไตรตรึงษ์ โครงการขุดลอกคูเมือง
และปรับภูมิทัศน์เมืองไตรตรึงษ์ ตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร, ๒๕๕๘)
 
ภาพที่ ๗ ชิ้นส่วนสังคโลกเคลือบเขียว ผลิตจากแหล่งเตาเมืองศรีสัชนาลัย
พบที่วัดเจดีย์เจ็ดยอด เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔

 
ภาพที่ ๘ ชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หมิง
พบที่วัดเจดีย์เจ็ดยอด เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔
 
ภาพที่ ๙ จารึกทำเนียบหัวเมืองและผู้ครองเมือง ทิศเหนือ (เมืองกำแพงเพ็ชร์).พบที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามฯ
(ที่มาภาพ : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, จารึกทำเนียบหัวเมืองและผู้ครองเมือง ทิศเหนือ (เมืองกำแพงเพ็ชร์), ๒๕๕๕,
จาก: https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/10635)

 
ภาพที่ ๑๐ แผนผังเมืองไตรตรึงษ์ท้ายประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ
(ที่มาภาพ : “ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ.”
ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม ๗๕ ตอนที่ ๔๕. (๑๐ มิถุนายน ๒๕๐๑): ๑๗๐๐.)
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!