จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช
สิงหาคม 16, 2017, 10:11:36 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช
ยินดีต้อนรับสมาชิก และผู้เยื่ยมชมทุกๆท่าน
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2017, 09:57:32 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
ความเป็นมาของ ถนนเทศา เมืองกำแพงเพชร
        ถนนเทศา เป็นถนนสายแรกของเมืองกำแพงเพชร สร้างราวพ.ศ. ๒๔๔๕ -๒๔๔๖ ตัดขนานไปตามลำน้ำปิง เริ่มตั้งแต่ บริเวณหน้าบ้าน หลวงมนตรีราช (หวาน อินทรสูต) ประมาณที่ทำการสหกรณ์ครูกำแพงเพชร ปัจจุบัน ยาวไปถึง บริเวณโรงแรมนวรัตน์ในปัจจุบัน เป็นถนนที่งดงามมาก กว้างราว ๖ เมตร สองข้างทางปลูกไม้เนื้อแข็ง เช่นประดู่ และชิงชัน ตลอดทั้งสาย บ้านผู้เขียน(อ.สันติ อภัยราช) อยู่ติดกับถนนเทศา ได้อาศัยร่มเงาของต้นไม้เหล่านี้เดินไปโรงเรียนทุกวัน (ต่อมาขยายถนนเทศาราวพ.ศ.๒๕๐๑ – ๒๕๐๒) ได้โค่นต้นไม้ออกทั้งหมด ภาพการโค่นต้นไม้ใหญ่ริมถนนเทศา ยังติดตาอยู่จนทุกวันนี้
   เหตุที่เรียกว่าถนนเทศาเพราะ ผู้ดำริในการสร้างถนนนี้ คือเทศาภิบาลมณฑลนครสวรรค์ (มณฑลนครสวรรค์ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2438 ซึ่งเป็นมณฑลแรก ๆ ที่จัดตั้งขึ้นมา มีพื้นที่ครอบคลุม เมืองนครสวรรค์ เมืองชัยนาท เมืองกำแพงเพชร เมืองมโนรมย์ เมืองพยุหะคีรี          เมืองสรรคบุรี   เมืองตาก และเมืองอุทัยธานี)
เทศาภิบาลมณฑลนครสวรรค์ในขณะนั้นคือ  พระยาอมรินทรฤาชัย(จำรัส รัตนกุล) ท่านเป็นเทศาภิบาลมณฑลนครสวรรค์ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๔๕- ๒๔๕๓   ส่วนผู้ที่ริเริ่มสร้างถนน    คือพระยาไกรเพชรรัตนสงคราม (แฉ่ บุนนาค) ข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลนครสวรรค์คนก่อนหน้า   มีพระยารามณรงค์สงคราม(หรุ่น อินทรสูต) เป็นเจ้าเมืองกำแพงเพชร ในขณะนั้น




 2 
 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2017, 02:06:50 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
ความเป็นมาของถนนราชดำเนิน เมืองกำแพงเพชร
........แล้วจึงเดินไปวัดคูยาง ผ่านถนนสายใน ถนนสายนี้งามมาก ได้ถ่ายรูปไว้แล้วให้ชื่อว่า ถนนราชดำเนิน
ข้อความจากพระราชนิพนธ์จดหมายเหตุประพาสต้นพระพุทธเจ้าหลวง ณ เมืองกำแพงเพชร เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๔๔๙ แสดงให้เห็นพระปิยมหาราช รัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชทานชื่อถนน ราชดำเนิน ให้กับคนกำแพงเพชร ด้วยพระองค์เอง ด้วยความตั้งพระทัย
เดิมถนนราชดำเนิน เป็นทางล้อเกวียน เส้นทางสัญจรทางบกของชาวกำแพงเพชร  ยาวตั้งแต่ กำแพงเมือง (หลังไปรษณีย์กำแพงเพชรเก่า) ตรงไปสิ้นสุดยังวัดบาง ผ่านด้านหลังวัดเสด็จ ตัดโดยพระวิเชียรปราการเจ้าเมืองกำแพงเพชรท่านใหม่ ที่รัชกาลที่ ๕ โปรดให้มาปฏิรูปเมืองกำแพงเพชร ถนนเส้นนี้ กว้างราว ๖ เมตร มีบ้านเรือน ราษฎรปลูกอยู่บ้างแล้ว ตรง กว้าง งดงามมาก พระวิเชียรปราการ ตั้งใจที่จะรับเสด็จพระพุทธเจ้าหลวงด้วย  จึงตัดอย่างตรงและงดงาม ตามพระราชนิยม ในสมัยนั้น เมื่อพระพุทธเจ้าหลวง เสด็จมาขึ้นที่ท่าน้ำวัดเสด็จ มาถ่ายรูปที่วัดเสด็จ แล้วเสด็จพระราชดำเนิน ข้ามถนนใหม่ไปที่วัดคูยาง ทรงทอดพระเนตร ถนนใหม่จึงตรัสว่า  ผ่านถนนสายใน ถนนสายนี้งามมาก ได้ถ่ายรูปไว้แล้วให้ชื่อว่า ถนนราชดำเนิน
จึงได้นามถนนเป็นสิริมงคล มาจนทุกวันนี้

 3 
 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2017, 12:26:51 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
อำเภอโกสัมพีนคร
ป่าสวยน้ำใส      กล้วยไข่แสนหวาน       แม่ปิงไหลผ่าน        อุทยานคลองวังเจ้า
ชาวเขามากมี       โบราณคดีลือเลื่อง     เมืองแห่งสาวงาม         นามโกสัมพีนคร
ตำนานเมืองโกสัมพี  จังหวัดกำแพงเพชร
         โกสัมพีเป็นเมืองเก่าแก่ยุคหินต่อยุคโลหะ  เมื่อประมาณปีพระพุทธศักราช ๑๐๐๒ ปี จึงพระยากาฬวรรณดิศราช บุตรของพระยากากะพัตรได้เสวยราชสมบัติเมืองตักกะสิลามหานคร(สันนิษฐานว่าคือเมืองตาก) จึงให้พราหมณ์ทั้งหลายยกพลลงไปสร้างเมืองละโว้ได้ ๑๙ ปี เมื่อพระพุทธศักราชล่วงได้ ๑๐๑๑ พรรษา แล้วพระยากาฬวรรณดิศราช ให้พระยาทั้งหลายไปตั้งเมืองอยู่ทุกแห่ง แลขุนนางขึ้นไปถึงเมืองทวารบุรี เมืองสันตนาหะ แลเมืองอเส   เมืองโกสัมพี   แล้วมานมัสการที่พระพุทธเจ้าตั้งบาตรตำบลบ้านแม่ซ้องแม้ว
      จากพงศาวดารเหนือ และประวัติเมืองตาก ทำให้เราสามารถประมวลได้ว่า เมืองโกสัมพีนคร น่าจะสร้างราว พ.ศ.๑๐๑๑ โดยพระยากาฬวรรณดิศ เจ้าเมืองตาก ได้สร้างเมืองต่างๆ ขึ้นสี่เมือง  มีนครโกสัมพีด้วย หลังจากนั้น ได้ทิ้งเมืองตากให้ร้าง และเสด็จไปสร้างเมืองละโว้ และครองละโว้ พระราชธิดาคือนางจามเทวี ได้เสด็จ ตามลำน้ำปิง และทำสงครามกับ เจ้าชายแห่งโกสัมพี เป็นศึกแห่งความรัก และเจ้าชายโกสัมพี สิ้นพระชนม์ทีตำบลวังเจ้า แขวงเมืองตาก พระนางจามเทวี ได้บูรณะ เมืองตากขึ้นใหม่เมื่อเสร็จแล้วจึงเสด็จไปครอง เมืองหริภุญชัย(ลำพูน)  ในกาลนั้น                     
 ปัจจุบันโกสัมพี" เป็นชื่อของตำบลๆหนึ่งใน  3 ตำบล  ที่รวมตัวกันจัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอโกสัมพีนคร สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลได้ลงมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้ใช้ชื่อ "อำเภอโกสัมพีนคร" เพื่อเป็นสิริมงคลในวโรกาสที่ได้รับการจัดตั้งในปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติเป็นปีที่ 50 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2539 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม ปีเดียวกัน และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะขึ้นเป็น อำเภอโกสัมพีนคร ในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน ปีเดียวกัน อำเภอโกสัมพี แบ่งเป็น สามตำบล คือ

      ตำบลโกสัมพี
      ตำบลเพชรชมพู
      ตำบลลานดอกไม้ตก       .                     
                     


อำเภอโกสัมพีนครตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้
•   ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอวังเจ้า อำเภอเมืองตาก (จังหวัดตาก) และอำเภอพรานกระต่าย
•   ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเมืองกำแพงเพชร
•   ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเมืองกำแพงเพชรและอำเภอคลองลาน
•   ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอพบพระและอำเภอวังเจ้า (จังหวัดตาก)
                 
คำขวัญประจำอำเภอคือ
   ป่าสวยน้ำใส      กล้วยไข่แสนหวาน       แม่ปิงไหลผ่าน        อุทยานคลองวังเจ้า
ชาวเขามากมี       โบราณคดีลือเลื่อง     เมืองแห่งสาวงาม         นามโกสัมพีนคร
       คณะบันทึกสารคดีโทรทัศน์วัฒนธรรมชุด โกสัมพีนคร ของเรา ได้รับการต้อนรับจาก ครูพรพรรณ บุญโท ครูอาสาสมัคร กศน.อำเภอโกสัมพี คุณจันทร์ธวัชย์ ยาดี พัฒนากรประจำตำบลโกสัมพี คุณสุวพัทร์ พันธ์สมพงศ์ ประธานกลุ่มสตรีโกสัมพี คุณบรรจบ สืบมี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๓ คลองเมือง และคุณวันวิสา เหมือยฝน สาวงามตำบลโกสัมพี  ได้นำเราไปชมสถานที่ต่างๆ ตามคำขวัญอำเภอโกสัมพี สถานที่แรกคือ คำขวัญวรรคแรกคือ
ป่าสวย น้ำใส
ที่อำเภอโกสัมพี มีเกาะเสือ และในเกาะเสือ มีป่ายางขนาดใหญ่นับร้อยต้น มีสายน้ำปิงที่งดงาม ไหลผ่านทั้งสองด้านของเกาะเสือนับว่าเป็นจุดที่งดงามที่สุดอีกจุดหนึ่งในกำแพงเพชร
 เกาะเสือ  ตั้งอยู่ที่บ้านเกาะตำแย-เกาะเสือ หมู่ที่ 5 ต.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร อยู่ห่างจากถนนพหลโยธินเพียง 200 เมตรเท่านั้น ติดกับจ.ตาก มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเกาะเสือว่า เดิมเกาะนี้ มีเสือมาอาศัยอยู่ บางท่านว่าเป็นชุมโจร การเดินทางต้องอาศัยเรือเป็นยานพาหนะ ปัจจุบันมีการสร้างกระเช้าเพื่อข้ามไปยังเกาะ เกาะเสือมีทัศนียภาพที่สวยงามมาก ปัจจุบันมีการพัฒนาเกาะเสือ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ของจังหวัดกำแพงเพชร เกาะเสือมีอายุ ยืนยาวมาไม่น้อยกว่า 300 – 400 ปี จากสภาพโดยทั่วไปพบต้นยางขนาดใหญ่มากเกือบ 200 ต้น ซึ่งเดิมมีมากกว่า 400 กว่าต้น องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร
มี โครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าข้ามลำน้ำปิงมูลค่า 36 ล้านบาท ข้ามลำน้ำปิงแห่งที่ 2 ของไทย ระยะทางข้ามแม่น้ำปิง 300 เมตร จำนวน 32 กระเช้า 64 ที่นั่ง พร้อมอาคารควบคุม โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กำแพงเพชร  มีการปรับปรุงในส่วนของภูมิทัศน์ต่างๆ รองรับกิจกรรมอันหลากหลาย ทั้งด้านที่พักแบบรีสอร์ท หรือกางเต็นท์ การล่องแก่ง พายเรือ การนำเรือหาปลาของชาวบ้านมาให้บริการนักท่องเที่ยวกว่า 30 ลำ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะเสือที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ ต้นยาง อายุกว่าร้อยปีจำนวนหลายต้น เป็นที่อาศัยของฝูงนกกะลิง เป็นสถานที่ ป่าสวยน้ำใจอย่างน่ายลในเมืองกำแพงเพชร

กล้วยไข่แสนหวาน   
      ที่ตำบลโกสัมพี มีแหล่งปลูกกล้วยไข่ที่มากที่สุด แห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร จนมีคำขวัญวรรคที่ ๒ ของโกสัมพีนครว่า กล้วยไข่แสนหวาน  มีผลผลิตที่มี รสชาติที่หอมหวานมาก เป็นแหล่งปลูกที่สำคัญของประเทศไทยเลยทีเดียว เราไปพบกับเจ้าของสวนกล้วยไข่คือนางสำรวย อินทร์เจริญ ท่านปลูกกล้วยไขไว้หลายสิบไร่ มีรายได้จากสวนกล้วยไข่ที่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้อย่างสบาย ได้ลองชิมกล้วยไข่ที่สวนแห่งนี้ มีรสหวานสมกับคำขวัญที่ว่า กล้วยไข่ แสนหวานจริงๆ
แม่ปิงไหลผ่าน   
อำเภอโกสัมพีนคร เป็นอำเภอสำคัญที่แม่น้ำปิงไหลผ่าน ทั้งตัวเมืองโบราณและตัวเมืองใหม่ เป็นระยะทางที่ยาวมากที่สุดอำเภอหนึ่งในภาคเหรือ  แม่น้ำปิง งดงาม บางตอน เห็นทรายขาว เป็นลำน้ำที่ อุดมสมบูรณ์มาก นับว่างดงามที่สุด แห่งหนึ่ง ตามที่แม่น้ำปิงผ่านอำเภอต่างๆ
 อุทยานคลองวังเจ้า
          ที่อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า ได้พบกับ คุณสมชาย วิเชียรกัลยารัตน์ หัวหน้าอุทยานคลองวังเว้า
ท่านได้พาคณะไปชม  สถานที่น่าสนใจ หลายแห่ง อาทิ น้ำตกคลองวังเจ้า ห่างจากที่ทำการ
1.5 กิโลเมตร สูง 20 เมตรน้ำตกคลองสมอกล้วย มี 4 ชั้น ห่างจากที่ทำการ 1.5 กิโลเมตร
มีน้ำไหลตลอดปีจุดชมวิวผาตั้ง ห่างจากที่ทำการ 3 กิโลเมตร อยู่ริมทางที่จะไปหมู่บ้านโละโคะ
ชมพระอาทิตย์ลับทิวเขาได้ โป่งแก๊สธรรมชาติ มี 2 แห่ง คือทางไปน้ำตกคลองโป่ง และ
น้ำตกเต่าดำ ประมาณ 1,500 เมตร น้ำตกคลองโป่ง มี 4 ชั้น เป็นน้ำตกหินชนวน สูง 100 เมตรนับว่าที่อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่ามาพักผ่อนที่สุดอีกแห่งหนึ่ง มีบ้านพักที่งดงามท่ามกลางธรรมชาติอีกหลายหลัง เชิญชวนทุกท่านมาพักผ่อนกันที่อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้าท่านจะมีความสุขที่สุด
ชาวเขามากมี 
อำเภอโกสัมพี มีชาวไทยภูเขาหลายเผ่าพันธุ์ และมีเป็นจำนวนมาก  ที่บ้านโละโค๊ะ ทางขึ้นลงค่อนข้างลำบากในฤดูฝน  บ้านโละโคะหมู่ที่ 10 ตำบล โกสัมพี อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร เป็นหมู่บ้านชาวเขา ตั้งหมู่บ้านเมื่อปี พ.ศ. 2348 ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติวังเจ้า ตั้งอยู่บนพื้นที่สูง สูงจากระดับน้ำทะเล 500 เมตร ประชากรชาวเขา ประกอบด้วย ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและม้ง ปัจจุบันมีประชากรอาศัยอยู่ จำนวน 93 หลังคาเรือน 103 ครอบครัว 616 คน มีอาชีพการเกษตร นับถือศาสนาพุทธ และคริสต์เป็นบางส่วน สภาพทั่วไปทางภูมิศาสตร์ สภาพทั่วไปเป็นภูเขาที่ไม่สูงชันเท่าไหร่ แต่ธรรมชาติและความบริสุทธิ์ของป่าเขาผู้คนถ้าท่านได้เยือนสักครั้ง ท่านจะต้องกลับมาอีกอย่างแน่นอน
   โบราณคดีลือเลื่อง   
  เมืองโกสัมพี สันนิษฐานว่า เป็นเมืองก่อนประวัติศาสตร์ เราได้สำรวจพบ ขวานหิน ในยุคหิน กลางเมืองโกสัมพี จำนวนมาก และอาจเจริญ ก้าวหน้าขึ้นมาเป็น เมืองโกสัมพี ในยุค ทวาราวดี  และกลายเป็นเมืองร้าง ในราวพุทธศักราช ๑๘๐๐ และร้างมานาน กว่า ๗๐๐ ปี เมือไปสำรวจ จึงไม่พบสิ่งก่อสร้างใดๆเลย นอกจากกองอิฐกองแลง แร่ตระกรัน จำนวนมากเท่านั้น สิ่งที่น่าแปลกอีกอย่างหนึ่งในนครโกสัมพี คือศาลท้าวเวสสุวรรณ คุณบรรจบ สืบมี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านคลองเมือง พาเราชมรายละเอียดของ เมืองโกสัมพี ท่านสันนิษฐานว่าศาลท้าวเวสสุวรรณอาจ จะเป็นหลักเมือง ของเมืองโกสัมพี ในสมัยโบราณ ปัจจุบัน ยังมีผุ้คนกราบไหว้มิได้ขาด เมืองเป็นรูป วงรี คล้ายกับเมืองไตรตรึงษ์ มีคันดิน และคูเมือง โดยรอบ ยังมีหลักฐานให้เห็นรอบเมือง  ลักษณะเมืองตั้งอยู่บนเนินเขา ริมน้ำปิงมี คลองเมือง เป็นคูเมืองด้านเหนือ นับว่านครโกสัมพี มีชัยภูมิที่เหมาะในการรักษาเมืองจากผู้รุกราน และข้าศึกมิอาจเข้ามาใกล้ได้ มีหน้าผาที่สูงชัน มีน้ำเข้าไปเลี้ยงเมืองตลอดทั้งปี
  เมืองแห่งสาวงาม   
โกสัมพี เป็นเมืองที่มีสาวงามที่สุด แห่งหนึ่งในเมืองกำแพงเพชร จนมีคำขวัญประจำอำเภอว่า เมืองแห่งสาวงาม
คณะเราได้พบกับ คุณวันวิสา เหมือยฝน สาวงามแห่งโกสัมพี เธอบอกว่าเธอภูมิใจที่ได้เกิดเป็นสาวโกสัมพีนคร
จะงามเพียงใด เชิญท่านร่วมทัศนาและชื่นชม
นามโกสัมพีนคร
    อำเภอโกสัมพีนคร จึงเป็นเมืองมหาเสน่ห์อีกเมืองหนึ่งของกำแพงเพชร และของประเทศไทยเชิญชวนทุกท่านเลือกชมเลือกท่องเที่ยว ชาวโกสัมพีทุกคน ยินดีต้อนรับ ทุกท่าน ให้ ได้รับความสะดวกสบายและนำชมสถานที่ต่างๆ ตามคำขวัญของโกสัมพีนครที่ว่า
ป่าสวยน้ำใส      กล้วยไข่แสนหวาน       แม่ปิงไหลผ่าน        อุทยานคลองวังเจ้า
ชาวเขามากมี       โบราณคดีลือเลื่อง     เมืองแห่งสาวงาม         นามโกสัมพีนคร
               สันติ อภัยราช





 4 
 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2017, 11:09:32 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
ที่มาของเรื่องเล่า ชาวปากคลองสวนหมาก
เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๗ – ๒๕๓๘ อาจารย์สันติ อภัยราชและคณะ ได้ทำวิจัย เรื่องทุ่งมหาราชกับประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ได้สัมภาษณ์ปราชญ์ท้องถิ่นบ้านปากคลองสวนหมาก (ตำบลนครชุม) ไว้จำนวนมาก และเก็บข้อมูลนี้ไว้กว่า ๒๐ ปี เมื่อมีโอกาสทำหนังสือเรื่องเล่าชาวปากคลอง  จึงได้นำข้อมูลมาเรียบเรียง เป็นเรื่องเล่าชาวปากคลอง ตามคำบอกเล่าของ ท่านผู้มีพระคุณที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้ (เกือบทั้งหมดถึงแก่กรรมไปแล้ว)
๑.   แม่ทองสิน กวดกาง และแม่สุภา ใจผ่อง   ปราชญ์ชาวปากคลองสวนหมาก
๒.   แม่ถวิล เอกปาน          ปราชญ์ชาวปากคลองสวนหมาก
๓.   อาจารย์ประเสริฐ  ศรีสุวพันธ์            นักประวัติศาสตร์ชาวปากคลองสวนหมาก
๔.   นายสุเทพ     ทรงสวัสดิ์                 อดีตพ่อค้าไม้ชาวปากคลองสวนหมาก
๕.   แม่สำเนียง ชูพินิจ         น้องสาวแท้ๆครูมาลัย ชูพินิจ
๖.   นายสมพงษ์  พนมวาสน์      อดีตผู้นำชาวบ้านปากคลองสวนหมาก
๗.   อาจารย์ถนิม  บุญหนัก               หลานชาย แม่ทองย้อย ภรรยาพะโป้
๘.   นายสมศักดิ์  ศิริไพบูลย์      อดีตพ่อค้าไม้ชาวปากคลองสวนหมาก
๙.   อาจารย์สำรวม พูลเขียว       อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนวัชรวิทยา
๑๐.   พระครูวิศาลวชิโรภาส (ทองหล่อ)        อดีตเจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์ ปากคลองสวนหมาก
๑๑.   พระสิทธิวชิรโสภณ (ช่วง)                    อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุ และอดีตเจ้าคณะจังหวัด
                                                                กำแพงเพชร
          ๑๒ สิบตำรวจโทจันทร์  อุดม      อดีตผู้นำชุมชนชาวปากคลองสวนหมาก
   ๑๓แม่เน้ยก้วย รัตนบรรพต                   ภรรยานายทองทรัพย์ รัตนบรรพต บุตรชายพะโป้
ได้นำคำบอกเล่า ของทุกท่าน มาเรียบเรียงเป็น เรื่องเล่าชาวปากคลองด้วยความเคารพ ใน ความเป็นปราชญ์ของท่าน ถ้าไม่บันทึกไว้ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ เราไม่แน่ใจว่าเรื่องเล่าชาวปากคลองนี้ จะอยู่คู่ปากคลองตลอดไปหรือไม่ ขอบคุณ ท่านผศ.อรองค์ แจ่มผล และคณะจากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ที่เห็นความสำคัญ ของสิ่งที่ผู้คนมองผ่าน นำมาบันทึกไว้เป็นเรื่องเล่าชาวปากคลอง ในวันนี้
ขอบคุณหลานสาว ที่น่ารัก เด็กหญิงถวิกา อินทรโส นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ จากกำแพงเพชรเพชรพิทยาคม ภายใต้การดูแลของ อาจารย์ปริพน กรรณิกา ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนวัดคูยาง ที่ทำให้ภาพประกอบสวยๆและมีคุณค่าสำเร็จอย่างงดงาม
                                                         
           สันติ อภัยราช
อาจารย์ ๓ ระดับ ๙ ครูเชี่ยวชาญ กรมสามัญศึกษา
ศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (วัฒนธรรมศึกษา)
อดีตประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร ๓สมัย
ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร





 5 
 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2017, 11:01:20 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
อำเภอปางศิลาทอง
ปางตาไวเลื่องลือแม่วงก์งาม    หินดาตกระเดื่องนามหมู่บ้านเด่น
โพธิ์ทองพืชพันธุ์งามนามร่มเย็น     ร่วมกันเป็นปางศิลาทองของกำแพง
           อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร เป็นอำเภอสำคัญอำเภอหนึ่งของจังหวัดกำแพงเพชร ในจำนวนอำเภอทั้งหมด ๑๑ อำเภอ อำเภอปางศิลาทอง มีธรรมชาติที่งดงาม มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย ประชาชนมีความรักและความสามัคคี มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย รักสงบ อาชีพสำคัญคืออาชีพทางการเกษตร
อำเภอปางศิลาทองเกิดขึ้น ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2536 แบ่งเขตท้องที่อำเภอคลองขลุง ตั้งเป็นกิ่งอำเภอปางศิลาทอง มีเขตการปกครองรวม 3 ตำบล คือ ต.โพธิ์ทอง  ต.หินดาต ต.ปางตาไว ต่อมามีพระราชกฤษฏีกายกฐานะเป็น อำเภอปางศิลาทอง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11  ตุลาคม 2540 เป็นอำเภอปางศิลาทอง ได้อย่างภูมิใจ ของชาวกำแพงเพชร
      อำเภอปางศิลาทอง เป็นการนำชื่อของตำบลทั้ง 3 ตำบล คือ ต.ปางตาไว (ปาง) , ต.หินดาต (ศิลา) , ต.โพธิ์ทอง (ทอง) มารวมเป็นชื่ออำเภอ ปางศิลาทอง
    ปาง  มาจาก   ปางตาไว   หรือตำบลปางตาไว
    ศิลา  แปลว่า   หิน           หรือตำบลหินดาต
    ทอง  มาจาก   โพธิ์ทอง   หรือตำบลโพธิ์ทอง
อำเภอปางศิลาทอง ขนานนามได้อย่างเหมาะสม มีที่มาของชื่ออำเภอได้อย่างชัดเจนและลงตัว
ทำให้ทุกตำบลในอำเภอปางศิลาทองมีความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งของชื่อ ปางศิลาทอง
อำเภอปางศิลาทองตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดกำแพงเพชร
มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอคลองลาน อำเภอเมืองกำแพงเพชร และอำเภอคลองขลุง
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอขาณุวรลักษบุรี
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอแม่วงก์ (จังหวัดนครสวรรค์)
ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภออุ้มผาง (จังหวัดตาก)

คำว่าปางตาไว มาจากคำบอกเล่าว่าที่มาของชื่อตำบลว่า


คำ         แต่เดิมมีชาวนาคนหนึ่งได้มาตัดไม้ยาง ชาวนาคนนี้มีชื่อว่า“ตาไว” เขาได้สร้างที่พักแรมอยู่ในป่า ซึ่ง
เรียกว่า“ปาง”ชาวบ้านที่ผ่านมา ผ่านไปได้พบเห็น จึงเรียกชื่อบริเวณนี้ว่า “ปางตาไว” แล้วต่อมามีประชาชนอพยพจากท้องถิ่นอื่นมาอาศัยอยู่มีจำนวนมากขึ้นจึงตั้งเป็นหมู่บ้านและให้ชื่อ “บ้านปางตาไว”
ปางตาไวเลื่องลือแม่วงก์งาม    
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ มีพื้นที่ จำนวน ๒๗๙,๗๐๐ไร่ หรือประมาณ ๔๔๗.๕๒ ตารางกิโลเมตร และอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอแม่วงก์ อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ มีเนื้อที่ประมาณ ๒๗๙,๐๕๐ ไร่ หรือประมาณ ๔๔๖.๔๘ ตารางกิโลเมตร รวมเนื้อที่ทั้งหมด ของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จำนวน ๘๙๔ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๕๕๘,๗๕๐ ไร่ อยู่ห่างจากจังหวัดกำแพงเพชร ประมาณ ๗๗ กิโลเมตร อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ มีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้ ทิศเหนือ ติดต่อกับ อุทยานแห่งชาติคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ทิศใต้ ติดต่อกับ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี ทิศตะวันออก ติดต่อกับ บ้านคลองปลาสร้อย หมูที่ 7 ตำบลปางตาไว ทิศตะวันตก ติดต่อกับ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จังหวัดตากสภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนเรียงรายกันอยู่ตามเทือกเขาถนนธงชัยลดหลั่นลงมาจนถึงพื้นราบ ประมาณ 40-50 ลูก ยอดที่สูงที่สุดคือ “ยอดเขาโมโกจู” สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,964 เมตร เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารต้นกำเนิดของลำน้ำแม่วงก์ ส่วนพื้นที่ราบมีไม่มาก ส่วนใหญ่อยู่บริเวณริมแม่น้

 6 
 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2017, 07:17:51 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
อำเภอโกสัมพีนคร
ป่าสวยน้ำใส      กล้วยไข่แสนหวาน       แม่ปิงไหลผ่าน        อุทยานคลองวังเจ้า
ชาวเขามากมี       โบราณคดีลือเลื่อง     เมืองแห่งสาวงาม         นามโกสัมพีนคร
ตำนานเมืองโกสัมพี  จังหวัดกำแพงเพชร
         โกสัมพีเป็นเก่าแก่ยุคหินต่อยุคโลหะ  เมื่อประมาณพระพุทธศักราช ๑๐๐๒ ปี จุลศักราช ๑๐ ปีระกาสัมฤทธิศก จึงพระยากาฬวรรณดิศราช บุตรของพระยากากะพัตรได้เสวยราชสมบัติเมืองตักกะสิลามหานคร(สันนิษฐานว่าเมืองตาก) จึงให้พราหมณ์ทั้งหลายยกพลลงไปสร้างเมืองละโว้ได้ ๑๙ ปี เมื่อพระพุทธศักราชล่วงได้ ๑๐๑๑ พรรษา จุลศักราชได้ ๑๐ ปีระกาสัมฤทธิศก แล้วพระยากาฬวรรณดิศราช ให้พระยาทั้งหลายไปตั้งเมืองอยู่ทุกแห่ง แลขุนนางขึ้นไปถึงเมืองทวารบุรี เมืองสันตนาหะ แลเมืองอเส   เมืองโกสัมพี   แล้วมานมัสการที่พระพุทธเจ้าตั้งบาตรตำบลบ้านแม่ซ้องแม้ว (พงศาวดารเหนือ)
      จากพงศาวดารเหนือ และประวัติเมืองตาก ทำให้เราสามารถประมวลได้ว่า เมืองโกสัมพีนคร น่าจะสร้างราว พ.ศ.๑๐๑๑ โดยพระยากาฬวรรณดิศ เจ้าเมืองตาก ได้สร้างเมืองต่างๆ ขึ้นสี่เมือง  มีนครโกสัมพีด้วย หลังจากนั้น ได้ทิ้งเมืองตากให้ร้าง และเสด็จไปสร้างเมืองละโว้ และครองละโว้ พระราชธิดาคือนางจามเทวี ได้เสด็จ ตามลำน้ำปิง ทำสงครามกับ เจ้าชายแห่งโกสัมพี เป็นศึกแห่งความรัก และเจ้าชายโกสัมพี สิ้นพระชนม์ที่วังเจ้า พระนางได้บูรณะ เมืองตากขึ้นใหม่เมื่อเสร็จแล้วจึงเสด็จไปครอง เมืองหริภุญชัย(ลำพูน)                       
 ปัจจุบันโกสัมพี" เป็นชื่อของตำบลๆหนึ่งใน  3 ตำบล  ที่รวมตัวกันจัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอโกสัมพีนคร สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลได้ลงมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้ใช้ชื่อ "อำเภอโกสัมพีนคร" เพื่อเป็นสิริมงคลในวโรกาสที่ได้รับการจัดตั้งในปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติเป็นปีที่ 50 ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2539 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม ปีเดียวกัน และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะขึ้นเป็น อำเภอโกสัมพีนคร ในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน ปีเดียวกัน อำเภอโกสัมพี แบ่งเป็น สามตำบล คือ

      ตำบลโกสัมพี
      ตำบลเพชรชมพู
      ตำบลลานดอกไม้ตก       .                     
                     


อำเภอโกสัมพีนครตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้
•   ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอวังเจ้า อำเภอเมืองตาก (จังหวัดตาก) และอำเภอพรานกระต่าย
•   ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเมืองกำแพงเพชร
•   ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเมืองกำแพงเพชรและอำเภอคลองลาน
•   ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอพบพระและอำเภอวังเจ้า (จังหวัดตาก)
                  
คำขวัญประจำอำเภอคือ
   ป่าสวยน้ำใส      กล้วยไข่แสนหวาน       แม่ปิงไหลผ่าน        อุทยานคลองวังเจ้า
ชาวเขามากมี       โบราณคดีลือเลื่อง     เมืองแห่งสาวงาม         นามโกสัมพีนคร
ป่าสวย น้ำใส   
 โกสัมพีมี ป่าไม้ที่งดงาม เป็นต้นแห่งลำน้ำหลากหลาย จึงเป็นที่มาของคำว่า ป่าสวย น้ำใส อาทิ
1.  ป่าสงวนแห่งขาติแม่ระกา
         2.  ป่าสงวนคลองสวนหมาก - คลองวังเจ้า
         3.  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสนามเพรียง
         4.  เขตอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า
กล้วยไข่แสนหวาน    
โกสัมพี เคยเป็นแหล่งปลูกกล้วยไข่ที่มากที่สุดแห่งหนึ่งในกำแพงเพชร กล้วยไข่ปลูกที่อำเภอโกสัมพี มีผลผลิตที่มี รสชาติที่หอมหวานมาก เป็นแหล่งปลูกที่สำคัญของประเทศไทยเลยทีเดียว
แม่ปิงไหลผ่าน   
อำเภอโกสัมพีนคร เป็นอำเภอสำคัญที่แม่น้ำปิงไหลผ่าน ทั้งตัวเมืองโบราณและตัวเมืองใหม่ โดยเฉพาะที่เกาะเสือ แม่น้ำปิงช่วงนี้งดงามมาก แยกออกเป็นสองสาย มีเกาะเสือ เกาะขนาดใหญ่ ฉีกแม่น้ำปิงออกซ้ายและขวานับว่างดงามที่สุด แห่งหนึ่ง ที่เดียว   
 อุทยานคลองวังเจ้า
          อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า มีสถานที่น่าสนใจ อาทิ น้ำตกคลองวังเจ้า ห่างจากที่ทำการ
1.5 กิโลเมตร สูง 20 เมตรน้ำตกคลองสมอกล้วย มี 4 ชั้น ห่างจากที่ทำการ 1.5 กิโลเมตร
มีน้ำไหลตลอดปีจุดชมวิวผาตั้ง ห่างจากที่ทำการ 3 กิโลเมตร อยู่ริมทางที่จะไปหมู่บ้านโละโคะ
ชมพระอาทิตย์ลับทิวเขาได้ โป่งแก๊สธรรมชาติ มี 2 แห่ง คือทางไปน้ำตกคลองโป่ง และ
น้ำตกเต่าดำ ประมาณ 1,500 เมตร น้ำตกคลองโป่ง มี 4 ชั้น เป็นน้ำตกหินชนวน สูง 100 เมตร
พบกล้วยไม้ประเภทลิ้นมังกรบริเวณน้ำตกได้ การเดินทางต้องค้างคืน 1 คืน น้ำตกเต่าดำ มี 2 ชั้น
เป็นน้ำตกใหญ่ที่น้ำไหลดิ่งลงมาจากหน้าผา แต่ละชั้นสูง 200 เมตร ห่างจากที่ทำการอุทยาน
แห่งชาติฯ 34 กิโลเมตร ทางไปน้ำตกถนนไม่ดีต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ เส้นทางเดินเท้า
ศึกษาธรรมชาติ “สวนไผ่” ระยะทาง 2 กิโลเมตร มีพันธุ์ไผ่กว่า 20 ชนิดให้ศึกษาค้นคว้า
ชาวเขามากมี 
โกสัมพี มีชาวไทยภูเขาหลายเผ่าพันธุ์ มีเป็นจำนวนมาก อยู่ที่ป่าคา และโละโค๊ะ ทางขึ้นลงค่อนข้างลำบากในฤดูฝน
บ้านโละโคะหมู่ที่ 10 ตำบล โกสัมพี อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร เป็นหมู่บ้านชาวเขา ตั้งหมู่บ้านเมื่อปี พ.ศ. 2348 ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติวังเจ้า ตั้งอยู่บนพื้นที่สูง สูงจากระดับน้ำทะเล 500 เมตร ประชากรชาวเขา ประกอบด้วย ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและม้ง ปัจจุบันมีประชากรอาศัยอยู่ จำนวน 93 หลังคาเรือน 103 ครอบครัว 616 คน มีอาชีพการเกษตร นับถือศาสนาพุทธ และคริสต์เป็นบางส่วน สภาพทั่วไปทางภูมิศาสตร์ สภาพทั่วไปเป็นภูเขาที่ไม่สูงชันเท่าไหร่
ม้ง หมายถึง อิสระชน เดิมอาศัยอยู่ในประเทศจีน ต่อมาชาวจีนเข้ามาปราบปราม เป็นเหตุให้อพยพลงมาถึงตอนใต้ของจีน และเขตอินโดจีน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และตอนเหนือของประเทศไทย ประมาณพ.ศ. 2400 โดยมีสองกลุ่มได้แก่ ม้งน้ำเงินและม้งขาว ไม่ชอบให้เรียกว่าแม้ว โดยถือว่าเป็นการดูถูกเหยียดหยาม ประชากรของม้งในประเทศไทย มีมากเป็นอันดับ 2 รองจากกะเหรี่ยง ตั้งถิ่นฐานอยู่ตามภูเขาสูง หรือที่ราบเชิงเขาในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน แพร่ ลำปาง กำแพงเพชร เลย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย และตาก
กะเหรี่ยงเป็นชนเผ่าที่จัดได้ว่ามีหลายเผ่าพันธุ์ หลายภาษา มีการนับถือศาสนาที่ต่างกัน แต่กะเหรี่ยงดั้งเดิมจะนับถือผี เชื่อเรื่องต้นไม้ป่าใหญ่ ภายหลังหันมานับถือพุทธ คริสต์ เป็นต้น กะเหรี่ยง มีถิ่นฐานตั้งอยู่ที่ประเทศพม่า แต่หลังจากถูกรุกรานจากสงคราม จึงมีกะเหรี่ยงที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ประเทศไทย กะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท แบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย กะเหรี่ยงสะกอ หรือที่เรียกนามตัวเองว่า ปากะญอ หมายถึงคน หรือมนุษย์นั้นเอง กะเหรี่ยงสะกอเป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุด มีภาษาเขียนเป็นของตนเอง
   โบราณคดีลือเลื่อง   
  เมืองโกสัมพี สันนิษฐานว่า เป็นเมืองก่อนประวัติศาสตร์ เราได้สำรวจพบ ขวานหิน ในยุคหิน กลางเมืองโกสัมพี จำนวนมาก และอาจเจริญ ก้าวหน้าขึ้นมาเป็น เมืองโกสัมพี ในยุค ทวาราวดี  และกลายเป็นเมืองร้าง ในราวพุทธศักราช ๑๘๐๐ และร้างมานาน กว่า ๗๐๐ ปี เมือไปสำรวจ จึงไม่พบสิ่งก่อสร้างใดๆเลย นอกจากกองอิฐกองแลง แร่ตระกรัน จำนวนมากเท่านั้น สิ่งที่น่าแปลกอีกอย่างหนึ่งในนครโกสัมพี คือศาลท้าวเวสสุวรรณ อาจจะเป็นหลักเมือง ของเมืองโกสัมพี ในสมัยโบราณ ปัจจุบัน ยังมีผุ้คนกราบไหว้มิได้ขาด เมืองเป็นรูป วงรี คล้ายกับเมืองไตรตรึงษ์ มีคันดิน และคูเมือง โดยรอบ ยังมีหลักฐานให้เห็นรอบเมือง  ลักษณะเมืองตั้งอยู่บนเนินเขา ริมน้ำปิงมี คลองเมือง เป็นคูเมืองด้านเหนือ นับว่านครโกสัมพี มีชัยภูมิที่เหมาะในการรักษาเมืองจากผู้รุกราน และข้าศึกมิอาจเข้ามาใกล้ได้ มีหน้าผาที่สูงชัน มีน้ำเข้าไปเลี้ยงเมืองตลอดทั้งปี
  เมืองแห่งสาวงาม   
โกสัมพี เป็นเมืองที่มีสาวงามที่สุด แห่งหนึ่งในเมืองกำแพงเพชร จนมีคำขวัญประจำอำเภอว่า เมืองแห่งสาวงาม
นามโกสัมพีนคร
  โกสัมพีนคร ยังมีน้ำตกวังชมภู และเกาะเสือ
        อยู่ในพื้นที่บ้านมอเสือดุ ตำบลเพชรชมภู อำเภอโกสัมพีนคร  ห่างจากตัวเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร บนถนนสายกำแพงเพชร-ตาก ในความรับผิดชอบของหน่วยพิทักษ์ป่าวังชมภู เป็นน้ำตกขนาดเล็ก ที่เกิดจากคลองวังชมภู โดยมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาสน-เขาสนามเพรียง สายน้ำไหลลงมาตามรอยต่อของหุบเขา ผ่านหินสีชมพู ออกมารวมตัวกันเป็นน้ำตกสูงประมาณ 20 เมตร ตกลงมาที่แอ่งน้ำขนาดใหญ่ หน้าน้ำตกสายน้ำสีเข้มของผืนป่า ช่วยทำให้แห่งน้ำมีสีเขียวคล้ายสระมรกต งดงามมาก
   เกาะเสือ ตั้งอยู่ที่บ้านเกาะตำแย-เกาะเสือ หมู่ที่ 5 ต.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร อยู่ห่างจากถนนพหลโยธินเพียง 200 เมตรเท่านั้น ติดกับจ.ตาก มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเกาะเสือว่า เดิมเกาะนี้ มีเสือมาอาศัยอยู่ บางท่านว่าเป็นชุมโจร การเดินทางต้องอาศัยเรือเป็นยานพาหนะ ปัจจุบันมีการสร้างกระเช้าเพื่อข้ามไปยังเกาะ เกาะเสือมีทัศนียภาพที่สวยงามมาก ปัจจุบันมีการพัฒนาเกาะเสือ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ของจังหวัดกำแพงเพชร เกาะเสือมีอายุ ยืนยาวมาไม่น้อยกว่า 300 – 400 ปี จากสภาพโดยทั่วไปพบต้นยางขนาดใหญ่มากเกือบ 200 ต้น ซึ่งเดิมมีมากกว่า 400 กว่าต้น
มี โครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าข้ามลำน้ำปิงมูลค่า 36 ล้านบาท ข้ามลำน้ำปิงแห่งที่ 2 ของไทย ระยะทางข้ามแม่น้ำปิง 300 เมตร จำนวน 32 กระเช้า 64 ที่นั่ง พร้อมอาคารควบคุม โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กำแพงเพชร สร้างโดยบริษัท ทองสมบูรณ์คลับ จำกัด จาก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา สร้างเสร็จสมบูรณ์ผ่านการรับรองจากวิศวกรเจ้าของลิขสิทธิ์จากประเทศออสเตรียและสหรัฐอเมริกา เป็นที่เรียบร้อย มีการปรับปรุงในส่วนของภูมิทัศน์ต่างๆ รองรับกิจกรรมอันหลากหลาย ทั้งด้านที่พักแบบรีสอร์ท หรือกางเต็นท์ การล่องแก่ง พายเรือ การนำเรือหาปลาของชาวบ้านมาให้บริการนักท่องเที่ยวกว่า 30 ลำ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะเสือที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ ต้นยาง อายุกว่าร้อยปีจำนวนหลายต้น เป็นที่อาศัยของฝูงนกกะลิง เป็นต้น
อำเภอโกสัมพีนคร จึงเป็นเมืองมหาเสน่ห์อีกเมืองหนึ่งของกำแพงเพชร และของประเทศไทยเชิญชวนทุกท่านเลือกชม ได้ตามความสะดวก ตามคำขวัญของโกสัมพีนครที่ว่า
ป่าสวยน้ำใส      กล้วยไข่แสนหวาน       แม่ปิงไหลผ่าน        อุทยานคลองวังเจ้า
ชาวเขามากมี       โบราณคดีลือเลื่อง     เมืองแห่งสาวงาม         นามโกสัมพีนคร
               สันติ อภัยราช


 7 
 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2017, 07:23:33 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
เรื่องเล่าชาวปากคลอง
   เรื่องเล่าชาวปากคลอง ตอนที่ ๒๒ ตอนพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสต้นบ้านปากคลองสวนหมาก
วันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๔๔๙ พระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสต้นบ้านปากคลองสวนหมาก ทรงบันทึกเล่าไว้ว่า .
     วันนี้ ตื่นสาย อยู่ข้างจะฟกช้ำ 4โมงเช้าจึงได้ลงเรือเหลืองข้ามฟากไปฝั่งตะวันตกยังไม่ขึ้นที่วัดพระธาตุ เลยไปคลองสวนหมาก ต้องขึ้นไปไกลอยู่หน่อย ในคลองนี้น้ำไหลเชี่ยวแต่น้ำใส เพราะเป็นลำห้วย มีคลองแยกข้างขวามือ แต่ต้นทางที่จะเข้าไปเรียกว่า แม่พล้อ ถ้าไปตามลำคลอง 3 วันจึงถึงป่าไม้แต่มีหลักตอมาก เขาเดินขึ้นไปทางวันเดียวถึง…ป่าไม้นี้  พะโป้กะเหรี่ยงในบังคับอังกฤษเป็นคนทำ เมียเป็นคนไทย ชื่ออำแดงทองย้อย  เป็นบุตรผู้ใหญ่บ้านวันและอำแดงไทย ตั้งบ้านเรือนอยู่ติดกันในที่นั้นไปขึ้นถ่ายรูปที่บ้านสองบ้านนี้ แล้วจึงกลับออกมาจอดเรือกินกลางวันที่หาดกลางน้ำ
    คลองสวนหมากนี้ ตามลัทธิเก่าถือว่าเป็นที่ร้ายนัก จะขึ้นล่องต้องเมินหน้าไปเสียข้างฝั่งตะวันออก เพียงแต่แลดูก็จับไข้ ความจริงนั้นเป็นที่มีไข้ชุมจริง เพราะเป็นน้ำลงมาแต่ห้วยในป่าไม้แต่เงินไม่เป็นเครื่องห้ามกันให้ผู้ใดกลัวความตายได้ แซงพอกะเหรี่ยงซึ่งเรียกว่า พญาตะก่า พี่พะโป้มาทำป่าไม้ราษฎรที่อยู่ฟากตะวันออกก็พลอยข้ามไปหากินมีบ้านเรือนคนมากขึ้น ความกลัวเกรงก็เสื่อมไป...
…กินข้าวแล้วล่องลงมาขึ้นที่วัดพระธาตุ ซึ่งแต่เดิมเป็นพระเจดีย์อย่างเดียวกับที่วังพระธาตุใหญ่องค์หนึ่ง ย่อมสององค์ พญาตะก่าสร้างรวมสามองค์ เป็นองค์เดียว แปลงรูปเป็นพระเจดีย์มอญ แต่ยังไม่แล้วเสร็จพระยาตะก่าตาย พะโป้จึงได้มาปฏิสังขรณ์ต่อ ได้ยกยอดฉัตรซึ่งมาแต่เมืองมะระแหม่งพึ่งแล้ว แต่ฐานชุกชียังถือปูนไม่รอบ พระเจดีย์นี้ทาสีเหลือง มีลายปูนขาว แลดูในแม่น้ำงามดี ……

    ……. มีราษฎรมาหาเป็นอันมาก ขากลับลงเรือชะล่าล่องไปขึ้นท้ายเมืองใหม่ เดินขึ้นมาจนถึงพลับพลา ที่เมืองใหม่นี้มีถนนสองสาย ยาวขึ้นมาตามลำน้ำ เคียงกันขึ้นมา………มาแต่ท้ายเมืองถึงพลับพลาประมาณ 20 เส้นวันนี้ถ่ายรูป ได้มาก แต่สนุก ……..ได้ตัดผมตามพระเทพาภรณ์ขึ้นมาจากบางกอกโดยทางรถไฟลงเรือมาแต่นครสวรรค์ เพราะหาเวลาตัดผมไม่ได้……พระพุทธเจ้าหลวงทรงสำราญพระราชหฤทัยยิ่งนัก เมื่อประทับอยู่ที่กำแพงเพชร
พระพุทธเจ้าหลวง(รัชกาลที่ ๕) เสด็จประพาสต้น กำแพงเพชร ๑๐ วัน (๑๘ สิงหาคม—๒๗สิงหาคม ๒๔๔๙)ประพาสต้นหมายถึง เสด็จมาอย่างไม่เป็นทางการ พระองค์มาอยู่ที่ปากคลองสวนหมาก ทั้งวัน แสดงถึงบ้านปากคลอง เป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ในเมืองกำแพงเพชร ชาวปากคลองยังเล่าขานกันและประทับใจจนมาถึงปัจจุบัน
อ.สันติ อภัยราช

 8 
 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2017, 06:40:27 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
เรื่องเล่าชาวปากคลอง
เรื่องเล่าชาวปากคลอง ตอนที่ ๒๑ ตอนพะโป้วีรบุรุษแห่งบ้านปากคลอง
คำกล่าวถึงพะโป้ ในวรรณกรรมทุ่งมหาราช ของครูมาลัย ชูพินิจ
ดูแต่วัดพระธาตุที่ทอดทิ้งกันชำรุดทรุดโทรมมาแต่สมัยปู่ย่าตายาย ใครล่ะทำนุบำรุง ใครล่ะปฏิสังขรณ์รื้อสร้างรวมเป็นองค์เดียว แล้วยกช่อฟ้าใบระกาใหม่? ใคร? นอกจากพญาตะก่ากับพะโป้ อย่าลืมว่านั่นเป็นกะเหรี่ยงสองพี่น้อง ไม่ใช่คนไทย ไม่ใช่คนพื้นเพปากคลอง
...นี่เองพะโป้ผู้ยิ่งใหญ่ พะโป้ผู้มีคุณแก่ขาวกำแพงเพชรโดยทั่วไป และคลองสวนหมากโดยเฉพาะ พะโป้ผู้นำฉัตรทองแต่ตะโก้ง(เมืองย่างกุ้ง)มาประดิษฐาน ณ ยอดพระบรมธาตุเป็นสัญลักษณ์แห่งบวรพระพุทธศาสนา
...นับแต่วินาทีแรกที่เหลือบไปเห็นว่าชายผู้นั้นเป็นใคร มิใช่รูปร่างซึ่งสมบูรณ์สมเป็นคนเจ้าเนื้อหรือการแต่งกายตามประเพณีมากไปกว่าความเป็นสง่าราศีของใบหน้า ของนัยน์ตาและผิวพรรณพะโป้ขณะนั้นล่วงเข้าวัยกลางคนแล้ว แต่สีหน้ายังเอิบอิ่มเหมือนคนหนุ่ม น้ำเสียงที่พูดก็แจ่มใสไพเราะเหมือนเสียงเด็ก
...เขามองหน้า...นี่เองพะโป้ผู้ยิ่งใหญ่ พะโป้ผู้มีบุญคุณต่อชาวกำแพงโดยทั่วไป และคลองสวนหมากโดยเฉพาะ
...ถามผู้ใหญ่เขาดู ถามคนรุ่นปู่รุ่นย่าตายายของคนรุ่นนี้ดูว่า นับแต่พญาตะก่ากะพะโป้มาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ เคยมีใครได้รับความเดือดร้อนเพราะเขาบ้าง เปล่าเลย
 ทั้งหมดคือคำเล่าขาน ถึงพะโป้ วีรบุรุษของคนปากคลองที่ครูมาลัย ชูพินิจ มาบันทึกไว้ ในวรรณกรรมทุ่งมหาราช
ชีวิตจริงของพะโป้
 อาจารย์กัลยา รัตนบรรพตหลานสาวของพะโป้ ได้เล่าให้ฟัง เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2537 เวลา 13.30 น. ได้ความว่า  พะโป้ เป็นชาวกะเหรื่ยงเข้ามาทำไม้ กับ พญาตะก่า พี่ชาย(แซงพอ) พะโป้พอรักกับอำแดงทองย้อย ลูกสาวกำนันวัน และแม่ไทย แต่งงานอยู่บ้านริมคลองสวนหมากฝั่งวัดสว่างอารมณ์ มีบุตรธิดาหลายคน เช่น 1.ป้าแกล 2. ป้าทับทิม 3.นายทองทรัพย์ ซึ่งอาจารย์กัลยา รัตนบรรพตเป็นธิดาของพ่อทองทรัพย์ (ถึงแก่กรรม) ส่วนมารดาชื่อแม่เน้ยก๊วย(ขณะนั้นยังมีชีวิตอยู่) พะโป้เสียชีวิตอายุประมาณ 50 ปีเศษ ตั้งศพที่ บ้านห้างประมาณ 3 เดือน พะโป้เป็นคนดี ใจบุญสุนทานบูรณะวัด ถึง 3 วัด คือ วัดพระบรมธาตุ วัดสว่างอารมณ์และ วัดท่าหมัน หลังจากพะโป้เสียชีวิตแล้ววัดท่าหมันเป็นวัดร้าง  ลักษณะนิสัยของพะโป้ จากคำบอกเล่าของแม่เน้ยก๊วย ลูกสะใภ้พะโป้ว่า พะโป้เป็นคนใจดี แต่เป็นคนเด็ดขาดมาก บ่าวไพร่ทุกคนรักพะโป้มาก ลูกหลานทุกคนรักและยำเกรง พะโป้มาก จากคำบอกเล่าของผู้คน จึงยืนยันได้ว่า สมัยหนึ่ง พะโป้ คือวีรบุรุษ ของคนปากคลองเป็นเรื่องเล่า ที่คนปากคลองสวนหมากจดจำมาจนทุกวันนี้
                                           สันติ อภัยราช


 9 
 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2017, 09:54:37 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
เรื่องเล่าชาวปากคลอง
   เรื่องเล่าชาวปากคลอง ตอนที่ ๒๐ ตอน จากเมืองนครชุม มาเป็นบ้านปากคลองสวนหมาก จากบ้านปากคลองสวนหมาก มาเป็นตำบลนครชุม
นครชุม เป็นชื่อของเมืองโบราณในสมัยสุโขทัยต่อมาได้กลายเป็นเมืองร้างกว่า ๓๐๐ปี ในสมัยรัตนโกสินทร์ไม่มีชื่อเป็นที่รู้จัก ผู้คนทั่วไปคงเรียกบริเวณที่ตั้งบ้านเรือนของราษฎรบริเวณนี้ว่า “ปากคลองสวนหมาก” เพราะมีคลองสวนหมากไหลมาออกแม่น้ำปิง ราษฎรส่วนใหญ่เป็นชาวลาวที่อพยพมาจากเวียงจันทน์  ที่มารู้จักว่าชื่อแต่เพียงบ้านปากคลองสวนหมาก ไม่มีใครรู้จัก เมืองนครชุม
         ตำบลคลองสวนหมาก เป็นชุมชนที่สร้างตัวขึ้นมาในสมัยพระพุทธเจ้าหลวงจากเหย้าเรือนฝาขัดแตะไม่กี่หลังคาเรือน แต่มีที่ทำกินในผืนดินอันอุดมสมบูรณ์เนื่องจากมีแม่น้ำปิงไหลผ่านและมีคลองสวนหมากไหลมาจากป่าโป่งน้ำร้อนให้น้ำหล่อเลี้ยงมาอย่างต่อเนื่อง สภาพภูมิประเทศจึงเหมาะแก่การสร้างเมืองเป็นอย่างยิ่ง สมดังที่รื่นตัวเอกของนวนิยายทุ่งมหาราชได้กล่าวไว้ว่า
“ ที่นี่ดีทุกอย่างสำหรับจะอยู่จะกินจะตาย ” และ “ปากคลอง ที่เต็มไปด้วยป่าไม้, ข้าว, ไต้, น้ำมันยาง, สีเสียด, ยาสูบ, หนังสัตว์...”
   และ “คลองสวนหมากมีแต่จะเติบโตต่อไปโตวันโตคืนต่อไปหลายครั้งมาแล้ว มันเคยพินาศด้วยไฟป่า หลายครั้งมาแล้วเหมือนกันที่มันเคยย่อยยับไปด้วยอุทกภัยและโรคระบาด แต่ทุกครั้งภัยธรรมชาติเหล่านั้นก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งมันไว้ได้ ผู้ที่เหลืออยู่จะต่อสู้ดิ้นรนต่อไป ชีวิตใหม่ ๆ จะเกิดขึ้น ครอบครัวใหญ่ ๆ จะมาตั้งรกรากผืนแผ่นดินใหม่ ๆ จะถูกหักโค่น โก่งร้าง ป่าแดง ตั้งแต่พระเจดีย์กลางทุ่งมาจนถึงวังกระทะ และชานดงเศรษฐีกลายเป็นนา ป่ายางและเบญจพรรณระหว่างคลองเหนือคลองใต้ราบลงไปกลายเป็นบ้านไร่ หัวยาง วังยาง ก็กลายสภาพจากชุมนุมขึ้นเป็นหมู่บ้านในเวลาใกล้เคียงกัน”
              หมายแต่งตั้ง นายชุ่ม  ศุภดิษฐ์ ให้เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๕ ตำบลคลองสวนหมาก ดังเนื้อความในหมายมีดังนี้ ”ที่ ๒ จากพระกำแพงพลล้าน ผู้ว่าราชการเมืองกำแพงเพชร ประกาศแก่บรรดาผู้ได้พบและอ่านหมายนี้ ให้ทราบทั่วกันว่าตามความในพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ ร,ศ, ๑๑๖ มาตรา ๙ และมาตรา ๑๗ โปรดเกล้าฯ ให้ราษฎรเลือกผู้ใหญ่บ้านได้ตามสมัครใจของลูกบ้านเพื่อให้เป็นหัวหน้าดูแลกิจ สุข ทุกข์ ของราษฎรในหมู่บ้าน บัดนี้ราษฎรในหมู่ที่ ๕ ตำบลคลองสวนหมาก แขวงอำเภอเมือง โดยมากด้วยกันได้เห็นว่า นายชุ่ม  บุตรนายเชื่อม แดงพัน เป็นผู้สัตย์ซื่อ โอบอ้อมอารีต่อชาวบ้านสมควรจะเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่นี้ได้ … หมายตั้ง เมื่อ ณ วันที่ ๑๑ เดือนกรกฎาคม ๒๔๕๖”จึงเป็นหลักฐานสำคัญ
             ตำบลคลองสวนหมากเปลี่ยนมาเป็นตำบลนครชุมเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ ตาม พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนนามอำเภอ กิ่งอำเภอ และตำบลบางแห่งพุทธศักราช ๒๔๘๒ ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ตราไว้ ณ วันที่ ๑๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๒ ว่ารักษาไว้ซึ่งประวัติศาสตร์แห่งท้องถิ่น" จึงได้เปลี่ยนชื่อจากตำบลคลองสวนหมากมาใช้ชื่อเป็น ตำบลนครชุมดังในปัจจุบัน
จากเมืองนครชุมมาเป็น บ้านปากคลองสวนหมาก จากบ้านปากคลองสวนหมาก มาเป็นตำบลนครชุม ในปัจจุบัน
                                     สันติ อภัยราช



 10 
 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2017, 09:23:50 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
  เรื่องเล่าชาวปากคลอง
      เรื่องที่ ๑๙ ตอนคลองสวนหมาก สายโลหิตชาวปากคลอง   
คลองสวนหมาก สายโลหิตของชาวบ้านปากคลอง ได้หล่อเลี้ยงชีวิตของคนปากคลอง มาหลายร้อยปี ทั้งปากคลองเหนือ ปากคลองกลางและปากคลองใต้ ….คลองสวนหมากเป็น สายน้ำที่มาจากเทือกเขาโมโกจู ไหลเป็นเส้นทางลำเลียงไม้มาจากป่า สายน้ำเย็นมาก ไข้ป่าชุมที่สุดมีคำกล่าวว่า ถ้าเดินทางมาในลำน้ำปิงทั้งขึ้นและล่อง ต้องหันหน้าไปทาง กำแพงเพชร ถ้าหันหน้ามาทางปากคลอง จะเป็นไข้ป่าตาย……..คนที่มาอยู่จึง เป็นพวกลาวที่ถูกกวาดต้อนมา กะเหรี่ยง ชาวพม่า ชาวมอญ ที่หัวแข็ง มีภูมิต้านทานไข้ป่า ….
     พระพุทธเจ้าหลวง พระราชนิพนธ์จดหมายเหตุประพาสต้น กล่าวถึงเรื่องคลองสวนหมากไว้ว่า
คลองสวนหมากนี้ ตามลัทธิเก่าถือว่าเป็นที่ร้ายนัก จะขึ้นล่องต้องเมินหน้าไปเสียข้างฝั่งตะวันออก เพียงแต่แลดูก็จับไข้ ความจริงนั้นเป็นที่มีไข้ชุมจริง เพราะเป็นน้ำลงมาแต่ห้วยในป่าไม้แต่เงินไม่เป็นเครื่องห้ามกันให้ผู้ใดกลัวความตายได้ แซงพอกะเหรี่ยงซึ่งเรียกว่า พญาตะก่า พี่พะโป้มาทำป่าไม้ราษฎรที่อยู่ฟากตะวันออกก็พลอยข้ามไปหากินมีบ้านเรือนคนมากขึ้น ความกลัวเกรงก็เสื่อมไป...
          แต่ในที่สุดสายโลหิต ชาวปากคลองกับ แห้งผาก ไม่มีสายน้ำหล่อเลี้ยงชาวปากคลอง ซึ่งภายหลังเปลี่ยนเป็น นครชุมในที่สุด เพราะตื้นเขินจนไม่สามารถเดินเรือ และใช้ในชีวิตประจำวันได้ ความสำคัญของคลองสวนหมากหมดไป แม้แต่ต้นหมากที่มีมากมายที่ปากคลอง ก็หายไปสิ้น…ต้นสุดท้ายเพิ่งยอดด้วนตายไปเมื่อปีกลาย
                   แซภอหรือมองสุภอ หรือ พญาตะก่า ได้เข้ามาขอรับป่าทำจากพระยากำแพงเพชร (อ่อง) ในปลายรัชกาลที่4 หรือ ต้นรัชการที่5 ต่อมา พ.ศ 2418 พญาตะก่าถึงแก่กรรม มองกะเย หรือ มองสุเจ ผู้บุตรทำต่อแต่ขาดทุน ปี 2429 พะโป้และพวกจึงมาขอแบ่งทำกิจการเจริญรุ่งเรือง สามารถระดมทุนปฏิสังขรณ์พระบรมธาตุธาตุจนสำเร็จด้วยความอุตสาหะ มานะ อย่างเต็มกำลัง พะโป้ถึงแก่กรรมต้นรัชกาลที่6 พ.ศ 2460
          ลำน้ำคลองสวนหมาก เกิดจากน้ำซับจากป่าอุทยานแห่งชาติคลองลานและป่าอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า ไหลลงมารวมกันเกิดลำน้ำคลองสวนหมาก สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและมีชื่อเสียงของลำน้ำคลองสวนหมากคือ แก่งเกาะร้อย สำหรับน้ำคลองสวนหมากจะมีนักท่องเที่ยวนิยมล่องแพยางประมาณเดือน พฤศจิกายน ซึ่งเป็นฤดูน้ำหลาก และมีแก่งหินเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบท้าทายลักษณะของลำคลองสวนหมากจะเป็นแก่งหินและเนินทราย มีน้ำไหลตลอดทั้งปี
   คลองสวนหมากที่บ้านปากคลองปัจจุบันนี้ ไม่ใช่คลองเดิม คลองเดิมชาวบ้านบุกรุกปลูกสิ่งปลูกสร้างคร่อม คลองเกือบตลอดสาย ที่เห็นคลองสวนหมากทุกวันนี้ มีการขุดใหม่ ในแนวเดิม นับว่าน่าเสียดายมากที่บรรยากาศเก่าๆได้หายไปหมดสิ้น แต่ก็ยังดีที่มีคลองสวนหมากให้เห็น
                  สันติ อภัยราช
            

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!