จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช
กรกฎาคม 23, 2018, 06:45:35 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช
ยินดีต้อนรับสมาชิก และผู้เยื่ยมชมทุกๆท่าน
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2018, 07:39:59 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
กำแพงเพชรเราเป็นเมืองรองแค่ชื่อที่ทางการมอบให้เท่านั้น
เส้นทางการท่องเที่ยวที่น่าสนใจในกำแพงเพชร
หนึ่งวัน หนึ่งคืน
ไหว้พระ ๙ วัด ในเมืองกำแพงเพชร
๑ หลวงพ่อพุทธลีลา วัดปราสาท ๒ หลวงพ่อเพชร วัดวังพระธาตุ ๓. หลวงพ่อเพชรวัดบาง   ๔ หลวงพ่อพระพุทธวชิรปราการวัดคูยาง  ๕ หลวงพ่อโตวัดเสด็จ  ๖หลวงพ่อโม้วัดหลวงพ่อโม้  ๗ หลวงพ่ออู่ทองวัดสามจีน  ๘ ไหว้พระบรมธาตุวัดพระบรมธาตุ     ๙ หลวงพ่ออุโมงค์วัดสว่างอารมณ์
   อาหารกลางวัน บะหมี่ชากังราว   อาหารเย็น  ข้าวต้มปูทอง  พัก รีสอร์ริมน้ำปิง หรือ ที่สะดวก พี รีสอร์ท ของฝากที่มอกล้วยไข่
๒.อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร และนครชุม 
   เช้าชมอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ชม พิพิธภัณฑสถาน ทั้ง ๒ แห่ง
ไหว้เจ้าพ่อหลักเมือง วัดพระแก้ว วัดพระบรมธาตุนครชุม อรัญญิกนครชุม ตลาดย้อนยุค นครชุม
๓.วัฒนธรรมนครชุม
   วัดพระบรมธาตุ  พระญาลิไทย  ห้องสมุดเฉลิมราช  พิพิธภัณฑ์พระพุทธรูป จพิพิธภัณฑ์เฉลิมราช   ต้นพระศรีมหาโพธิ์  การแสดงพื้นบ้าน คลองสวนหมาก เรือหางแมงป่อง  เมี่ยงแม่กรองทอง  พิมพ์พระแม่ไก่  วัดสว่างอารมณ์ หลวงพ่ออุโมงค์ หลวงพ่อยักษ์  แหย่งพระพุทธเจ้าหลวง บ้านพะโป้  ตลาดย้อนยุคนครชุม (อุทยานประวัติศาสตร์ นครชุม)
๔. บ้านหนองน้ำขุ่น   สักงาม อ.คลองลาน
๕.บ้านเขาคีริส   อ.พรานกระต่าย
๖.บ้านคณฑี      อ.เมือง
๗.บ้านวังพระธาตุ อ.เมือง
๘.บ้านทรัพย์ไพรวัลย์  อ.เมือง
๙.บ้านคลองลึก         อ.ปางศิลาทอง
๑๐.บ้านวังแขม          อ.คลองขลุง
๑๑. กะเหรี่ยงน้ำตก   อ.คลองลาน
๑๒.บ้านวุ้งกะสัง       อ.คลองลาน
๑๓.บ้านแม่ลาด        อ.คลองขลุง
๑๔.บ้านหนองปลิง    อ.เมือง





 2 
 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2018, 05:43:38 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
การเตรียมความพร้อมสู่ ชุมชนท่องเที่ยว โอทอป นวัตวิถี
การท่องเที่ยวแบบใหม่ ที่ประสานทุกอย่างเข้าด้วยกัน ผู้คนจะสามารถอยู่ที่บ้านได้ มีอาชีพโดยใช้ทรัพยากร วัฒนธรรม ประเพณี โบราณสถาน โบราณวัตถุ และวิถีชีวิตในชนบท ความเชื่อ และภูมิปัญญา ทำมาหากินอยู่กับท้องถิ่น ไม่ต้องทิ้งถิ่นไปทำมาหากินในเมือง ปล่อยให้ผู้เฒ่าเฝ้าบ้าน อยู่กับเด็กๆในทุกชุมชน ในประเทศไทย การท่องเที่ยวโดยชุมชน มีความวัตถุประสงค์ ๒ ประการคือ
๑.การท่องเที่ยวที่คำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ภูมิปัญญา และผลผลิต ให้สามารถประสานกันได้อย่างลงตัว
๒.กำหนดทิศทางโดยชุมชน  จัดการโดยชุมชนเพื่อชุมชนและชุมชนมีบทบาทเป็นเจ้าของมีสิทธิในการจัดการดูแล เพื่อให้เกิดการเรียนรู้แก่ผู้มาเยือน เพื่อเพิ่มรายได้หลักและความภูมิใจในท้องถิ่นของตน
องค์ประกอบของการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน

๑.ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ความเชื่อ อัตตลักษณ์ของท้องถิ่น
o   ชุมชนมีฐานทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์
o   ชุมชนมีวัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญา อัตลักษณ์ ที่เป็นเอกลักษณ์   เฉพาะถิ่น
๒. องค์กรชุมชน
o   ชุมชนมีระบบสังคมที่เข้าใจกัน
o   มีปราชญ์  หรือผู้มีความรู้  และทักษะในเรื่องต่าง ๆ หลากหลาย
o   ชุมชนรู้สึกเป็นเจ้าของและเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนา การจัดการ
๓.การจัดการในชุมชน
•   มีกฎ-กติกาในการจัดการสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว
•   มีองค์กรหรือกลไกในการทำงานเพื่อจัดการการท่องเที่ยว  และสามารถเชี่อมโยงการท่องเที่ยวกับการพัฒนาชุมชนโดยรวมได้
•   มีการกระจายผลประโยชน์ที่เป็นธรรม
•   มีกองทุนที่เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนด้านการเรียนรู้
•   ลักษณะของกิจกรรมการท่องเที่ยวสามารถสร้างการรับรู้ และความเข้าใจในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่แตกต่าง
•   มีระบบจัดการให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ระหว่างชาวบ้านกับผู้มาเยือน
•   สร้างจิตสำนึกเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมทั้งในส่วนของชาวบ้านและผู้มาเยือน
๔.เรียนรู้ชุมชน
•   ลักษณะของกิจกรรมการท่องเที่ยวสามารถสร้างการรับรู้ และความเข้าใจในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่แตกต่าง
•   มีระบบจัดการให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ระหว่างชาวบ้านกับผู้มาเยือน
•   สร้างจิตสำนึกเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม ทั้งในส่วนของชาวบ้านและผู้มาเยือน

หลักการของการท่องเที่ยวโดยชุมชน
•   ชุมชนเป็นเจ้าของ
•   ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและตัดสินใจ
•   ส่งเสริมความภาคภูมิใจในตนเอง
•   ยกระดับคุณภาพชีวิต
•   มีความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อม
•   คงเอกลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่น
•   ก่อให้เกิดการเรียนรู้ระหว่างคนต่างวัฒนธรรม
•   เคารพในวัฒนธรรมที่แตกต่างและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
•   เกิดผลตอบแทนที่เป็นธรรมแก่คนท้องถิ่น
•   มีการกระจายรายได้สู่สาธารณประโยชน์ของชุมชน
การท่องเที่ยวโดยชุมชนไม่ได้เกิดจากการตอบคำถามว่า “ชุมชนจะได้ประโยชน์อย่างไรจากการท่องเที่ยว”  แต่เป็นการสร้างโจทย์ใหม่ว่า “การท่องเที่ยวจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชนได้อย่างไร”
กระแสโลก กระสไทย ในการ ท่องเที่ยวโดยชุมชน
1.   กระแสความต้องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
2.   กระแสความต้องการของนักท่องเที่ยวที่สนใจการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้
3.   กระแสความต้องการในการพัฒนาคนและให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น
การท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นความพยายามหนึ่งของการสร้างทางเลือกในการพัฒนาใน ประเด็นการท่องเที่ยวที่ให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จาก ท่องเที่ยว และมีบทบาทในการกำหนดทิศทางการพัฒนา  อาจเรียกเป็น ๔ ชื่อ
การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ 
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
การท่องเที่ยวโดยชุมชน
 การท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์
ให้เลิกพูดว่า “ชุมชนจะได้ประโยชน์อย่างไรจากการท่องเที่ยว”  แต่ให้พูดใหม่ว่า
 “การท่องเที่ยวจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชนได้อย่างไร”




 3 
 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2018, 03:23:53 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
กำแพงเพชร เมืองแห่งการท่องเที่ยว
   จุดแข็ง จุดขาย
      ๑.ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดีและวัฒนธรรม กำแพงเพชรเป็นเมืองมรดกโลก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีและวัฒนธรรมมากมากมาย
         ๑.๑ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร กำแพงเมือง  วัดเก่าภายในเมืองนอกเมือง มีนับร้อยวัด ต้นไม้ในอุทยานประวัติศาสตร์ล้วนหายาก  ต้นไม้ขนาดใหญ่อายุหลายร้อยปี บนกำแพงเมือง คูเมือง และวัดพระบรมธาตุ
         ๑.๒ พระพุทธรูปสำคัญในเมืองกำแพงเพชร
            พระพุทธลีลา วัดประสาท
            หลวงพ่อเพชรวัดบาง
            หลวงพ่อโต วัดเสด็จ
            พระพุทธวชิรปราการวัดคูยาง
            หลวงพ่อศรีสรรชญ์ วัดศรีโยธิน
            หลวงพ่ออุโมงค์ วัดสว่างอารมณ์
         ๑.๓ โบราณวัตถุที่สำคัญ
            พระอิศวร
            รอยพระพุทธบาท วัดเสด็จ
            จารึกวงเวียนต้นโพ
         
๑.๔ ต้นไม้สำคัญ
   ต้นโพธิ์ พระญาลิไทย อายุ๖๖๑ ปี
   ต้นสัก ร.๖ ทรงปลูก ๑๑๑ ปี
   ต้นสัก ร.๙  ทรงปลูก ๕๑ ปี
   ต้นโพ หน้าเมืองกำแพงเพชร
         ๑.๕ พระเครื่อง เมืองกำแพงเพชร ดินที่แพงที่สุดในโลก
            ซุ้มกอ นางพญา กำแพงลีลา
         ๑.๖ สถานที่สำคัญ
            พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  พิพิธภัณฑ์เรือนไทย 
ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง         พิพิธภัณฑ์พระเครื่องวัดบาง
พิพิธภัณฑ์พระบูชาวัดพระบรมธาตุ    พิพิธภัณฑ์เฉลิมราช วัดบรมธาตุ วัดปราสาท  ถนนพระร่วง เสาหลักบ้าน เขานางทอง บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง  บ้านพะโป้
                    ๑.๗ เมืองโบราณ กำแพงเพชร นครชุม ไตรตรึงษ์ เทพนคร คณฑี
        เมืองโกสัมพี (คลองเมือง) เมืองพาน เมืองรอ เมืองอาจ 
          เมืองแสนตอ
๑.๘ การแสดงพื้นบ้าน มีเพลงต่างๆ อาทิ คล้องช้าง พวงมาลัย ลิเกป่า ระบำร้องแก้ รำโทน  แม่ศรี  การแสดงของชาติพันธ์มากมายในกำแพงเพชร
๑.๙ ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขา  ทุกเผ่า ในกำแพงเพชร ล้วนน่าศึกษา เช่น กะเหรี่ยงน้ำตก กะเหรี่ยงที่วุ้งกะสัง ปักผ้า ของชาวเมี้ยน  นาศึกษาอย่างมาก
๑.๑๐ อาหารในกำแพงเพชร อร่อยทุกร้าน ขึ้นชื่อ เช่น บะหมี่เซี้ยง แดงรสเด็ด ผัดไทยแม่สุภาพ เฉาก้วยชากังราว
      ๑.๒ ทางด้านธรรมชาติ
                            อุทยานแห่งชาติแม่วงศ์  อุทยานแห่งชาติคลองลาน  อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า
แหล่งท่องเที่ยว
เขาโมโกจู: เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และสูงที่สุดในผืนป่าตะวันตก พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์
ช่องเย็น (กม.93): อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 28
แก่งผานางคอย: แก่งผาคอยนาง เป็นแก่งน้ำและแก่งหิน จากถนนคลองลาน-อุ้มผาง ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ 1,400 เมตร จะมีทางแยกเข้าไปอีก 400 เมตร จะถึงบริเวณแก่งหินขนาดใหญ่ที่มีลำน้ำคลองขลุงไหลผ่าน ซึ่งเป็นลำน้ำสายหนึ่ง ในหลายๆ สายที่ไหลลงสู่แม่น้ำปิง จากบริเวณแก่งเดินขึ้นไปตามลำน้ำอีกประมาณ 350 เมตร จะถึง น้ำตกผาคอยนาง น้ำตกขนาดเล็กที่เด่นและสะดุดตา มีน้ำตก 4 ชั้น แต่ละชั้นมีความสูงประมาณ 20 เมตร
น้ำตกแม่รีวา: น้ำตกแม่รีวาเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีแอ่งน้ำลักษณะเป็นอ่างกลมกว้างราว 30-40 เมตร รับสายน้ำที่ตกลงมา เป็นชั้นๆ มีทั้งหมด 5 ชั้น ชั้นที่ 3 มีความสูงที่สุดประมาณ 100 เมตร มีสภาพสวยงามมาก น้ำตกแม่เรวาอยู่ ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 21 กิโลเมตร การเดินทางต้องเดินเท้าไปกลับ 3-4 วัน
น้ำตกแม่กระสา: น้ำตกแม่กระสาเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สูงที่สูงที่สุดในบริเวณนี้ มีความสูงกว่า 1,000 เมตร มีชั้นลดหลั่นถึง 9 ชั้น มีบางชั้นที่มีความสูงถึง 270 เมตร น้ำไหลแรงสวยงามตลอดปี อยู่ห่าง จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 21 กิโลเมตร ต้องเดินเท้าเข้าไป ใช้เวลาเดินไปกลับ 3-4 วัน

น้ำตกแม่กี: น้ำตกแม่กีเป็นน้ำตกที่มีความสูงประมาณ 200 เมตร แบ่งเป็นชั้นๆ ถึง 9 ชั้น น้ำไหลเกือบตลอดปี การเดินทางต้องเดินเท้าไปกลับ 3 วัน น้ำตกแห่งนี้ได้รับคำกล่าวชมจากหนังสือ ASEAN MAGAZINE เมื่อปี พ.ศ. 2518 ว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดในเอเซีย

อุทยานแห่งชาติคลองลาน
แก่งเกาะร้อย: อยู่ในเส้นทางอุ้มผาง-คลองลาน เข้าทางถนนบ้านโป่งน้ำร้อนเข้าไปประมาณ 15 กิโลเมตร แก่งเกาะ ร้อยเกิดจากคลองสวนหมากเป็นลำธารสลับด้วยแก่งหิน และหาดทรายขาวสะอาด อยู่ท่ามกลางทิวทัศน์ แห่งขุนเขาสลับซับซ้อน ประกอบด้วยแก่งหินตะปุ่มตะป่ำนับร้อยพันก้อนเรียงรายเป็นลานกว้าง ช่วงกลาง มีลำธารน้ำใสไหลผ่านเกาะแก่งหินสีเทาหม่นดูสวยงามยิ่ง
น้ำตกคลองลาน: น้ำตกคลองลาน เกิดจากเทือกเขาขุนคลองลาน ซึ่งมียอดสูง 1,439 เมตรจากระดับน้ำทะเล เหนือหน้าผาน้ำตก เป็นที่ราบกว้าง ในฤดูฝนสายน้ำจะไหลจากลำห้วยต่างๆ ประมาณ 5 สาย ลงสู่แอ่งน้ำกลางหุบเขา เกิดเป็นวังน้ำลึก และลำน้ำยาวประมาณ 3 กิโลเมตร แล้วไหลผ่านหน้าผาลงมาเป็นน้ำตกคลองลาน สูง 100 เมตร กว้างประมาณ 40 เมตร บริเวณใต้น้ำตกเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ซึ่งสามารถลงเล่นน้ำได้ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 800 เมตร
น้ำตกคลองน้ำไหล: น้ำตกคลองน้ำไหล (น้ำตกปางควาย) เป็นน้ำตกขนาดกลาง ไหลลดหลั่นลงมาตามความยาวของหน้าผา มี 9 ชั้น บริเวณพื้นล่างมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่สามารถลงเล่นน้ำได้มีน้ำไหลตลอดทั้งปี อยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติคลองลาน ที่ คล.2 (คลองน้ำไหล) อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 25 กิโลเมตร จากทางหลวงหมายเลข 1117 ตรงหลักกิโลเมตรที่ 35-36 จะมีป้ายบอกทางเข้าอีก 10 กิโลเมตร
อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า
โป่งแก๊สธรรมชาติ: เป็นบ่อน้ำร้อน อยู่ห่างจากน้ำตกเต่าดำประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ เป็นโป่งน้ำ ที่สัตว์ป่าชอบมาอาศัยอยู่ เช่น หมูป่า เก้ง กวางป่า เป็นต้น อุณหภูมิประมาณ 50-70 องศาเซลเซียส โป่ง แก๊สธรรมชาติ มี 2 แห่ง คือทางไปน้ำตกคลองโป่ง และน้ำตกเต่าดํา ประมาณ 1,500 เมตร
เขากระดาน: เป็นหน้าผาของเขาเต่าดำ อยู่ใกล้น้ำตกเต่าดำ มีลักษณะเหมือนมีคนเอากระดานมาเรียงต่อกันเป็นหน้า ผาสูงขึ้นประมาณ 300 เมตร
ถ้ำเขาพนัง: เป็นถ้ำขนาดใหญ่อยู่ริมคลองสวนหมากเป็นถ้ำหินงอกหินย้อยสวยงามมากมีความลึกประมาณ 100 เมตร
น้ำตกคลองโป่ง: มีชื่อเรียกอีกหนึ่งว่า น้ำตกคลองน้ำแดง เป็นน้ำตกหินชนวนหนึ่งเดียวของไทย มี 4 ชั้น ชั้นบนสูง 100 เมตร ไหล ลงมาผ่านบนหินมีร่องเป็นชั้นๆ สายน้ำจึงเกิดการแตกกระจาย เป็นละอองฝอยขาวฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณโขดหินแต่ละ โขดเรียงราย ท่ามกลางผืนป่าอันสมบูรณ์ เป็นน้ำตกหินชนวนซึ่งพบที่นี่เพียงแห่งเดียว จากบ้านโละโคะต้องเดินเท้าอีก ประมาณ 20 กิโลเมตร ผ่านป่าดิบแล้ง
น้ำตกคลองวังเจ้า: เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ของอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า แนวเขตจังหวัดตาก-กำแพงเพชร ห่างจากที่ทําการ 1.5 กิโลเมตร อยู่ห่างจากถนนพหลโยธิน 29 กิโลเมตร บนถนนวังเจ้า-โละโคะ หลักกิโลเมตรที่ 29 เป็นน้ำตกชั้นเดียวไหลทิ้งตัวในแนว ตั้งฉาก สูงประมาณ 60 เมตร ความกว้างประมาณ 100 เมตร ถือเป็นน้ำตกขนาดกลาง และเป็นจุดที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ ของผืนป่าธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์

ปากคลองนาคีรี: เป็นแก่งน้ำตามธรรมชาติที่สวยงามไหลผ่านโขดหินแกรนิตสีขาวสะอาด สะท้อนแสง เป็นจุดบริเวณที่คลองนาคีรีไหลมารวมกับคลองวังเจ้า
 
   
   
   
   
      



         
      


 4 
 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2018, 10:31:27 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
หัวข้ออบรม มารยาทไทย อยู่ที่ไหนก็งดงาม
...............................................
๙.๐๐ - ๑๐.๐๐ น.         ความหมายของมารยาทไทย
๑๐.๐๐- ๑๐.๔๕ น.      องค์ประกอบของมารยาทงาม
               ทางกาย
               ทางวาจา
               ทางใจ
๑๐.๔๕-๑๑.๐๐ น.      พัก – อาหารว่าง
๑๑.๐๐- ๑๒.๐๐น.   ชมวิดิทัศน์ มารยาทงาม จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ประกอบการสาธิต จากวิทยากร
๑๒.๐๐ - ๑๒.๐๐ น.   พักรับประทานอาหารกลางวัน
๑๓.๐๐-๑๔.๓๐ น.   ฝึกปฏิบัติ มารยาทงาม ทางกาย ทางวาจา ทางใจ
๑๔.๓๐- ๑๔.๔๕น.   พัก – อาหารว่าง
๑๕.๐๐-๑๖.๓๐ น.   สรุป ความเป็นผู้มีมารยาทงาม ทางกาย ทางวาจา และทางใจ

      ......................................
วิทยากร
       อ.สันติ อภัยราช ครูเชี่ยวชาญ อาจารย์ ๓ ระดับ ๙  (ครูคศ.๔)    
       ศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (วัฒนธรรม)
       อดีตประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร ๓ สมัย
       ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร
        ครูต้นแบบแห่งชาติ ครูเจ้าฟ้า ครูภูมิปัญญาไทย
       คนดีศรีกำแพงเพชร  คนดีแทนคุณแผ่นดิน
   




 5 
 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2018, 11:38:19 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
บางพาน เมืองที่กำลังจะถูกลืมบางพาน เมืองที่กำลังจะถูกลืม
             

              เมืองบางพาน เป็นเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี เมืองหนึ่งที่น่าศึกษาอยู่ในเขตอำเภอพรานกระต่าย เป็นเมืองที่สำคัญและเก่าแก่ ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย เป็นราชธานี หรือก่อนหน้านั้น หลักฐานจากจารึกนครชุม ซึ่งจารึกเมื่อปี พ.ศ.1900 ในสมัยพระมหาธรรมราชาลิไท จารึกไว้ว่า " พิมพ์เอารอยตีน…….อันหนึ่งประดิษฐานไว้ในเมืองบางพาน เหนือจอมเขานางทอง " ซึ่งหมายถึงการนำรอยพระพุทธบาทจำลองมาประดิษฐานไว้ที่เขานางทองเมืองบางพานแสดงว่าเมืองบางพานเคยเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย
           จากจารึกฐานพระอิศวร ซึ่งจารึกในปีพุทธศักราช 2053 ได้กล่าถึงเมืองบางพานไว้ว่า " ถนนถลา อันเป็นตรธานไปถึง บางพาน" อนึ่งท่อปู่พระยาร่วง ทำเอาน้ำไปถึงบางพานนั้น ก็ถมหายสิ้น" แสดงถึงเมืองบางพาน เจริญขนาดมีถนนพระร่วงตัดผ่าน และมีการขุดท่อทองแดง เอาน้ำจากเมืองกำแพงเพชรไปเลี้ยงเมืองบางพาน มาเกือบ 700ปี แสดงถึงวิทยาการอันก้าวหน้ามากกว่าทุกๆเมือง เท่าที่มีหลักฐาน
           จากจารึกหลักที่ 4 ได้กล่าวถึง การเดินทางของพระมหาสามีสังฆราชจากประเทศลังกา มาสุโขทัย ผ่านเมืองบางพานแสดงถึงเมืองบางพานเป็นเมืองใหญ่ เมื่อมีพระสังฆราช เสด็จมาต้องผ่านเมืองบางพาน อาจเสด็จประทับเมืองบางพาน
           เมืองบางพานกลายเป็นเมืองร้าง ในช่วง 400 ปีที่ผ่านมา เพราะ ชื่อเมืองบางพานหายไปจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ จากจารึก และพงศาวดารไม่มีหลักฐานใดที่กล่าวถึง เมืองบางพานอีกเลย นักประวัติศาสตร์ และนักโบราณคดี ให้ความสนใจ เมืองบางพานน้อยมาก ข้อมูลที่มีผู้เขียนไว้แทบไม่สามารถนำมาค้นคว้าได้
           จากการสำรวจ ด้วยการเดินสำรวจทุกตารางนิ้วในเมืองบางพาน พบว่า ปัจจุบันสภาพเมืองบางพาน ไม่มีสภาพบ้านเมือง เหลืออยู่เลย ถูกทำลายเกือบหมดสิ้น วัดทุกวัดถูกขุดไม่เหลือซาก
           กำแหงขนาดใช้รถ แบกโฮ ขุด ทำลายอย่างสิ้นซาก ชาวบ้าน บางทีเรียกเมืองบางพานว่าบ้านวังพานเก่า มีเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ เมืองบางพาน มีกำแพงเมืองเป็นรูป สี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่มุมเมืองก่อเป็นรูปโค้งมนแปลกกว่าเมืองอื่นๆ มีกำแพงเมือง 3 ชั้น มีซากโบราณสถานอยู่มากมาย กำแพงเมืองชั้นใน กว้าง 326.50 เมตร ยาว 507.50 เมตร แต่ไม่ได้รับการดูแล จากทางราชการ ที่ดินภายในกำแพงเมือง ถูกบุกรุกจับจองซื้อขายกันอย่างน่าละอาย คนที่ทำกินและบุกรุกล้วนแต่เป็น นายทุนต่างถิ่น น่าแปลกในมากที่เมืองสำคัญอย่างเมืองบางพาน กลับขาดการดูแล
           พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบันทึกถึงเมืองบางพาน ในหนังสือเที่ยวเมืองพระร่วงว่า
            "เมืองบางพานต้องถูกทิ้งร้างไป เพราะแม่น้ำเขินไป ไม่มีน้ำพอกิน ทำให้ต้องย้ายเมือง และทิ้งเมืองบางพานให้ร้างไป"
           น่าเสียดายเมืองสำคัญและยิ่งใหญ่ในอดีต กำลังถูกลืม ไปจากหัวใจคนกำแพงเพชร อีกไม่นานเมืองบางพานจะเหลือเพียงชื่อเช่นเมือง เทพนคร และเมืองคณฑี ในที่สุด ช่วยกันที คนกำแพงเพชร………และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน……..ประเทศใหม่จำนวนมากอยากมีประวัติความเป็นมาอันยาวนานเช่นเรา แต่เรากับไม่ใส่ใจ ในความยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ของตนเอง……






 6 
 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2018, 10:13:54 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
ตำนานรักพระร่วงเจ้า ที่เขานางทอง
     ความรักอมตะของพระร่วงเจ้า กับนางทอง เป็นเรื่องที่เล่าขาน กันอย่างแพร่หลาย มีหลายตำนาน แต่ก็มีเนื้อหาที่คล้ายกัน แตกต่างกันไม่มากนีก ตำนานหนึ่งว่า
นางทองเป็นผู้หญิงสาวชาวบ้านเมืองบางพาน (บางตำนานว่าเป็นราชธิดาแห่งเมืองบางพาน) มีรูปโฉมที่งดงามมาก พญานาคราชหลงรักนาง จึงกลืนเข้าไปในท้องเพื่อนำไปเป็นชายา ในเมืองบาดาล พระร่วงเจ้าแห่งอาณาจักรสุโขทัยได้พบเห็นจึงได้เข้าช่วยโดยใช้อิทธิฤทธิ์ของตน ล้วงนางทองออกมาจากท้องของพญานาค เนื่องจากนางทองเป็นคนที่มีสิริโฉมงดงามจึงเป็นที่สบพระทัยของพระร่วง ต่อมาจึงได้อภิเษกเป็นพระมเหสี สร้างตำหนักให้พักอาศัยบนเขานางทอง และยังได้นางคำ(นางพัน)หญิงชาวบ้านอีกคนหนึ่งเป็นพระสนมเอก สร้างตำหนักให้พักอาศัย บนเขานางคำ (นางพันก็เรียก)
 อยู่มาวันหนึ่งพระร่วงได้เสด็จกลับ กรุงสุโขทัย พระมเหสีทองซึ่งเป็นคนที่มีความมานะอดทนขยันหมั่นเพียรในการทอผ้าด้วยกี่ทอผ้า ได้ไปซักผ้าอ้อมที่สระน้ำซึ่งพระร่วงได้สร้างพระตำหนักแพหน้าพระราชวังในคลองใหญ่ไว้เป็นที่พักผ่อนพระอิริยาบทและซักผ้า ในวันนั้นขณะที่ซักผ้าอ้อมเสร็จและจะนำไปตาก (บริเวณที่ตากผ้าอ้อมนั้น ไม่มีต้นไม้ขึ้นเลย จะโล่งเตียนไปหมด เพราะ พระร่วงสาปไว้สำหรับตากผ้าอ้อม) ระหว่างที่ตากผ้าอ้อมพระมเหสีทองก็กลัวว่าผ้าอ้อมจะไม่แห้งจึงทรงอุทานขึ้นเป็นทำนองบทเพลงเก่าว่า "ตะวันเอยอย่ารีบจร นกเอยอย่ารีบนอน หักไม้ค้ำตะวันไว้ก่อน กลัวผ้าอ้อมเนื้ออ่อนจะไม่แห้ง  ปรากฏว่าตะวัน หรือดวงอาทิตย์ไม่ยอมเคลื่อน จนกระทั่งผ้าอ้อมแห้ง จึงได้โคจรต่อไป
 ที่ คลองใหญ่หน้าพระราชวังเมืองบางพานนั้น มีจระเข้ขนาดใหญ่อาศัยอยู่  จรเข้ยักษ์ หลงรักนางทองมาก ขณะนางทองอาบน้ำจึงขึ้นมาคาบพระมเหสีทองไป เพื่อเอาไปเป็นชายา แต่ขณะนั้นเป็นเวลาที่พระร่วงกลับจากสุโขทัยพอดี พอกลับมาพระร่วงไม่เห็นนางทองจึงถามพวกนก พวกกวาง ว่าพระมเหสีทองหายไปไหน พวกสัตว์ต่างๆ ก็บอกว่าพระมเหสีทองได้ถูกจระเข้คาบไปแล้ว พระร่วงได้ยินดังนั้นก็รีบตามไปทันที พระร่วงเดินทางไปทางไหนต้องการให้เป็นทางเดินก็ปรากฏเป็นทางเดิน ทางเกวียนตลอดทาง พระร่วงได้เดินทางผ่านนาป่าแดง คลองวัว และได้ขอน้ำกินแถวๆ หมู่บ้าน (หมู่บ้านนาป่าแดงปัจจุบัน) พระร่วงพูดว่า "ข้าหิวน้ำจังเลย ขอน้ำกินหน่อยได้ไหม" คนในหมู่บ้านไม่ให้กินจึงพูดว่า "น้ำข้าไม่มี" พระร่วงเป็นคนที่วาจาศักดิ์สิทธิ์  พระร่วงจึงพูดว่า "เออ อย่างนั้นพวกมึงก็ไม่ต้องมีน้ำกินตลอดไป" จนป่านนี้นาป่าแดงจึงไม่ค่อยมีน้ำกินน้ำใช้กัน ตามความเชื่อของคนในปัจจุบัน
           พระร่วงได้ตามจระเข้ที่คาบพระมเหสีทองทันที่คลองทองแดง บริเวณจรเข้ปูน ในปัจจุบัน จระเข้ยักษ์เห็นจวนตัวจระเข้จึงกลืนนางทองลงในท้อง  พระร่วงจึงสาปจระเข้ให้เป็นหินอยู่ตรงนั้นมาถึงทุกวันนี้ ประชาชนเรียกขานบ้านนี้ว่า บ้านจระเข้ปูน





 7 
 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2018, 09:24:45 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
ขายพริกไทยหนึ่งเดือน มีรายได้  หนึ่งล้านห้าแสนบาท
พริกไทย กลุ่มเพชรระวี หมู่ ๑๐ เขาคีริส
   ไปถึง สวนพริกไทย กลุ่มเพชรระวี หมู่ ๑๐ เขาคีริส เกือบหนึ่งทุ่ม  เป็นสวนที่เรียบง่าย ใช้ ต้นลิ้นฟ้า (เพกา) เป็นตอ เลี้ยงต้นพริกไทย นายวีระ พึ่งประดิษฐ์ ประธานกลุ่ม เล่าให้ฟังตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งประสบความสำเร็จในปัจจุบัน อย่างมีความสุขและเชื่อมั่นในตนเอง ทำให้คณะของเรา อยากจะทำสวนพริกไทยบ้าง
พริกไทย (ชื่อวิทยาศาสตร์: Piper nigrum) เป็นพืชที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นราชาของเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุน และเป็นเครื่องเทศที่ให้รสเผ็ดร้อน สามารถนำมาทำพริกไทยแห้งเป็นเครื่องปรุงอาหาร ซึ่งถ้าทำแห้งทั้งเปลือกจะได้พริกไทยดำเนื่องจากเปลือกเมื่อทำให้แห้งจะมีสีดำ ส่วนพริกไทยขาวได้จากการลอกเปลือกออกก่อน พบทั้งการใช้ประกอบอาหารทั้งผลแห้งและผลสดที่มีสีเขียว หรือผลแห้งป่นเป็นผงเรียกพริกไทยป่น ซึ่งพริกไทยเป็นพืชคนละสายพันธุ์กับพริก (Chilli)
ที่หมู่ที่ ๑๐ ตำบลเขาคีริส  อ.พรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร มีสวนพริกไทย เนื้อที่ไม่ถึงไร่ เป็นสวนพริกไทยของนายวีระ พึ่งประดิษฐ์ ตำบลเขาคีริส อำเภอพรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร 
 ท่านเล่าให้ฟังอย่างมีความสุขว่า การปลูกพริกไทย ใช้เนื้อที่ไม่มาก แต่สามารถมีรายได้ เดือนละ กว่าล้านบาท  เพราะขายต้นกล้า ของพริกไทยไปปลูก เดือนละหลายพันต้น ถ้าท่านสนใจ จะมีอาชีพปลูกพริกไทย   เบอร์ติดต่อได้ 098-7475919
ออกจากสวนพริกไทย เกือบสองทุ่ม พร้อมกระเช้าพริกไทยสดพริกไทยแห้ง เป็นของกำนัลอีกกระเช้าใหญ่ ถึงบ้านเกือบสามทุ่มด้วยความอิ่มเอมใจ ว่ากำแพงเพชรบ้านเรามีของดีมากจริงๆ
                     สันติ อภัยราช  ๒๖ พค. ๖๑



 8 
 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2018, 01:56:11 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
เมล่อนชากังราว สวนเมล่อนครบวงจรที่ตำบลเขาคีริส
ราชินีแห่งพืชตระกูลแตง” เมล่อนเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในต่างประเทศ ในแถบทวีปแอฟริกา เป็นพืชที่อยู่ในตระกูล (Family) Cucurbitaceae ใช้รับประทานผลสุกมีกลิ่นหอม รสหวาน เจริญได้ดีในสภาพร้อนแห้ง แสงแดดจัด ปัจจุบันมีการผลิตออกมาหลายสายพันธุ์ที่เจริญเติบโตได้ดี ในสภาพภูมิประเทศของประเทศไทยการผลิตเมล่อนที่มีคุณภาพสูง จำเป็นต้องมีการดูแลเอาใจใส่ในการเพาะปลูกและการจัดการแปลงผลผลิต มีหลายพันธ์คือ
1.   พันธุ์ซันเลดี้ (Sun lady) เป็นพันธุ์ลูกผสม (F1 hybrid) ผลกลม เปลือกมีผิวเรียบ สีขาวครีม เนื้อภายในสีส้ม เมื่อแก่จัดมีรสหวาน และมีกลิ่นหอม มีน้ำหนัก 1 – 1.8 กก.ต่อผลขึ้นกับความสมบูรณ์ของต้น เป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกกันมากในประเทศไทย แถบภาคกลาง ภาคตะวันตกและตะวันออก เพราะปลูกและติดลูกง่าย เก็บเกี่ยวได้เร็ว มีความหวานปานกลาง ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศไทยได้ดีและทนทานต่ออากาศร้อน บริษัทเพื่อนเกษตรกร จำกัดเป็นเจ้าของพันธุ์
2.   พันธุ์ศรีทอง เป็นพันธุ์ลูกผสม (F 1 hybrid) เช่นเดียวกัน ผลิตโดยบริษัทเมล็ดพันธุ์เพื่อนเกษตรกร มีลักษณะใกล้เคียงกับพันธุ์ซันเลดี้ มีผิวเรียบ สีเหลืองทอง หรือส้ม เนื้อภายในสีขาวอมเขียว มีขนาดน้ำหนักประมาณ 1 – 1.5 กก. ต่อผล
3.   พันธุ์ซันเนท 858 เป็นพันธุ์ลูกผสมของบริษัทเจียไต๋ เมล็ดพันธุ์จำกัด ผิวภายนอกผลสี ส้ม มีร่างแห เนื้อผลภายในสีส้ม เป็นพันธุ์เบาที่โตเร็ว เก็บเกี่ยวได้ไว
4.   พันธุ์มอร์นิ่งซัน 875 ผิวภายนอกสีขาว อมเขียว เนื้อภายในสีเขียว รสชำติหวาน น้ำหนัก ผลประมาณ 1.5 – 2 กก. อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 75 – 80 เป็นพันธุ์ลูกผสมของบริษัทเจียไต๋ เมล็ดพันธุ์จำกัด เช่นกัน
5.   พันธุ์จิงหยวน เป็นพันธุ์ลูกผสม (F1 hybrid) นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นโดยบริษัทไทยเฟรซ จำกัด ปลูกในวงจำกัดเฉพาะเกษตรกรที่เป็นลูกไร่ของบริษัทฯ เท่านั้น ลักษณะผลภายนอกสีเขียว ผิวขรุขระเป็นร่างแห ตลอดทั้งผล เนื้อสีเขียว รสหวานจัดและมีกลิ่นหอม
ที่กำแพงเพชรบ้านเรา หมู่ที่ ๑๘ บ้านหนองศาลา หมู่ที่ ๑๘  แยกมาจาก หมู่ที่ ๓ บ้านหนองโสน เหตุที่เรียกว่าหนองศาลาเพราะมีหนองน้ำใหญ่  ติดต่อกับแม่น้ำประชาชนใช้สัญจรไปมา และคนจากจังหวัดพิษณุโลกจะมาพักที่หนองศาลา และได้มีการสร้างศาลาไว้กลางหนองน้ำ เพื่อไว้ให้ผู้คนพักผ่อนและหลบจากสัตว์ร้าย จึงเรียกกันว่า บ้านหนองศาลา  หนองศาลานี้มีขนาดใหญ่ประมาณสนามฟุตบอล มีทั้งหมด ๓  หนองด้วยกัน  ปัจจุบันนี้หนองศาลาไม่มีศาลาแล้วกลายเป็นอ่างเก็บน้ำซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ  ๑๒๐ ไร่ หนองทั้ง ๓ หนอง มีชื่อ ดังนี้  คือ หนองคล้า  หนองศาลา   และหนองกินน้ำตำบลเขาคีริส
   สวนเมล่อนที่บ้านของนายวรเทพ ศุภกิจเจริญ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเขาคีริส ท่านได้ ทำโรงเรือน เพื่อปลูกเมล่อน ไว้ ๘ โรงเรือน นับว่าท่านประสบความสำเร็จ ในการทดลองปลูกเมล่อน ประกอบอาชีพเสริมได้อย่างสำเร็จอย่างงดงาม ถามท่านว่า ๑ โรงเรือน มีรายได้ประมาณเท่าไร ท่านตอบว่า ได้ประมาณ ห้าหมื่นบาท ถ้าท่านสนใจที่จะศึกษาและทดลองปลูก สามารถติดต่อขอชมแปลงเกษตรเมล่อน ได้ที่ บ้านของนายวรเทพ ศุภกิจเจริญ ด้วยจิตมิตรภาพของท่าน ทำให้ท่านประสบความสำเร็จอีกระดับหนึ่งแล้ว คณะของผู้ศึกษาดูงานสวนเมล่อนชากังราว ขอปรบมือให้ สัปดาห์หน้า ต้นเดือนมิถุนายน ๒๕๖๑ มีจำหน่ายอีกหนึ่งโรงเรือน เรื่องรสชาติ ไม่ต้องพูดถึงอร่อยหอมหวานทุกสายพันธุ์ คณะของเราชิมกันจนอิ่มเอมใจขอบคุณ นายวรเทพ ศุภกิจเจริญ ที่ต้อนรับอย่างวิเศษยิ่ง
                     สันติ อภัยราช   ๒๖ พค. ๖๑


 9 
 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2018, 10:35:45 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
สวนส้มบางพาน
แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของ ตำบลเขาคีริส  อ.พรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร           คำว่าเขาคีริส มาจากคำว่า เขามีฤทธิ์  เพราะในวันพระ จะมีแสงพวยพุ่ง จาก ยอดเขา ประชาชนเชื่อกันว่า จะมีเสียงปี่พาทย์ดังมาจากยอดเขา  จึงเรียกกันว่าเขามีฤทธิ์  ต่อมาเรียกเพี้ยนไปว่าเขาคีริส เป็นภูเขาขนาดย่อม สามยอด เรียงกัน พื้นที่ดิน เป็นที่ราบสูง น้ำท่วมไม่ถึงทำให้แผ่นดินอุดมสมบูรณ์มาก ณ หมู่ที่ ๖  บ้านดอนขมิ้น   เหตุที่เรียกว่าดอนขมิ้นเพราะ บริเวณที่ตั้งหมู่บ้าน เป็นที่ดอน และมีต้นขมิ้นขึ้นอยู่เต็มพื้นที่ทั้งหมด จึงเรียกกันว่าดอนขมิ้น
ที่บ้านดอนขมิ้น มีสวนส้มขนาดใหญ่ หน้าที่ เกือบพันไร่ ปลูกมาเกือบ ๒๐ ปี คุณสมชาย ศรีสังข์สุข           เล่าให้ฟังว่า กว่าจะมีวันนี้ได้ ล้มลุกคลุกคลาน มาตลอด จนกระทั่งในปัจจุบันนี้ ประสบความสำเร็จ ในระดับหนึ่ง และกำลังขยายอาณาเขต ให้กว้างขวางต่อไป เพราะยังมีเนื้อที่ อีกมาก เราได้มีโอกาส นั่งรถไปชม กับเจ้าของสวน ท่านเล่าให้ฟังตลอดทาง ถึงประสบการณ์ ในการปลูกส้ม ทั้งสวนมีผลผลิตจำนวนมาก แต่ละต้น มีผลดก รสหอมหวาน อมเปรี้ยว นับว่ารสชาติดีมากๆ
คุณสมชาย ศรีสังข์สุข มีความสุขมาก ที่เล่าให้คณะท่องเที่ยว ของเทศบาลเขาคีริส และนักวิชาการ อย่างเราฟังอย่างสนุกสนาน ไม่ปิดบัง ท่านมีใจคอกว้างขวาง กินส้มได้อย่างไม่อั้น แถมใส่ถุงให้อีกคนละหลายกิโลกรัม ท่านเล่าว่า เดิมอยู่บางมด ธนบุรี เมื่อที่ดินแพงมากๆ ก็มาซื้อที่ดิน ปลูกส้มที่ เมืองปทุมธานี และความเจริญ ไล่มาอีก จึงตัดสินใจมาซื้อที่ดิน ที่ บ้านดอนขมิ้น แห่งนี้ นับพันไร่ มีผลผลิต ต่อปี มีรายได้ นับร้อยล้านบาท สวนส้มบางพาน มีคนงานกว่า ๕๐ คน ทำหน้าที่ต่างๆกัน ส้มที่ปลูกมากคือส้มโชกุน
ท่านเจ้าของสวนส้ม มีอัธยาศัยไมตรี อันดียิ่ง เป็นเจ้าบ้านที่ดี สวนส้มบางพาน จึงสมควรที่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตร อย่างที่สุด  ถ้าท่านสนใจจะไปท่องเที่ยว ชม ชิม แชะ ติอต่อได้ที่เทศบาลตำบลเขาคีริส ซึ่งมีนโยบายบริการประชาชน นำชมได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด
วันนี้ ผมและคณะ ประทับใจ สวนส้มบางพาน (คณะศึกษาดูงาน ตั้งชื่อให้ใหม่ จากสวนเฮงดี เป็นสวนบางพาน)
อย่างที่สุด มีโอกาสจะมาเยี่ยมชมอีกครั้ง ประทับใจ และนึกไม่ถึงว่า เขาคีริสบ้านเรา จะมีสวนส้ม ขนาดมหึมามีผลผลิตมหาศาล  อย่างน่าทึ่งที่สุด

                        สันติ อภัยราช
 ๒๖ พค. ๖๑



 10 
 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2018, 08:31:05 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
ถวายรายงานเรื่อง การดำเนินงานให้บริการต่างๆ ของ ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อ.เมือง                         จ.กำแพงเพชร ชั้นที่ 1มุมหนังสือพระราชทาน มุมหนังสือทั่วไป มุมห้องนิยาย มุมคอมพิวเตอร์                                      มุมเด็กและเยาวชน เมื่อ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 เวลา ประมาณ 15.15 – 15.29 น.
เมื่อพระองค์ท่านทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดป้ายด้านหน้าของห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อ.เมือง จ.กำแพงเพชร แล้ว ทรงพระดำเนินขึ้นบันไดมาที่ชั้นแรก  และทรงพระดำเนินมายังจุดถวายรายงานจุดที่  2 ตามมาด้วยท่านรัฐมนตรี ท่านปลัดกระทรวง ท่านเลขาธิการ กศน. ท่าน ผอ.กศน.จังหวัดกำแพงเพชร และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ จากในกระทรวง และในกำแพงเพชรหลายท่าน
เมื่อพระองค์ทรงประทับยืน ณ จุดถวายรายงานแล้ว ข้าพเจ้าได้ถวายรายงานตัวว่า
ข้าพระพุทธเจ้า นางสาวศิริพร แว่นแก้ว ตำแหน่ง บรรณารักษ์ปฏิบัติการ ขอถวายรายงานการดำเนินงาน ห้องสมุดประชาชน แห่งนี้ ได้เปิดให้บริการแก่ประชาชน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2560 มีหนังสือที่ให้บริการภายในห้องสมุด 5,308 เล่ม มีสมาชิกทั้งหมด 256 คน และมีผู้ใช้บริการ 1,900 คน พระพุทธเจ้าคะ
ขณะที่กำลังข้าพเจ้ากำลังถวายรายงาน พระองค์ทรงหันพระพักต์มาแย้มพระสรวลเล็กน้อย และทรงหันพระพักต์ไปชมหนังสือที่ตู้ หมวด 600 ทรงมองไปที่ชั้นหนังสือที่มีหนังสือเรื่อง พรรณไม้พระนาม ตั้งโชว์อยู่ พระองค์ทรงจดบันทึกส่วนพระองค์ ทรงถ่ายรูปที่ตู้หนังสือด้วยโทรศัพท์ส่วนพระองค์ แล้วทรงหันพระองค์กลับมา ทรงฟังการถวายรายงานต่อจนจบ ด้วยพระพักต์ยิ้มแย้ม และทรงจ้องตาตลอดเวลา ทำให้ข้าพเจ้าปลื้มปิติใจ เป็นอย่างมาก
จากนั้นทรงพระดำเนินไปยังตู้หนังสือถัดไป และทรงหันพระพักต์กลับมามองที่ผู้ถวายรายงาน และมีความเงียบไปประมาณ 3 วินาที วินาทีนั้นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แทบทุกคนหันมามองที่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงได้ถวายรายงานต่อถึงเรื่องที่เป็นพิเศษของห้องสมุดประชาชนแห่งนี้ว่า ห้องสมุดแห่งนี้ ได้มีการเปิดให้บริการในวันเสาร์ และอาทิตย์ในเวลาที่เป็นพิเศษแตกต่างจากหลายๆ แห่ง เพราะเปิดให้บริการในเวลา 10.00 น. 19.30 น. เพื่อให้ตรงกับวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่  พระองค์ทรงพยักพระพักต์เบาๆ และจ้องมาที่ผู้ถวายรายงานอย่างสนใจ  ข้าพเจ้าถึงถวายรายงานต่ออีกว่า และเนื่องจากในวันอาทิตย์ทางวัดพระบรมธาตุ พระอารามหลวง ได้มีการสวดธรรมจักรซันเดย์เป็นประจำ ระหว่างเวลา 18.00 – 20.00 จะได้ให้บริการแก่ประชาชน นักศึกษา นักเรียน และเยาวชนที่จะมาใช้บริการในเวลานั้น พระองค์ทรงแย้มพระสรวล และมีพระอารมณ์ขันตรัสว่า              ก็ดีนะ สวดมนต์ไปด้วยอ่านหนังสือไปด้วย  ต่อไปก็ไม่ต้องไปสวดมนต์ข้างล่างละ มาสวดมนต์ข้างบนห้องสมุดนี่ละ อ่านหนังสือไปด้วย  แล้วทรงพระสรวลอย่างเกษมสำราญ
จากนั้น พระองค์ทรงพระดำเนินจนถึงตู้หนังสือหมวด 700 แล้วทรงพระดำเนินกลับมาเส้นทางเดิมประมาณ ห้าก้าว ทรงมีพระปฏิสันถารกับข้าราชการที่ทูลถามเรื่องต่างๆ ประมาณ 1 นาที  แล้วพระดำเนินไปทรงถ่ายภาพด้วยมือถือส่วนพระองค์ที่ตู้หนังสือหมวด 100-199 ถ่ายมากกว่า 1 ครั้ง และทรงหันมาตรัสถามกับข้าพเจ้าว่า ที่นี่หนังสืออะไรที่มีคนอ่านคนยืมมากที่สุด ข้าพเจ้าถวายรายงานว่า จะเป็นหนังสืออาหารคะ ทรงแย้มพระสรวลหันพระพักต์ไปตรัสกับข้าราชการต่างๆ ว่า อืม ไปที่อื่นๆ ก็จะเป็นหนังสืออาหารนะที่มีคนชอบมากๆ เหมือนๆ กันนะส่วนใหญ่ และทรงหันไปมองที่ชั้น 100 ทรงชี้ และหันพระพักต์กลับมา และทรงมีพระดำรัสต่อว่า หนังสือเล่มเล็กแบบนี้พระองค์ได้ไปพระราชทานให้กับห้องสมุดพร้อมปัญญา เรือนจำต่างๆ เค้ามีการสำรวจสุดยอดนักอ่าน ปรากฏว่า นักโทษชาวต่างชาติ ได้รางวัลนะ เป็นคนที่อ่านหนังสือ มากที่สุด ชนะคนไทยไปอีกนะ แล้วทรงแย้มพระสรวล (*ฟังได้ว่า ประมาณ 40 – 50 เล่ม ต่อ 1 เดือน)
จากนั้น ทรงพระดำเนินต่อไปยังมุมหนังสือพระราชทานตู้กระจกสีขาว ทรงหันพระพักต์มองที่หนังสือต่างๆ ประมาณ 2 วินาที แล้วทรงพระดำเนินต่อไปยังมุมคอมพิวเตอร์
ระหว่างที่ทรงพระดำเนินผ่านหน้าเคาน์เตอร์ ทรงหันพระพักต์ไปมอง แล้วทรงแย้มพระสรวล เมื่อทรงพระดำเนินไปถึงจุดถวายรายงานมุมคอมพิวเตอร์ ผอ.มงคล พลายชมพูนุท ได้ถวายรายงานว่า ข้าพระพุทธเจ้า นายมงคล พลายชมพูนุท ตำแหน่ง ผอ.กศน.อ.ไทรงาม มุมนี้เป็นมุมให้บริการคอมพิวเตอร์ มีการให้บริการ อีบุ๊คหนังสือต่างๆ หนังสือพระราชนิพนธ์ และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของจังหวัดกำแพงเพชร พระพุทธเจ้าข้า พระองค์ทรงมีพระดำรัสว่า เดี๋ยวนี้เค้าก็จะนิยมอ่านอีบุ๊คนะ แล้วทรงตรัสถามผู้ถวายรายงานว่า อีบุ๊คนี่ กศน.ทำหรือ ผู้ถวายรายงานตอบว่า เป็นบุคลกร ของ กศน.ทำขึ้นมาเอง ครับ
จากนั้นทรงพระดำเนินไปยังมุมเด็กและเยาวชน ทรงชมการเล่นยิมฝึกทักษะสมอง ขณะที่นักเรียนกำลังเล่นยิมเพลงแรก ทรงแย้มพระสรวลตลอดเวลา และทรงถ่ายรูปของนักเรียนด้วยโทรศัพท์ส่วนพระองค์ และทรงตรัสว่า อ่อนี่เป็นการเล่นยิมแยกประสาทนิ้วมือ ฝึกทักษะพัฒนาการ นี่ผู้ใหญ่ยังทำไม่ได้เลยนะ เราก็ยังไม่ได้เลย แล้วทรงแย้มพระสรวลอีกครั้ง เมื่อ นร.เล่นจบเพลงแรก ทรงปรบพระหัตถ์แล้วหันพระพักต์มาที่ข้าราชการต่างๆ อย่างพอพระทัย
แล้วทรงพระดำเนินดูและหันพระพักต์มองไปซ้ายขวา แล้วจึงพระดำเนินต่อไปยัง ห้องนิยาย  ซึ่งในจุดนี้นางสาวปิยนุช บัวเจริญ ได้ประจำอยู่จุดนี้ ได้ให้ข้อมูลว่า นางสนองพระโอฐของพระองค์เดินเข้าไปสองคนก่อนล่วงหน้าถามหาหนังสือของ นักเขียน สองท่าน (ซึ่งผู้ประจำจุดจำชื่อนักเขียนทั้งสองคนไม่ได้) ได้ช่วยกันหาทั้งหมดแล้ว ปรากฏว่าไม่มีนิยายของผู้แต่งทั้งสองชื่อ นางสนองพระโอฐถามว่า ผู้ใช้บริการเป็นใครบ้าง ผู้ประจำจุดรายงานว่า เป็นกลุ่มนักเรียน พยาบาล ครู แม่ค้า และประชาชนทั่วไป และมีกลุ่มผู้สูงวัยด้วยคะ  นางสนองพระโอฐถามต่อว่า แล้ววิธีการเลือกหนังสือเราทำอย่างไง นางสาวปิยนุช ก็ตอบว่า ใช้วิธีสำรวจความต้องการของผู้อ่านว่าเขาอยากอ่านนวนิยายประเภทไหนเรื่องอะไรก่อน แล้วอีกส่วนก็จะมาจากบรรณารักษ์จะเลือกนวนิยายใหม่ๆ ที่อยากแนะนำให้อ่านคะ นางสนองพระโอฐ ก็บอกว่าเป็นวิธีที่ดี แล้วก็หันมาดูตรงตู้         นวนิยายที่เป็นของผู้เขียนทรงคุณค่าของ ประภัสสร เสวิกุล และบอกว่าน่าสนใจ
จากนั้นพระองค์ได้ทรงพระดำเนินเข้ามาในห้องนิยาย ทรงทอดพระเนตรหนังสือแล้วตรัสว่า หนังสือเยอะดี แล้วนางสนองพระโอฐได้ทูลว่าหนังสือของนักเขียนทั้งสองคนไม่มี (ซึ่งผู้ประจำจุดจำชื่อนักเขียนทั้งสองคนไม่ได้)  และทูลต่อว่า ที่นี่เขามีวิธีการเลือกหนังสือโดยการสอบถามจากผู้อ่านและบรรณารักษ์เลือกด้วย พระองค์ทรงพยักพระพักต์แล้วแย้มพระสรวล จากนั้นข้าพเจ้าผู้ถวายรายงานในจุดที่ 2 ได้ เดินตามพระองค์         ไปทันในช่วงเวลาที่พระองค์ทรงตรัสแนะนำว่า เดี๋ยวนี้คนก็ชอบอ่านหนังสือนิยายที่เกี่ยวกับอาหารกันเยอะนะ พระองค์ทรงทอดพระเนตรรอบๆ แล้วตรัสว่าหนังสือนิยายนี่ก็ต้องมีนะสำคัญคนชอบอ่าน และข้าพเจ้าได้ถวายรายงานว่าหนังสือในตู้นี้ ผายมือไปทางตู้แรกด้านซ้าย แล้วรายงานว่า คือตู้หนังสือผู้แต่งทรงคุณค่า นักเขียนรุ่นเก่า คะ พระองค์ทรงก้มพระพักต์มองที่หนังสือตู้นั้น แล้วทรงแย้มพระสรวล ประมาณ  3-4 วินาที แล้วทรงพระดำเนินออกไปด้านหน้าประตู 
(ระหว่างที่พระองค์ทรงพระดำเนินไปที่ด้านหน้าประตู มีทหารผู้ที่ติดตามพระองค์เดินเข้ามาแล้วถามว่า ประชาชนเขาเดินทางมากันยังไง หมายถึงเดินทางมาที่ห้องสมุดที่นี่ เพราะเห็นว่าอยู่ไกล และต้องข้ามสะพานมาด้วย นางสาวปิยะนุช ตอบว่า ผู้ใช้บริการส่วนมากจะเป็นประชาชนที่อยู่ในระแวกนี้ ถัดจากนี้ไปไม่ไกลก็จะมีชุมชนนครชุม ส่วนทางฝั่งนู้นก็มีห้องสมุดประชาชนจังหวัดกำแพงเพชรให้บริการอีกแห่ง หากมีผู้ใช้บริการไม่สะดวกข้ามมา ก็สามารถใช้บริการห้องสมุดประชาชนจังหวัดกำแพงเพชรได้ หากไม่มีเวลามาห้องสมุดแต่อยากอ่านนิยายทางเราก็มีบริการ E-Book ออนไลน์ ที่สามารถอ่านได้จากสมาทโฟนได้จากทุกที่เลยคะ ทหารที่นั้นบอกว่าดีมาก มีห้องสมุดทั้งสองฝั่ง แล้วจึงถามต่อว่า E-Book นี่เอาไปทำอย่างไง สแกนทั้งหมดเลยไหม ก็ตอบว่า เราจะมีหนังสือที่เจ้าของลิขสิทธิ์อนุญาตให้เผยแพร่ทางออนไลน์ได้เท่านั้นคะ ถ้าเล่มไหนติดลิขสิทธิ์ก็ไม่สามารถเอาขึ้นได้คะ ทหารบอกว่า ดีมาก และทหารยังถามหาหนังสือ เรื่อง ไม่มีวันสิ้นโลก อีกด้วย)
ที่ด้านหน้าประตู ตรงกับบันไดทางขึ้น พระองค์ทรงมีพระปฏิสันถาร กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการ และผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรเล็กน้อย ถึงเรื่องการให้บริการหนังสือโดยทั่วๆ ไปของห้องสมุดฯ และทรงพระดำเนินขึ้นบันไดไปชั้นที่ 2 ของห้องสมุดฯ
ข้าพเจ้า ปลื้มใจ มีความสุข และภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสถวายรายงาน ขอบพระคุณ                           ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ท่านปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, ท่านเลขาธิการ กศน.,                                    ท่าน ผอ.นภา จิโรภาส, ผอ.สมใจ วิชัยยา, อาจารย์ปิยาภา ยิดชัง สำนักงาน กศน., และอาจารย์กำจร หัดไทย เป็นอย่างสูงคะ

23 กุมภาพันธ์ 2561 23.51 น.                                              นางสาวศิริพร แว่นแก้ว เรียบเรียงรายงาน




หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!