จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช
ธันวาคม 15, 2017, 11:34:20 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช
ยินดีต้อนรับสมาชิก และผู้เยื่ยมชมทุกๆท่าน
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2017, 10:43:53 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
สันติ อภัยราช ได้เพิ่มรูปภาพใหม่ 2 ภาพ
14 พฤศจิกายน เวลา 12:50 น. ·

ขอความเห็นคนกำแพงครับ
ชมรมทายาทพระยากำแพง ขอเพิ่มคำขวัญ.อีกวรรค ๑ ว่า กรุพระครื่อง เมืองคนแกร่ง.พระแสงฯล้ำค่า ศิลาแลงใหญ่ กล้วยไข่หวาน น้ำมันลานกระบือ เลิ่องลือมรดกโลก (พระแสงฯ ล้ำค่า)รายละเอียดดังแนบ
ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ
ในภาพอาจจะมี สถานที่ในร่ม
ถูกใจ
แสดงความคิดเห็น
แชร์
314 คุณ, ห้องสมุดประชาชน 'เฉลิมราชกุมารี' อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร, ทิพวรรณ ประกิจ และคนอื่นๆ อีก 311 คน
แชร์ 105 ครั้ง
84 ความคิดเห็น
ความคิดเห็น
สันติ อภัยราช
สันติ อภัยราช นายอำเภอเทวัญ ขอความเห็นนำร่องหน่อยครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 14 พฤศจิกายน เวลา 12:58 น.
จัดการ
กิตติสุวัฒนา มังกร
กิตติสุวัฒนา มังกร เห็นด้วยครับ เพราะพระแสงสำหรับเมือง เป็นของสำคัญค่าควรเมืองมาแต่โบราณ ปัจจุบันคนกำแพงเพชร ไม่ค่อยได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาเท่าที่ควร เป็นของพระราชทานแต่ปฐมบรมกษัตริย์แห่งพระราชวงศ์จักรี และได้รับพระราชทานถึงสองครั้ง นับเป็นของค่าควรเมือง ควรแก่ความภาคภูมิใจแก่ชาวจังหวัดกำแพงเพชร ทัศนส่วนตัวครับผม ด้วยความเคารพครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 4 · 14 พฤศจิกายน เวลา 13:13 น. · มีการแก้ไข
จัดการ
สันติ อภัยราช
สันติ อภัยราช ขอบคุณตะวัน คนรุ่นใหม่
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 13:18 น.
จัดการ
กิตติสุวัฒนา มังกร
กิตติสุวัฒนา มังกร ด้วยความยินดียิ่งครับผม
ถูกใจ · ตอบกลับ · 14 พฤศจิกายน เวลา 13:18 น.
จัดการ
สันติ อภัยราช

เขียนข้อความตอบกลับ...
เลือกไฟล์
อุดม ชัยราม
อุดม ชัยราม ผมคนต่างจังหวัดเห็นด้วยครับ พระแสงเป็นของสำคัญ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 13:25 น.
จัดการ
สันติ อภัยราช
สันติ อภัยราช ขอบคุณคุณอุดมครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 13:27 น.
จัดการ
สันติ อภัยราช

เขียนข้อความตอบกลับ...
เลือกไฟล์
Thanyaporn Chandit
Thanyaporn Chandit เพลงเห็นด้วยค่ะครู ตามความคิดเห็นของน้องตะวันเลยค่ะ เพลงเป็นคนกำแพงเพชร ยังไม่มีบุญได้เห็นพระแสงฯองค์จริง หากเพิ่มไปในคำขวัญ จะทำให้มีคนสนใจที่จะชม หรือศึกษาประวัติของพระแสงฯองค์นี้เพิ่มขึ้นค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 14 พฤศจิกายน เวลา 13:31 น.
จัดการ
Wisoot Mahaboonpachai
Wisoot Mahaboonpachai ดีครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 13:35 น.
จัดการ
ยอร์ค แย๊ก
ยอร์ค แย๊ก เห็นด้วยค่ะ ครูเก่งมากๆๆเลยค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 13:39 น.
จัดการ
Nps Janpan
Nps Janpan เห็นด้วยค่ะ คำนี้มีค่าที่สุดแล้ว เหมาะสมที่สุดค่ะ อ.
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 13:40 น.
จัดการ
สันติ อภัยราช
สันติ อภัยราช ขอความเห็นมากๆ จะแตกต่างก็ได้ครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 13:42 น.
จัดการ
Bee Saengkam
Bee Saengkam เห็นด้วยครับ แต่อยากให้มีการจัดแสดงให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึง สามารถชมได้ อาจไม่ต้องทั้งปี เพราะเป็นของมีค่า แต่อาจมีช่วงเวลาจัดแสดงให้คนทั่วไปได้ชมครับ ทุกคนจะได้รู้สึกห่วงแหน เป็นของคนกำแพงร่วมกัน ซาบซึ้งในคุณค่า ครับอาจารย์
ถูกใจ · ตอบกลับ · 4 · 14 พฤศจิกายน เวลา 13:43 น. · มีการแก้ไข
จัดการ
Thanyaporn Chandit
Thanyaporn Chandit จริงค่ะน้องบี
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 13:44 น.
จัดการ
สันติ อภัยราช
สันติ อภัยราช จะเสนอในที่ประชุมครับ บี
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 13:45 น.
จัดการ
Bee Saengkam
Bee Saengkam ขอบคุณครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 14 พฤศจิกายน เวลา 13:46 น.
จัดการ
สันติ อภัยราช

เขียนข้อความตอบกลับ...

เลือกไฟล์
Suphansiri Naknoi
Suphansiri Naknoi เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ. พระแสงราชศัสตราเป็นสมบัติล้ำค่าของจังหวัดกำแพงเพชร และของชาติไทย ควรให้อนุชนรุ่นหลังได้ตระหนักและศึกษาความเป็นมา และภาคภูมิใจถึงมรดกอันล้ำค่าของชาติไทย
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 14 พฤศจิกายน เวลา 13:46 น.
จัดการ
Suphansiri Naknoi
Suphansiri Naknoi เป็นการกระตุ้นให้อนุชนรุ่นหลังได้รู้และศึกษาประวัติศาตร์ รักชาติ รักแผ่นดิน เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดด้วยค่ะ เป็นบุญของคนไทยได้เห็นของจริงสักครั้งในชีวิติ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 14 พฤศจิกายน เวลา 14:10 น.
จัดการ
สันติ อภัยราช

เขียนข้อความตอบกลับ...
เลือกไฟล์
ศักดิ์ชัย สัมทับ
ศักดิ์ชัย สัมทับ คำขวัญ ยังคล้องจอง แต่คุณค่าเพิ่มอีกมหาศาล และเรื่องราวต่างๆ ทั้งคนกำแพงเองรวมถึงคนอื่นๆ จะอยากรู้ อยากเข้าใจ จะได้มากำแพงมากขึ้น
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 · 14 พฤศจิกายน เวลา 13:55 น.
จัดการ
Wisoot Mahaboonpachai
Wisoot Mahaboonpachai อ.ครับจริงๆกล้วยไข่หวานนี่น่าจะเปลี่ยนครับตามความเห็นของผมนะครับเพราะพืชเศรษฐกิจบ้านเราเป็นอ้อยกับมันสำปะหลังกล้วยไข่นี่แทบจะปลูกกันน้อยมาก
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 13:57 น.
จัดการ
สันติ อภัยราช
สันติ อภัยราช เขาเรียกกำแพงว่าเมืองกล่วยไข่แล้ว ทางออกต้องสนับสนุน การปลูกกล้วยไข่มากขึ้น
ถูกใจ · ตอบกลับ · 6 · 14 พฤศจิกายน เวลา 14:00 น.
จัดการ
Amontap Tontaku
Amontap Tontaku จะพูดถึงกล้วยไข่ต้องกำแพงเพชรครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 14 พฤศจิกายน เวลา 16:56 น.
จัดการ
ดูข้อความตอบกลับเพิ่มเติม
สันติ อภัยราช

เขียนข้อความตอบกลับ...
เลือกไฟล์
ภาคภูมิ มหาชนก จำปีทอง
ภาคภูมิ มหาชนก จำปีทอง ความผูกพันธ์ ของประชาชน คนกำแพง กับพระแสงดาบ มีน้อยมาก มีแต่ทายาทที่ได้ชมได้เห็น หากนำมาเพิ่มในคำขวัญ จังหวัด ควรเปิดให้ได้เข้าชมอย่างทั่วถึง ได้ผูกพันได้ตระหนักถึงความเป็นเจ้าของร่วมกัน ทุกวันนี้ ประชาชนทั่วไปไม่มีใครได้ชมเลย มันช่างห่างไกลกันในความรู้สึก จะเป็นไปได้ไหม ที่จะจำลองไว้ใน พิพิธภัณฑ์ สักองค์ พร้อมบอกถึงที่มาของพระแสงองค์นี้ //
ถูกใจ · ตอบกลับ · 13 · 14 พฤศจิกายน เวลา 14:17 น.
จัดการ
Worrawannee Wattanasiri
Worrawannee Wattanasiri · มีเพื่อนร่วมกัน 47 คน
เห็นด้วยค่ะเพราะขนาดคนที่เกิดในกำแพงเพชรยังไม่เคยได้เห็นเลย และพอแทรกลงไป (พระแสงล้ำค่าฯ ศิลาแลงใหญ่)เมื่ออ่านแล้วไม่คล้องจองราบลื่นเช่นคำขวัญเดิม เพราะเดิมแกร่งกับแลงคล้องจองกันทำให้จดจำได้ง่าย
ถูกใจ · ตอบกลับ · 5 · 14 พฤศจิกายน เวลา 14:47 น.
จัดการ
สันติ อภัยราช
สันติ อภัยราช ขอบคุณครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 15:09 น.
จัดการ
Natikarn Pomprakarn
Natikarn Pomprakarn ผมเห็นด้วยกับความคิดนี้นะครับ คนกำแพงไม่มีความผูกพันธ์ กับพระแสง การเอา พระแสงเข้าคำขวัญ ดูเหมือนกลายเป็นความภาคภูมิของ คนที่ครอบครองไว้ นะครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 18:17 น.
จัดการ
Srirat Nujaniyama
Srirat Nujaniyama ภาคภูมิ มหาชนก จำปีทอง ทางชมรมทายาทได้เสนอให้ทางพิพิธภัณฑ์ แล้วแต่ยังไม่สำเร็จ และบางท่านอาจคิดว่า ทายาทพระยากำแพงเพชร เป็นผู้ครอบครองพระแสงองค์นี้เป็นการเข้าใจผิดครับ เราเพียงแต่ต้องการเผยแพร่ บารมีของพระแสงดาบ หนึ่งในสยามองค์นี้ ให้คนไทยรู้จัก และพระแสงดาบเป็นสมบัติของจังหวัดครับ เรามีโอกาสเพียงปีละครั้งได้เข้าสักการะพร้อมกับทางจังหวัด ในวันที่ 23 ตุลาคมเท่านั้นครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 16 พฤศจิกายน เวลา 22:01 น.
จัดการ
Srirat Nujaniyama
Srirat Nujaniyama คำว่า "พระแสงฯล้ำค่า"เมื่ออ่านทำให้คนที่ไม่เข้าใจ ถามว่าคืออะไร และอยากติดตามให้ทราบความเป็นมาของคำๆนี้ พอทราบแล้วจึงรู้ว่า มีค่ามหาศาลจริงๆ เป็นการดึงความสนใจของคนอยากมากำแพงเพชรมากขึ้นครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 16 พฤศจิกายน เวลา 22:07 น.
จัดการ
ภาคภูมิ มหาชนก จำปีทอง
ภาคภูมิ มหาชนก จำปีทอง Srirat Nujaniyama ครับผม
ถูกใจ · ตอบกลับ · 17 พฤศจิกายน เวลา 6:48 น.
จัดการ
Srirat Nujaniyama
Srirat Nujaniyama ห้องนิทรรศการ พระแสงราชศัสตราด้ามและฝักทองคำของจังหวัดกำแพงเพชร ที่ พิพิธภัณฑ์สถานกำแพงเพชร ในปี 2555 ทั้งระบบแสงเสียง จัดทำโดยรวบรวมทุนจากสมาชิกชมรมทายาทพระยากำแพงเพชร ไม่ได้รบกวนงบประมาณของพิพิธภัณฑ์ แต่เมื่อมีการปรับปรุงสถานที่ ห้องนี้ถูกยกเลิกโดยไม่ทราบเหตุผล
ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 18 พฤศจิกายน เวลา 19:25 น. · มีการแก้ไข
จัดการ
สันติ อภัยราช

เขียนข้อความตอบกลับ...
เลือกไฟล์
Amontap Tontaku
Amontap Tontaku ขอแชร์ไปกลุ่มผมนะครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 14:25 น.
จัดการ
วรัทยา ไอซ์ซี่ อยู่สุภาพ
วรัทยา ไอซ์ซี่ อยู่สุภาพ เห็นด้วยค่ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 14 พฤศจิกายน เวลา 14:42 น.
จัดการ
มิน มิน
มิน มิน ขอเเชร์นะคะอาจารย์
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 14:49 น.
จัดการ
Pee Thongchai Inparsit Kp
Pee Thongchai Inparsit Kp ขอแชร์นะคะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 15:05 น.
จัดการ
ฮูโต๋ว์ พาเที่ยว
ฮูโต๋ว์ พาเที่ยว ของเก่าน้ำคลองลานยังตัดทิ้งพระแสงเข้ามาก็ไม่ขัดแต่จะดูได้ที่ไหนหลายคนน่าจะไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 14 พฤศจิกายน เวลา 15:07 น.
จัดการ
สันติ อภัยราช
สันติ อภัยราช ขอบคุณมาก
ถูกใจ · ตอบกลับ · 14 พฤศจิกายน เวลา 15:09 น.
จัดการ
Lotus Kpp
Lotus Kpp ก็ตีองช่วยกัน เสนอทางจังหวัดให้นำออกมาให้ประชาชนสักการะและจัดนิทรรศการเพื่อการเรียนรู้ซิ จ้ะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 15 พฤศจิกายน เวลา 23:20 น.
จัดการ
สันติ อภัยราช

เขียนข้อความตอบกลับ...

เลือกไฟล์
Suwanna Infinity Lucky
Suwanna Infinity Lucky เห็นด้วยนะคะ เพราะทุกคำในคำขวัญทำให้เราอยากรู้ที่มาที่ไป
ถูกใจ · ตอบกลับ · 14 พฤศจิกายน เวลา 15:28 น.
จัดการ
นายชัยวัฒน์ กวางประเสริฐ
นายชัยวัฒน์ กวางประเสริฐ หนังสือเรียนเชิญแย่มากคนออกหนังสีอเหมือนคนด้อยปัญญาจะใช้คำว่าคุณหรืออาจารย์ก็ยังดีแบบนี้เท่ากับว่าไม่ให้เกียรติกันส่อด้อยการศึกษา
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 15:59 น.
จัดการ
สันติ อภัยราช
สันติ อภัยราช ถูกแล้วใช้คำว่านาย เป็นคำสากล ผมไม่ถือเป็นเรื่องสำคัญ ขอบคุณมากโหง้ว
ถูกใจ · ตอบกลับ · 3 · 14 พฤศจิกายน เวลา 16:29 น.
จัดการ
สันติ อภัยราช

เขียนข้อความตอบกลับ...
เลือกไฟล์
ชิษณุพงษ์ คงสวี
ชิษณุพงษ์ คงสวี อยากฝากเรื่องด้วยนะครับ ครู อยากให้จัดแสดงให้คนกำแพงรุ่นหลังให้ได้ชม พระแสงศาสตรา ด้วยครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 16:26 น.
จัดการ
สันติ อภัยราช
สันติ อภัยราช ครับผมกำลังพยายามอยู่ครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 14 พฤศจิกายน เวลา 16:30 น.
จัดการ
สันติ อภัยราช

เขียนข้อความตอบกลับ...
เลือกไฟล์
โยธิน สมภักดี
โยธิน สมภักดี เห็นด้วยครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 16:31 น.
จัดการ
นักบุญ ซาตาน
นักบุญ ซาตาน · มีเพื่อนร่วมกัน 13 คน
ถ้าเปลี่ยนผมอยากให้จัดงานนิทัศการณ์ เพื่อนำมาให้ประชาชนเข้าชม ถือเป็นการฉลอง คำขวัญไปด้วย

ความเห็นส่วนตัวครับ
ถูกใจ
ถูกใจ
รักเลย
ฮ่าๆ
ว้าว
เศร้า
โกรธ
 · ตอบกลับ · 2 · 14 พฤศจิกายน เวลา 16:41 น.
จัดการ
Watz 's Up
Watz 's Up · เป็นเพื่อนกับ วาริน วัฒนศิริ และ คนอื่น ๆ อีก 66 คน
พระแสงล้ำค่าครับ แต่ไม่ได้เห็นกันโดยทั่วไป เหมือนอย่างอื่น ผมไม่เห็นด้วย
ถูกใจ · ตอบกลับ · 4 · 14 พฤศจิกายน เวลา 16:41 น.
จัดการ
Sinlapayachai Intarasut
Sinlapayachai Intarasut เห็นด้วยครับ
ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 14 พฤศจิกายน เวลา 16:56 น.
จัดการ
Jeera Naknoi
Jeera Naknoi เห็นด้วยคับ
ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังยืน และ สถานที่ในร่ม
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 17:10 น.
จัดการ
รุ่งเจริญ แซ่เตีย
รุ่งเจริญ แซ่เตีย เห็นด้วยครับอาจารย์
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 17:24 น.
จัดการ
New Drink
New Drink เห็นด้วยค่ะ
ถูกใจ
ถูกใจ
รักเลย
ฮ่าๆ
ว้าว
เศร้า
โกรธ
 · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 17:55 น.
จัดการ
Anan Harnwang
Anan Harnwang เห็นด้วยครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 14 พฤศจิกายน เวลา 17:59 น.
จัดการ
จำเนียร พิมพ์แดง
จำเนียร พิมพ์แดง เห็นด้วยครับถ้าเพิ่มเติม แต่จะดำเนินการอย่างไรให้ชาวจังหวัดกำแพงเพชรได้รับทราบ และซาบซึ้งถึงความสำคัญ และที่สำคัญการแทรกคงไม่เหมาะ ไม่คล้องจอง ควรต่อท้ายของเดิมให้เป็นวรรคทองฯไพเราะๆ จะดีกว่านะครับ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 14 พฤศจิกายน เวลา 18:17 น.
จัดการ
เพียงฤทัย เพิ่มผล
เพียงฤทัย เพิ่มผล เห็นด้วยคะอาจารย์
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 19:42 น.
จัดการ
เกมส์ คนลาว โซ่ง
เกมส์ คนลาว โซ่ง · มีเพื่อนร่วมกัน 4 คน
เห็นด้วยครับเพราะสิ่งที่ต้องการจะเพิ่มเติมไปนั้นคือสิ่งที่มีค่า
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 19:53 น.
จัดการ
Sanan Sanansorn Meekhanmark
Sanan Sanansorn Meekhanmark ดีมากและอยากให้ตรวจสอบ
ให้รอบคอบครันครบจบทุกอย่าง
จักได้ไม่ต้องเติมเพิ่มพลางพลาง
มีหลักอ้างอิงแอบอย่างแยบยล

ข้อความที่คิดแทรกก็สอดคล้อง
ร้อยกรองร้อยรัดชัดเหตุผล
สนับสนุนนับจำนวนเพิ่มหนึ่งฅน
ขอบคุณฅนคิดค้นต้นเรื่องนี้ฯ

สนั่น มีขันหมาก
ถูกใจ · ตอบกลับ · 4 · 14 พฤศจิกายน เวลา 20:17 น.
จัดการ
Jutamas Ramasut
Jutamas Ramasut สวัสดีค่ะคุณครู
ถูกใจ · ตอบกลับ · 14 พฤศจิกายน เวลา 22:44 น.
จัดการ
Sanan Sanansorn Meekhanmark
Sanan Sanansorn Meekhanmark Jutamas Ramasut
สวัสดีจ้ะ Jutamas
คำขวัญระดับชาติช่วยเรานี่
ให้ศิษย์ครูได้ร่วมงานอีกที
พิจารณ์คำขวัญที่น่าเพิ่มเติม
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 23:00 น. · มีการแก้ไข
จัดการ
Jutamas Ramasut
Jutamas Ramasut กบดีใจมากค่ะ เห็นคุณครู สบายดีนะคะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 23:05 น.
จัดการ
Sanan Sanansorn Meekhanmark
Sanan Sanansorn Meekhanmark สบายกายอุราประแก่
มีลูกหลานดูแลตั้งแต่เริ่ม
ดูเหมือนกบพัฒนามากกว่า
คงสุขสมสวยเสริมกว่าเดิมนะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 14 พฤศจิกายน เวลา 23:49 น.
จัดการ
Lotus Kpp
Lotus Kpp Sanan Sanansorn Meekhanmark จำกบได้แล้วจำแขกได้ด้วยไหมคะ ระลึกถึงคุณครูที่ยิ่งใหญ่ของแขกเสมอนะคะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 15 พฤศจิกายน เวลา 7:24 น.
จัดการ
Sanan Sanansorn Meekhanmark
Sanan Sanansorn Meekhanmark สองศรีพี่น้องต้องจำได้
จำได้ชั้นพ่อเป็นใครอยู่ไหนจ้ะ
ดูในรูปไม่ผอมเพรียวเลยเชียวละ
ตองนี้แขกคงจะสุขสมบูรณ์
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 15 พฤศจิกายน เวลา 9:03 น.
จัดการ
ครูลมัย มีขันหมาก
ครูลมัย มีขันหมาก เห็นพ้องต้องความตามเหตุผล
เพื่อทุกคนเห็นคุณค่าพาส่งเสริม
ร่วมชูเชิดสิ่งเลิศล้ำนำเพิ่มเติม
เสริมคำขวัญเดิมเลิศค่าชากังราว
ถูกใจ · ตอบกลับ · 2 · 16 พฤศจิกายน เวลา 9:14 น.
จัดการ
สันติ อภัยราช

เขียนข้อความตอบกลับ...
เลือกไฟล์
พจนีย์ สวัสดิ์รัตน์
พจนีย์ สวัสดิ์รัตน์ เห็นด้วยเป็นความภาคภูมิใจของกำแพงที่เราควรถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังทราบ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 20:20 น.
จัดการ
กำจร กำแพงเพชร
กำจร กำแพงเพชร ดีครับ บ่งบอกความสำคัญล้ำค่าที่หลายคนยังไม่รู้ สร้างความภูมิใจให้ความเป็นชาวกำแพงเพชร
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 20:40 น.
จัดการ
Porntip Kaolamyai
Porntip Kaolamyai ขออนุญาตแชร์นะคะ
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 · 14 พฤศจิกายน เวลา 21:29 น.
จัดการ
คฤหัส ถ์.
คฤหัส ถ์. · เป็นเพื่อนกับ Waraporn Khamdang และ คนอื่น ๆ อีก 4 คน
แบบเดิมดีสุดครับถึงไม่ใช่เดกกำแพงแต่ก้อโตที่นั้นครับ ผู้ใหญ่บ้านชอบเปิดทุกเช้าตอนผมเปนเดก. แบบเดิมดีสุดครับ

 2 
 เมื่อ: ธันวาคม 04, 2017, 11:04:22 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
ขจัดทุจริต ผ่านแนวคิดอริยสัจ ๔
ท่านพิธีกร ท่านประธาน และท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน
“ทุจริตคิดโกงชาติ จะพินาศทั้งราษฎร์ รัฐ “    สภาพสังคมไทย ในปัจจุบัน เต็มไปด้วยปัญหาการทุจริต คอร์รับชั่น หรือเรียกว่า ฉ้อราษฏร์ บังหลวง เป็นปัญหาอันใหญ่หลวงของชาติและของโลกในขณะนี้ ที่ประชุมใหญ่ขององค์การสหประชาชาติประกาศให้วันที่ ๙ ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล ถ้าเราไม่ขจัดคอร์รัปชั่นให้สิ้นไปจากประเทศไทย เราจะพากันพินาศ ไปสิ้น ทั้งประชาชน และประเทศชาติ อย่างแน่นอน
ในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีงบประมาณ ๒,๗๓๓,๐๐๐ล้านๆบาท การการวิจัยของหลายหน่วยงานของทั้งรัฐและเอกชน ท่านทราบไหมว่า เงินเราหายไปกับการฉ้อราษฎร์บีงหลวง กว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจำนวนสามแสนล้านบาทที่หายไปกับการคอร์รัปชั่นนั้นเราอาจทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชนได้มหาศาล อาทิ
เราสามารถสร้างมหาวิทยาลัยราชภัฎได้กว่าพันแห่ง
เราสามารถสร้างโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ได้กว่า ห้าพันแห่ง
เราสามารถสร้างโรงพยาบาลขนาดใหญ่ได้กว่า ร้อยเจ็ดสิบแห่ง
เราอาจสร้างรถไฟทางคู่ได้ทั้งประเทศ
เราอาจสร้างทางหลวงชนบทได้กว่า หกแสนกิโลเมตร
 ประเทศไทยเราจึงไม่สามารถพัฒนาได้ ทั้งๆที่เราามีงบประมาณมากมาย มีทรัพยากรที่ทรงคุณค่ามหาศาล ปัญหาสำคัญที่สุดของประเทศของเราคือการคอร์รัปชั่น
   ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน เราจะแก้ปัญหาอันใหญ่หลวงนี้ได้อย่างไร
ผมเสนอวิธีการแก้ปัญหาสำคัญของชาตินี้ ด้วยวิธีขจัดทุจริต ผ่านแนวคิดอริยสัจ ๔ ซึงเป็นธรรมะของพระพุทธเจ้า หัวใจของพระพุทธศาสนาที่เราท่านรู้จักกันดี
   ทุกข์  ประเทศของเรามีความทุกข์มากมาย จาก  การเมืองวิกฤติ เศรษฐกิจวิกล ประชาชนมีปัญหา รวยกระจุก จนกระจาย ประชาธิปไตยไม่ยั่งยืน ประชาชนไม่ตื่น มีการซื้อขายเสียง การคอร์รัปชั่นเป็นระบบ  เราเหมือนสบคบกันคนคอร์ชั่ปชั่น คือเรารู้ว่าเขาเป็นใคร แต่เรากับแตะต้องเขาไม่ได้ ทั้งโลกตราหน้าว่า เรามีแต่คนขี้โกง น่าอับอายเหลือเกิน
   สมุทัย คือเหตุที่เกิดทุกข์  เราทุกคนทราบเหตุที่เกิดทุกข์เป็นอย่างดี ว่าการ          หมักหมมปัญหา ไว้ใต้พรม โดยไม่แก้ไข ประชาธิปไตยไม่ยั่งยืน ทุจริตกันทุกวงการ  ลามเข้าแม้แต่ในสถาบันการศึกษาและศาสนา แต่เราทำท่าจะยอมรับกันแล้ว พวกเราต้องยอมไม่ได้อย่างเด็ดขาด ที่จะมีการคอร์รัปชั่นอย่างโจ่งครึ่ม เหมือนดังปัจจุบัน
   นิโรธ เราจะดับทุกข์กันย่างไร ในภาวะปัจจุบัน จึงจะขจัดคอร์รัปชั่นได้
 การเมืองการปกครอง ระบบราชการ ต้องมีธรรมาภิบาล คือมีนิติธรรม มีคุณธรรม มีความโปร่งใส มีส่วนร่วม มีความรับผิดชอบ บนหลักการแห่งความคุ้มค่า จึงเป็นทางดับทุกข์ที่ถาวรและยั่งยืน
   มรรค คือเราจะเดินไปทางใด ที่จะแก้ปัญหา คอร์รัปชั่นได้
๑.   เราตั้งปฎิรูปบ้านเมืองกันอย่างจริงจัง การเดินทางของรัฐบาล คสช.(คณะรักษาความสงบแห่งชาติ)  เดินมาถูกทางแล้ว แต่ต้องจริงจังและจริงใจในการปฏิรูปเพิ่มขึ้น
๒.   ปฏิรูปค่านิยมของคนไทย ที่ว่าโกงไม่เป็นไร ขอให้มีส่วนได้บ้าง ก็ใช้ได้
๓.   ปฏิรูปโครงสร้างสังคมไทยประชาชนต้อง ไม่ยอมให้คนทุจริต คอร์รับชั่นมีที่ยืน ในสังคม
๔.   ปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ  เน้นที่จิตสำนึก มากกว่าความรู้ ปลูกฝังให้เด็ก โตไปไม่โกง
๕.   ปฏิรูปกฏหมาบ คนโกง คนทุจริต คนคอร์รัปชั่น ต้องติดคุก มิใช่ คนคอร์รัปชั่น หนีกันหมด กฏหมายเอื้อมมือไม่ถึงอย่างปัจจุบัน
ท่านที่เคารพครับ เราสามารถแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ ด้วยแนวคิดที่ว่าขจัดทุจริต ผ่านแนวคิดอริยสัจ ๔ ขอให้ดำเนินการอย่างจริงจัง และจริงใจ ในการแก้ปัญหาอันใหญ่หลวงของชาติเรา
   เรามาตั้งปณิธาน ร่วมกันว่า   เราจะไม่ทนต่อการทุจริต คอร์รัปชั่น อีกต่อไป
                                                        สันติ อภัยราช
                                                           ๔ ธันวาคม ๒๔๖๐




   

 


 3 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2017, 09:58:50 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
สรุปการเสวนา
หัวข้อในการเสวนานบพระเล่นเพลง : วัฒนธรรมที่งดงาม กับมุมมองคนกำแพงเพชร
อ. สันติ  อภัยราช   สวัสดีครับผมได้รับเกียรติเป็นผู้ดำเนินรายการเปิดหัวข้อในการเสวนา นบพระเล่นเพลง : วัฒนธรรมที่งดงามกับมุมมองคนกำแพงเพชร
สังคมกำแพงเพชรมีงานประจำปี  งานเกษตร วัฒนธรรม ศาสนา ก็คืองานกล้วยไข่และวัฒนธรรมศาสนา ประเพณี นั้นก็คืองาน นบพระเล่นเพลง นั่นเอง ซึ่งจะมีจัดขึ้นในเดือน มีนาคม นี้ เราจะทราบกันดีว่างานนบพระเล่นนั้นเริ่มมีตั้งแต่พ.ศ. 1900 สมัยพระยาลิไททรงเสด็จมาที่กำแพงเพชรซึ่งท่านได้นำพระบรมสารีริกธาตุพระศรีมหาโพธิ์
ที่บ้านเรามา ที่นครชุมก็ทำให้เกิดประเพณีนบพระขึ้นโดยเราสันนิษฐานว่าน่าจะมีการเล่นเพลงด้วย เลยทำให้เป็นประเพณี นบพระเล่นเพลงขึ้นมา ซึ่งเมื่อในสมัยสุโขทัยนั้นล่มลงไปในปีพุทธศักราช 2000 นครชุมล้มตามในปี 2000ด้วย ซึ่งเราก็คิดว่างานนบพระเล่นเพลงนั้นล่มไปด้วย คงไม่มีอีกแล้วที่นครชุม มีอีกครั้งหนึ่งหลังจากพระบาทสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต)ได้ทำการฟื้นฟู วัดพระบรมพระธาตุขึ้น จึงได้เกิดงานนบพระเล่นเพลงขึ้นเราจึงเรียกกันว่าวันเพ็ญเดือน 3 ส่วนชาวนครชุมจะเรียกว่าเพ็งเดือน 3 ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา และหลังจาก คุณเชาวน์วัศ สุดลาภา เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ได้มีแนวทางความคิดว่าควรจะมีงานราชการขึ้นมา ก็เลยคิดงาน นบพระเล่นเพลง ที่ทางฝั่งกำแพงเพชรทำให้เกิดเป็นประเพณี นบพระเล่นเพลง ก็ทำให้เป็นประเพณีสืบมา ตั้งแต่ปี 2526 โดยทราบว่ามีอาจารย์รุ่งธรรมได้เข้าร่วมในช่วงแรกๆ อยากถามอาจารย์ว่าความเป็นมาของงานนบพระเล่นเพลงเป็นมาอย่างไร
อ.รุ่งธรรม ศรีวรรธนศิลป์  คือเริ่มแรกที่จัดงานนบพระเล่นเพลงนั้นอยากจะบอกว่าเป็นการคิดค้นขึ้นมาใหม่
แต่งานไหว้พระวันเพ็ญเดือน 3 ของวัดพระบรมธาตุนั้น มีแต่ดั้งแต่เดิมแล้วพอดีท่านเชาวน์วัศได้ย้ายมาประจำจังหวัดและท่านได้แต่งตั้งให้ผมเป็นทีมงานในการคิดร่วมการจัดงานนบพระเล่นเพลง จริงๆแล้วเราไม่รู้คำว่านบพระเล่นเพลง ท่านให้ไปดูว่ากำแพงเพชรควรจะมีงานประเพณีอะไรจึงได้ไปดูที่แผ่นศิลาจารึก ทุกวันเพ็ญเดือน 3 พระยาลิไทได้แต่งช้าง แต่งขบวนไปนบพระที่เขาพระสุมนกูฏทุกๆปี จึงได้รู้ถึงคำว่านบพระ เลยได้สอบถามผู้รู้ที่ศิลปากร ว่าเมืองหลวงใช้คำว่า “นบ” แล้วกำแพงเพชรจะใช้คำว่านบบ้างได้ไหม ทุกคนบอกว่าได้เพราะเมืองเราเป็นเมืองลูกหลวง แล้วทำไมต้องมีความสำคัญ
ที่กำแพงเพชร โดยค้นพบที่นครชุมหลักที่ 3 ได้พูดถึงพระสมเด็จพระยาลิไท ได้สถาปนาพระบรมสารีริกธาตุเมื่อปี 1900 โดยอันเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากลังกาทวีป เป็นพระธาตุอันแท้จริงของพระพุทธองค์ คนกำแพงเพชรควรจะสืบสานประเพณีกราบไหว้ องค์พระธาตุ ซึ่งเราได้จับใจความตรงนี้ขึ้นมาได้คำว่างานนบพระขึ้นมาในประเพณีไหว้พระวันเพ็ญ เดือน 3 ในช่วงแรกเราได้กำหนดขึ้นมา 3 วัน วันแรกจะเป็นขบวนจำลองพยุหยาตราของสมเด็จพระยาลิไท เพื่อมาสถาปนาพระบรมสารีริกธาตุ
จะจัดเป็นขบวนช้าง ขบวนม้า ที่ยิ่งใหญ่ วันต่อมาเป็นวันนบพระเราจะจัดขบวนเมืองจำลอง เจ้าเมืองกำแพงเพชร เจ้าเมืองโบราณในสมัยนั้นปีแรกเราจะยังจัดไม่ครบทุกเมือง เราจะจัดเฉพาะเมืองที่มีจริงๆในช่วงนั้น
อ. สันติ   อภัยราช   งานในสมัยนั้นมีดีอย่างไร คนกำแพงพอใจหรือไม่ครับ
อ.รุ่งธรรม ศรีวรรธนศิลป์ ช่วงแรกๆ ทุกคนก็ประทับใจนะครับ ในช่วงนั้นรูปขบวนเมืองเก่าจะยังไม่ครบทุกเมืองนะครับ จะมีเมืองพาน เมืองไตรตรึงษ์ เมืองเทพนคร เมืองนครชุม พอสมัยผู้ว่าราชการ   นายชาญ  อยากให้มีเมืองเยอะๆ จะได้ไปคิดนำเมืองมาทั้งหมด ในสมัยนั้นที่เราทำแต่ละเมืองการแต่งกายจะไม่เหมือนกันเพราะเกิดขึ้นต่างยุค ต่างสมัยกันบ้างเมืองหายไปแล้ว อย่างเช่น เมืองนครชุมมาเมืองพังคาย่อยสลายไปแล้ว อย่างเมืองเทพนครต้องมากก่อนเมืองนครชุมเพราะเป็นเมืองที่เจ้าต้องไปครองเมืองที่สุโขทัย
อ. สันติ อภัยราช   ในตอนนั้นในงานนบพระเล่นเพลงทุกคนมีความประทับใจกันทุกคนแล้วจุดเด่นที่สุด
      ของงานนบพระเล่นเพลงในสมัย 20 – 30 ปี ที่แล้วคืออะไรครับ
อ. รุ่งธรรม ศรีวรรธนศิลป์ คือสมัยนั้นนบพระและเล่นเพลงจริงๆ เราจะนบพระฝั่งนครชุม แล้วภาคกลางคืนเราจะเล่นเพลงฝั่งกำแพงเพชรสมัยผู้ว่าราชการจังหวัดท่านเชาวน์วัศ ปีแรกได้จัดขึ้นหน้าลานอำเภอ จำลองบรรยากาศเป็นแบบไทยๆ ทั้งหมด ขนม ของขายจะใส่กะลา ใส่กระทง โดยจัดงานเป็นเชิงวัฒนธรรมการละเล่นก็จะเป็นการละเล่นแบบพื้นบ้านจริงๆ ในตอนนั้นยังไม่มีคอนเสิร์ต และในปีต่อมาได้เลื่อนไปจัดที่วังสระมน ในปีนั้นจะนำร้านค้าต่างๆของแต่ละอำเภอมาจัดกันเองในวังสระมน
อ. สันติ อภัยราช      มาดูมุมมองของประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวว่ามีมุมมองอย่างไรบ้างในงานนพพระของท่านวิชา จันทร์เชื้อ
คุณวิชา จันทร์เชื้อ   ในปีพ.ศ. 2526 ในปีนั้นผมได้มีโอกาสเข้าร่วมขบวน และมีความประทับใจมากในขบวนนั้นจะมีขบวนเกวียนจากพรานกระต่าย มีการขี่เกวียนเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์ และมีการหาบกระเช้าขนม มีเจ้าพระยานาหมื่นเหมือนกาล่าดินเนอร์หลังจากนั้นก็ไม่มีให้เห็นอีกเลยจาก พ.ศ.2526 อยากได้ภาพนั้นกลับมาไม่รู้ว่าจะกลับมาได้ไหม เพราะตอนนี้เป็นการจัด ไปทั่วแล้วกับคาราวานสินค้า ของผู้รับเหมางาน อย่างไรเสียขอให้คงเอกลักษณ์ได้ไหมโดย ท่านจะ
แยกกันได้ไหมละ แยกอย่างเก่างานนบพระก็ยังคงจัดที่วัดพระบรมธาตุได้ไหมส่วนเล่นเพลง
คอนเสิร์ตจะมีทางฝั่งนี้ พูดถึงคนกำแพงเขาโหยหากันแบบนี้ แต่ถ้าพูดถึงการท่องเที่ยวแล้ว
ทำอย่างนี้จะไม่ได้นักท่องเที่ยว เชื่อหรือไม่ว่างานเกิดมาซ้ำแล้ว ซ้ำอีก แต่ผู้ว่าราชการจังหวัด
เปลี่ยนไป เปลี่ยนมา กว่าจะออกงานมาหน้าตาเป็นอย่างไร ขายการท่องเที่ยวไม่ได้และตอบ
นักท่องเที่ยวไม่ได้อยู่ 3 ข้อว่า
1. งานจะมีเมื่อไร
2. งานจะเหมือนปีที่แล้วหรือไม่
3. จะเจอขบวนที่อลังการกี่วัน
การทำการท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวนั้นต้องวางแผนการท่องเที่ยวไว้เป็นปี
ต้องมีการจองโรงแรมไว้ล่วงหน้า จองทริปการท่องเที่ยว ซึ่งเราไม่สามารถขายได้เพราะเราไม่สามารถตอบได้ว่ารูปแบบงานนั้นจะเป็นอย่างไร เท่าที่เห็นในปัจจุบันรูปแบบงานได้เปลี่ยนไปแล้ว
อ. สันติ อภัยราช      อ. ชนิกา มาเห็นงานนบพระเล่นเพลงเมื่อไร แล้วมีความรู้สึกอย่างไรบ้าง อยากให้เห็นเป็นอย่างไรครับ
อ. ชนิกา ศรีวรรธนศิลป์   มาเห็นจริงๆในสมัยของคุณสุรินทร์ ปี2532 ได้มีโอกาสร่วมการแสดงในงานแสง
เสียงด้วยตอนนั้นเหมือนคนกรุงเทพเพราะยังไม่ได้มาอยู่ที่กำแพง พอได้ทำงานอยู่ตรงนี้จึงเห็นได้ว่าทุกอย่างเป็นสิ่งที่มีคุณค่าเพราะเราจะเห็นว่าสิ่งที่นำมาในช่วงนั้นกับตอนนี้จะแตกต่าง คือตอนนั้นถ้าพูดถึงงานนบพระเล่นเพลงในรูปขบวนเราจำลองทุกอย่างให้เหมือนจริงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างขบวนหลวงเราสามารถมองแล้วแยกออกได้เลยว่านี้คือ ขบวนหลวงขบวนกษัตริย์ และเจ้าเมืองต่างๆ เพราะเราจะดูถึงเครื่องทรงของช้าง เราจะลดระดับลงไปทุกคนประชาชนมาดูข้างๆ นั้น จะเฝ้ามองละว่าขบวนพยุหยาตราจำลองมาแล้วใคร คือผู้แสดงแล้วจะสง่างามขนาดไหน สิ่งที่เป็นจุดเด่นคือเรามีวัดช้างล้อม เพราะฉะนั้นช้างทรงก็เหมือนเราจำลองช้างทรงเครื่องมาตรงนั้นเสร็จเลย จะดูทุกอย่างการแต่ง
ช้างทรงต่าง ขบวนต่างๆ เครื่องที่จะมานบพระ จะดูไปตลอดจนสิ้นสุดขบวนหลวง และขบวนเจ้าเมืองต่างๆ เขาจะตื่นเต้นในเรื่องการแต่งกาย ในเรื่องของเครื่องที่จะนำมาสักการะพระธาตุแต่ละอำเภอ แต่ละหัวเมืองจะแตกต่างกันไปก็อยากให้นำสิ่งเหล่านั้นกลับมา
อ. สันติ อภัยราช   เดี๋ยวนี้จะแตกต่างกันเยอะไหมครับ
อ. ชนิกา ศรีวรรธนศิลป์   สมัยนี้ทุกคนที่เดินขบวนเป็นเจ้าหมดเลย ส่วนสมัยก่อนเราจะเน้น เจ้าคือเจ้า ข้าราชบริพารคือข้าราชบริพาร เราเรียกว่าประชาราษฎร์ของพระองค์ท่านที่มีใจจะไปร่วมนบพระจะเข้าร่วมขบวนไปกับพระองค์ท่าน แต่สมัยนี้ขบวนหลวงก็เจ้า ขบวนเจ้าเมืองก็เจ้า ไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ก็เจ้า คือแต่งกายเท่ากันหมดไม่สามารถแยกออกได้ เพราะฉะนั้นสมัยนี้นักท่องเที่ยวที่ดู ส่วนสมัยก่อนจะเป็นชาวประชาชน ที่เฝ้าดูขบวนเจ้ามา เจ้าเมืองมา แต่ตอนนี้นักท่องเที่ยวเฝ้าดูขบวนนี้ขบวนหลวงก็เจ้า ขบวนเจ้าเมืองก็เจ้า ไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ก็เจ้า สรุปคือเป็นเจ้าหมด ซึ่งไม่มีไพร่ฟ้าประชาราษฏร์เลย เพราะฉะนั้นอยากให้นำวิถีชีวิตนี้กลับมาไม่อยากให้คิดว่าจะต้องแต่งกายสวยงาม เราอยากให้รู้ว่าเจ้าแต่งกายอย่างไร เจ้าเมืองแต่งกายอย่างไร ไพร่ฟ้าประชาราชแต่งกายอย่างไร ที่ร่วมขบวนมาเราอยากให้เขาตื่นเต้นในการแต่งกายหรือเครื่องที่นำมานมัสการต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นเป็นงานหัตถศิลป์ งานสกุลช่าง แต่ละหัวเมืองก็แตกต่างกัน แต่ปัจจุบันแต่งเหมือนกันหมด
อ. สันติ อภัยราช    เป็นเมืองสมัยไหนๆ แต่งเป็นสามัญหมด ถ้าสมมุติว่ายุคแรกได้เต็มร้อยแล้วยุคนี้อาจารย์ให้คะแนนเท่าไร
อ. ชนิกา ศรีวรรธนศิลป์   เท่าที่พลาดกันไปจริงๆ สิ่งเหล่านี้ก็สูญหายไปเยอะนะค่ะถ้าจะให้คะแนนคงจะ 50% 50% ค่ะอยากให้กลับมาเหมือนเดิม อย่างน้อย 80% 20% ก็ยังดี มีความรู้สึกว่าเราอยากให้ วิถีเก่าๆกลับคืนมาและเรายังได้ขายให้นักท่องเที่ยว คือถ้าเราเทียบในตอนนี้ในส่วนตัวได้คุ้นกับงานตรงนี้ทำไมงานต้องนี้จังหวัดอื่นเขาทำได้ แล้วทำไมจังหวัดเราทำคนอื่นดูแต่จังหวัดเราขายให้คนในจังหวัดดูกันเอง เขาสามารถบุ๊คตั๋วได้เป็นเดือนเลย ยกตัวอย่าง
ง่ายๆ อีสานตอนนี้พญานาคที่ดังๆ เขาจะไปสามารถบุ๊คตั๋วไว้เป็นเดือนๆ ของเราก็มีดีเป็นเมืองมรดกโลกองค์พระมหากษัตริย์ของเราองค์พระยาลิไทของเราก็ไม่ธรรมดา กิจการของเรามีดีมากมายแต่เราขายไม่ได้เพราะอะไรตรงนี้ก็จะเป็นโจทย์ให้เราต้องมาช่วยกันแก้ไข ให้ได้
อ. สันติ อภัยราช   อันนี้เราเป็นการเริ่มต้นกันนะครับในระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมารู้สึกว่าจะลงเหวไปเลยๆพอดีเจ้าเมืองย้ายมาใหม่ด้วยเราอาจจะปรับได้ ไปที่อาจารย์นิชรา งานวันเพ็ญเดือนสาม กับนบพระเล่นเพลงเกี่ยวข้องกันอย่างไร ?
อ. นิชรา พรมประไพ   งานเพ็ญเดือนสามเป็นความสุขของคนนครชุมมากค่ะ เป็นงานที่เราแสดงถึงแรงศรัทธาต่อพระบรมธาตุ และเฝ้ารอวันนี้ทุกปี ที่จริงแล้วการจัดงานนบพระเล่นเพลงก็มีผลดีทำให้ชาวบ้านมีความตื่นตัวในการสืบค้นหาเพลง ในปี2526 ช่องเก้าได้มีการถ่ายทอด ได้เห็นการแสดงที่ลานพระบรมธาตุ และพอได้มีการจัดงานนบพระเล่นเพลงขึ้นมาทำให้เรากลับมามองเพลงพื้นบ้านในชุมชนของเราจริงๆ ในตอนนั้นดิฉันได้ร่วมมือกับอาจารย์สันติได้สืบค้นเพลงพื้นบ้านขึ้นมา ว่าเล่นเพลงชาวบ้านเขาเล่นอะไรกัน จริงๆ แล้วเขาเล่นอะไร ตรงนี้ละงานนบพระเล่นเพลงที่เป็นจุดประกายสืบทอดขึ้นมาจนถึงปัจจุบันนี้
อ. สันติ อภัยราช   อาจารย์พอใจกับงานนพพระเล่นในปัจจุบันไหม ?
อ. นิชรา พรมประไพ   ไม่รู้ว่าพอใจหรือเปล่าแต่เล่นเพลงในเพ็งที่ผ่านมาไม่มีคนดูพอขบวนเจ้ากลับ ก็จะเหลือแต่นักแสดงกับเวที และคนที่มาบูชาเคารพ พระบรมธาตุสักห้าสิบคนเท่านั้นนอกนั้นก็ตามเจ้ากลับหมดแสดงว่าเขาต้องการไปดูแต่ขบวนกันไม่มีคนสนใจการเล่นเพลง เพราะนักเรียนยังแสดงอยู่หลังพระธาตุไม่มีคนดูเลย ตรงนี้แหละค่ะที่ปัจจุบันเขาสนใจขบวนเจ้ามากจนเกินไป จนลืมประชาชน แต่จริงๆทุกส่วนก็เสริมกันอยู่นะค่ะ แต่ยังขาดสัดส่วนที่เหมาะสม อยากเห็นในส่วนที่ชัดเจน นบพระก็นบพระ เล่นเพลงก็เล่นเพลง วันเพ็ญของจุดเด่นอยู่ตรงโน้นได้ไหม อย่างที่บอกเจ้ากลับเราก็เหงาเลยค่ะ นักแสดงต้องรอพิธีตรงนั้นเสร็จพอพิธีเสร็จคนกลับหมดคนเล่นเพลงไม่มีคนดู ทำอย่างไรสองส่วนนี้จะให้มีความสมดุลได้
อ. สันติ อภัยราช   เดี๋ยวจะขอเชิญผู้เข้าร่วมด้านล่างออกความคิดเห็นได้ครับ
อ. เยาวลักษณ์ ใจวิสุทธิ์หรรษา   ขอเรียนเสริมอาจารย์นิชรา นะค่ะว่าเราจัดกิจกรรมเยอะแยะมากมาย ประเพณีต่างๆ หรือกิจกรรมต่างๆ เราสร้างนักแสดง แต่เราไม่สร้างคนดู เพราะฉะนั้นผู้บริหารบ้านเมืองต้องมีความตระหนัก งานเสร็จอย่าเพิ่งกลับขอใช้ประเด็นนี้ก่อนค่ะ เพราะเราจัดงานการแสดงมากมายแต่เราไม่สร้างคนดู เพราะฉะนั้นมารยาทผู้ดูตั้งแต่ผู้บริหาร หรือใครก็ตาม เราจะต้องให้เกียรตินักแสดง ขอเปิดประเด็นผู้ชมก่อนนะค่ะ คนที่ดูก็จะเป็นผู้ปกครอง
/แต่ถ้าผู้ใหญ่…

- 5 –
แต่ถ้าผู้ใหญ่กลับหมด ขออนุญาตอีกงานหนึ่งนะค่ะคือวันมรดกไทยที่จัดที่เรือนไทยค่ะ ถ้าผู้ใหญ่กลับก็จะกลับกันหมดเลยไม่เหลือเลยค่ะ เพราะฉะนั้นเราต้องบล็อกผู้ใหญ่ก่อน เพราะฉะนั้นเราต้องอยู่กับนักแสดงค่ะ ต้องดูอันที่จริงถ้าผู้ใหญ่ที่น่ารักต้องไปดูที่โดมของการ
แสดงค่อยให้กำลังใจกับนักแสดง และนักแสดงไม่มีงบให้ก็แสดงนะค่ะถ้าให้เกียรตินักแสดง ต้องฝากนิดหนึ่งนะค่ะ
อ. สันติ อภัยราช   เชิญครับใครมีความคิดเห็นเพิ่มเติม หรือเสริมต่ออีกครับเชิญได้เลย
ผอ.รร.นครชุม      สามปีหลังมาท่านผู้ว่าราชการจังหวัดท่านสุรพล ขอให้ย้ายพิธีเปิดไปที่วัดพระบรมธาตุในขณะนั้นยังไม่มีพระรูปพระยาลิไท ซึ่งตอนนี้ได้ประดิษฐานแล้ว สิ่งที่สับสนในการเปิดงานนบพระในวันที่ 15 ค่ำซึ่งตรงกับงานวัดพระบรมธาตุจัดงานพอดี สิ่งที่เคยเราบอกจังหวัดว่าเวลาจัดงานสิ่งสับสนก็คือวัน 15 ค่ำ เดือน 3 ชาวบ้านได้ตระหนักถึงวัดพระบรมธาตุได้พูดแล้วถึงความสำคัญของวัดพระบรมธาตุชาวบ้านเขาจะเวียนเทียนกัน แล้วการเวียนเทียน
พระบรมธาตุจะไม่เหมือนที่อื่นใครมาถึงคนนั้นสะดวกเวียนเทียนก็จะเวียนเลย ปรากฏว่าพอไปจัดงานที่บรมธาตุตามขั้นตอน ชาวบ้านก็มาจะให้รอเทศบาลก็จะอั้นไม่อยู่ เพราะชาวบ้านเขาต้องการเวียนเทียนแล้วก็จะกลับไปทำธุระที่อื่น เกิดภาพแบบนี้ขึ้นมาทำให้เกิดความวุ่นวายสับสน อันนี้เฉพาะพิธีเปิด ความเห็นต่อไปคือเรื่องของวัน เวลา ที่เราคุยกันมาวัน เวลาของการจัดงานยังไม่มีใครพูดถึงเลยสมัยก่อนเราจะจัดงาน สามวัน ห้าวัน แต่สมัยนี้อย่างงานกล้วยไข่ไหลมาสิบวัน กลายเป็นสิบเอ็ดวันได้ไง ซึ่งในการที่เรามานั่งเสวนากันในวันนี้จะเป็นเสียงสะท้อนถึงจำนวนวัน เวลา ที่จะจัดงานด้วย การที่ผู้รับเหมามาจัดงานผมว่าประเด็นจะดี ไม่ดีก็ช่วยกันคิดนะครับ เมื่อปีที่แล้วผมได้ไปร่วมงานวิ่งที่จังหวัดเลยบังเอิญเขาจัดร่วมกับงานวันดูดอกฝ้ายบาน  ผมได้ไปเดินดูงานวันดอกฝ้ายบาน ปรากฏสิ่งที่น่ารักมากของจังหวัดเลยเขาไม่ใช้ผู้รับเหมาเลย เขาจะออกแบบเก่าเหมือนของเราในสมัยก่อนที่ออกโดยอำเภอใคร อำเภอมัน ส่วนราชการ ใครมีอะไรดีก็นำมาออก เกษตรอะไรก็นำมาออกได้หมด แต่ตอนนี้เราไม่สามารถนำออกได้เพราะพื้นที่จำกัด รูปแบบของงานผมได้นำเสนอไปแล้วหลายเรื่องนะครับขอให้นำไปประมวล วัน เวลา พิธีเปิด จำนวนงานน้อยลงได้ไหม นำหน่วยงานออกมาไม่ต้องไปพึ่งผู้รับเหมา เราได้อะไรได้จากงานมากกว่า
ดีเจเอก อสมท.      ทุกจังหวัดก็จะเหมือนกำแพงเพชรหมดจะมีปัญหาเรื่องของสินค้าชาววัง งานที่เป็นประเพณีจริงๆ ก็จะหายไป ก็มีหลายจังหวัดบ้างโครงสร้างที่จะต่อต้านกัน บ้างก็ได้บ้างไม่ได้ที่ยังเป็นปัญหากันอยู่ที่มาเจอที่กำแพงเพชรในปี พ.ศ.2549 มันค่อนข้างจะร่วมสมัยแล้วที่ไม่เห็นด้วยคือในเรื่องของระยะเวลาการจัดงาน อาจจะมากไปนิดหนี่ง แล้วถนนบ้านเราก็แคบด้วยถ้าไปดูคำสั่งของกระทรวงวัฒนธรรม โดยรัฐมนตรีตั้งแต่ต้นปีเอางานกล้วยไข่ที่จะถึงนี้ก็
/ได้จริงๆ...
- 6 –
ได้จริงๆมีคำสั่งว่าจะให้เน้นการสร้างค่านิยมของคนไทย 12 ประการ แต่จะมองได้สองมิติ วิถีถิ่นวิถีไทยเร่งฟื้นฟู ศิลปะ วัฒนธรรมภูมิปัญญาพื้นบ้านในแต่ละภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรมและในส่วนชูจุดขายวัฒนธรรมเป็นอย่างไร เราลดการจ้างออแกไนซ์ที่จะมาทำงาน อันนี้มีคำสั่งเพื่อประหยัดงบประมาณ แล้วก็ให้นำศิลปะการแสดงพื้นบ้านของวิทยาลัยนาฎศิลป์ต่างๆ
มาแสดง และอย่างที่สองเปิดตลาดชุมชนสร้างชุมชมเศรษฐกิจสร้างสรรค์โดยให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดประสานกับวัดหรือผู้นำชุมชนว่าจะเปิดพื้นที่ เปิดอย่างไร ทางท่านปลัดกระทรวงวัฒนธรรมโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมคุณวีระ โรจน์พจนรัตน์
ลองฝากดูนะครับส่วนงานที่ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป ขอให้งานนบพระนี้เป็นงานนบพระจริงๆ หวังว่าอย่างนั้นในฐานะที่มาอยู่ใหม่ เอาตามสมควรการจัดงานมีสัก 3-4 วันก็ได้ลดภาระให้แก่พี่น้องประชาชนด้วย เศรษฐกิจช่วงนี้ก็ไม่ค่อยดีด้วย
อ. สันติ อภัยราช   เชิญครับท่านใดมีข้อเสนอแนะเพิ่มเชิญได้เลย เรามีเวลาได้พูดคุยกันแล้ว
อ. เยาวลักษณ์ ใจวิสุทธิ์หรรษา   อนุญาตเพิ่มเติมอยากจะมีข้อเสนอแนะจากประสบการณ์จริงคือลูกสาวเรียน
โรงเรียนกำแพงเพชรสามคนรวมเวลาไม่ต่ำกว่า 15 ปี ไม่ทราบท่านอื่นจะมีความเห็นเป็นอย่างไรสถานทีมีที่ไหนเหมาะสมกว่านี้ไหมค่ะทำไมเราใช้ถนนเป็นพื้นที่วัฒนธรรม ทำไมเราไม่หาสถานทีที่เหมาะสมและให้เกิดความงดงามในการแสดงศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดกำแพงเพชร เพราะฉะนั้นลำบากทั้งจะไปสุโขทัย ลำบากทั้งจะเข้าเมือง ลำบากทุกสิ่งอย่าง การเดินทางช่วงนั้น ทั้ง 15 วัน ไม่ทราบว่าท่านอื่นมีความเห็นเป็นอย่างไรนะค่ะหรือมีสถานทีที่เหมาะสม สวยงาม แนะนำกับทางจังหวัด
อ. สันติ อภัยราช   เคยเสนอสมัยท่านวิทยา ผิวผ่อง เคยจัดที่ศาลเจ้าพ่อเสือท่านไม่ชอบเพราะคนไป
      เที่ยวน้อยขอฟังเสียงท่านอื่นอีกนะครับเชิญครับ
หมอพนมกร ดิษฐสุวรรณ์  เรื่องของงานนบพระ งานกล้วยไข่ ผมได้ติดตามและพยายามแสดงความคิดเห็นในทางอินเตอร์เน็ตเป็นหลักใช้เฟสบุ๊คพระกำแพง และอีกอย่างผมได้แสดงความคิดเห็นผ่านมาแล้ว 2 ปี เมื่อปีที่แล้วได้มีโอกาสเข้าไปเสนอกิจกรรม เสนอแนวคิด ก็เสนอแล้วนะครับแต่ก็ผ่านหู ผ่านตาไป จนกระทั่งมีความรู้สึกว่าพอละ แล้วมาถึงฤดูกาลใหม่ต้องขอขอบคุณทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร และอาจารย์สันติ ที่เริ่มจุดไฟเล็กๆ ขึ้นมา มีแสดงความคิดเห็นขึ้นมาในเฟสคนกำแพงเกี่ยวกับงานนพพระ และงานกล้วยไข่ ได้รวบร่วมมาประเด็นความคิดเห็นโดยตั้งชื่อว่านบพระ เล่นเพลง (แบบที่เคยฝัน) เมื่อ 2 – 3 ปีก่อนเราเคยใช้ว่างานนพพระ เล่นเพลงที่ฝันถึง แบบที่เคยฝันก็เลิกฝันไปละ วันนี้มีจุดประกายก็เอาสักหน่อยมี 10 ประเด็น ประเด็นแรก จะเป็นเรื่องของสถานที่คิดว่าทุกท่านก็คงจะเจอปัญหานี้เหมือนกันเรื่องของจราจร เรื่องของการจัดพื้นที่สะเปะสะปะ ผมเลยขอฝากข้อเสนอว่าเราแบ่งโซนให้ชัดเจนเลยได้ไหม วิธีการคือเราเปลี่ยนพื้นที่การจัดงาน จากเดิมเราจัดบนถนนให้
/ไปจัดใน...
- 7 –
ไปจัดในสนาม โดยสนามมี 2 สนาม คือสนามหน้าเมืองที่เป็นสนามหญ้า กับสนามหนึ่งเป็นสนามบอลที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชรดูแลอยู่ ถ้าเราจัดพื้นที่ในสนามข้อดี
ข้อที่ 1 ถนนโดยรอบการเดินทาง การจราจรสะดวก มีที่จอดโดยรอบเราสามารถควบคุมพื้นที่ ควบคุมร้านค้าได้อย่างแน่นอน ไม่มีการมาป่นการกรีดขว้างเส้นทางจราจร เราสามารถ
จัดกิจกรรมที่แบ่งได้เลยว่าใครชอบแบบไหน จะได้ไม่มีปัญหาว่าตรงโน้นเป็นโซนเก็บตังค์
ว่าเดินเข้าไปแล้วโดนเก็บตังค์ไม่ว่าจะเดินกี่รอบก็ตาม ในเรื่องของการจัดพื้นที่ถ้าแบ่งพื้นที่ในการจัดกิจกรรมต่างๆ วัฒนธรรม การจัดนิทรรศการวัฒนธรรม การจัด OTOPการแสดง ด้านซ้ายมือสนามหน้าเมือง ส่วนด้านขาวมือก็อาจจะเป็นด้านการจัดคอนเสิร์ต เรื่องของการจัดตลาดนัด ส่วนโซนตรงกลางจัดเวทีกลาง และจัดกิจกรรม หรือนิทรรศการของทางภาครัฐ อยากจะจัดอะไรก็จัดอยู่ตรงนี้ และไม่ต้องปิดถนนโดยรอบ ถ้าปิดถนน 10 วัน คนใช้ถนนเดือนร้อน พ่อค้า แม่ค้าบ่นกัน เมื่อ 2 ปีที่แล้วก็ได้มีการประท้วงผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรท่านสุรพล บอกว่าไม่เป็นไรปีหน้าจัดให้ใหม่ ในกรณีที่จัดในสนามมีคนบอกสนามจะเสีย เสนออีกทีนะครับถ้าไปจัดในสนามนั้นเสียแน่ๆ แต่ก็อย่าลืมว่าสนามฟุตบอล หรือสนามพื้นหญ้า ก็มีการบำรุงดูแลรักษาอยู่แล้ว แล้วตอนนี้การจัดคอนเสิร์ตก็จัดในสนามอยู่แล้วการแบ่งพื้นที่ เข้าไปจัดในสนามไม่น่าจะมีผลเสีย ของค่าใช้จ่าย ค่าบำรุงดูแลรักษามากกว่าเดิมเท่าไรนัก
ประเด็นที่ 2 ก็คือเรื่องเจดีย์บรมพระธาตุ เมื่อ 2 ปีที่แล้วได้มีการสร้างเจดีย์บรมพระธาตุจำลอง ด้วยโฟม ของโยธาจัดให้อยู่กลางถนนกลางสี่แยกไฟแดงคือมองอย่างไรก็ไม่เหมาะเอาบรมพระธาตุองค์จริงมาไว้กลางถนน ถ่ายรูปออกมาเห็นพระบรมธาตุจำลอง สารีริกธาตุ และเห็นไฟเขียว ไฟแดง ซึ่งเป็นภาพที่ไม่เหมาะเลย แต่เราก็พยายามจัดอีกถ้าเราแบ่งโซนพื้นที่ได้จริง เราก็นำกิจกรรมเหล่านี้ไปอยู่ในพื้นที่สนามหน้าเมืองก็จะเหมาะสมและสวยงาม
ประเด็นที่ 3  เป็นการแสดง การแสดงแสง สี เสียง เป็นกิจกรรมที่มองว่าควรจะมีแล้วควรจะมีเป็นประจำทุกปี จะมีกี่วันก็แล้วแต่ ทางที่ดีแสง สี ตอนกลางคือ ข้อดีอย่างแรกก็คือคนในกำแพงมีเทศกาลแบบนี้ พูดกันแบบชาวบ้านชาติหนึ่งจะมีสักทีหนึ่ง ถ้าเราทำกิจกรรมแบบนี้ให้เขาเห็น คนที่มาชมก็จะเห็นกิจกรรมการแสดงแบบนี้ ซึ่งโอกาสที่จะได้ชมชาวบ้านทั่วๆ ไปจะได้ชมนั้นโอกาสน้อยมาก สิ่งที่ 2 ที่ได้ประโยชน์คือผู้ที่ได้ร่วมแสดง คนที่ร่วมแสดงนั้นเราได้ฝึกตั้งแต่คนจัด คนจัดคิว คนจัดแสดง คนเขียนเรื่อง จนถึงนักแสดง มีนักแสดงหลายคนที่เคยแสดงเมื่อ 10 -20 ปีที่แล้ว ก็ยังรู้สึกว่าจำได้และมีความประทับใจกิจกรรมที่เขาทำ แล้วการแสดง สี เสียง กลางคืนโดยใช้เด็ก เจ้าหน้าที่ของเรามันทำให้เกิดความผูกพันซึ่งจะทำให้กลับมาดูแลบ้านเราต่อไป
ประเด็นที่ 4 การประชาสัมพันธ์ ซึ่งเห็นด้วยกับท่านวิชาเราจัดงานแบบนี้ทุกปีแต่เราไม่สามารถบอกได้เลยว่าปีหน้าขบวนจะเริ่มต้นกี่โมง เริ่มเดินจากตรงไหน ไปตรงไหน เราจัดทุกปี
/1-2 ปีที่ 1-2 ปีที่แล้วเคยเสนอเขาบอกว่าไม่ทันแล้วค่ะหมอปีนี้ไม่ทันแล้ว ผมก็บอกว่าไม่ได้เสนอปีนี้ เสนอปีต่อไปครับพอผ่านไปปีที่แล้วก็เหมือนเดิม ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าจะแสดงตอนไหนแสดงอะไร กี่โมงมันเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ เราอยู่ในพื้นที่เราอยากไปเที่ยวดูเรายังไม่รู้เลย ขนาดปีที่แล้ว
กว่าจะรู้ว่ามีขบวนรู้ก่อนหน้า 2 วัน แล้วนักท่องเที่ยวต่างบ้าน ต่างเมือง ต่างประเทศ ไม่ต้องพูด ในเรื่องเวทีกลางของเสริมนิดหนึ่งก็คือเราชมการแสดง หรือเราจัดพื้นที่ให้คนมานั่งกินข้าว เราจัดตอนนี้มีเวทีกลาง แล้วมีโต๊ะข้างหน้า คนมาถึงปุ๊ปก็ไปซี้อของแล้วมานั่งกินไม่ค่อยมีใคร
สนใจใคร ก็จะกลายเป็นว่าคนแสดงก็แสดงไป พ่อแม่นักแสดงก็นั่งดู ส่วนคนอื่นก็มาถึงนั่งกินข้าวกินข้าวเสร็จเอาของขยะวางไว้บนโต๊ะ ภาพที่เห็นพอเดินเข้าไปปุ๊ปจะดูการแสดงก็ไม่ได้เพราะขยะเต็มเวที ตรงนี้ต้องปรับ กิจกรรมที่ผมอยากนำเสนอเช้าตักบาตร ค่ำเวียนเทียนที่วัดพระแก้ว ตอนนี้กิจกรรมนี้ถ้าทำเราจริงขายได้ แล้วนักท่องเที่ยวมีความสนใจแม้กระทั่งพวกเราเองเพราะว่ากิจกรรมแบบนี้เราไม่มีโอกาสเข้าไป เราไม่มีโอกาสทำ กิจกรรมเป็นกิจกรรมที่เราทำขึ้นมาในสภาพอากาศแบบนี้น่าสนใจ
ประเด็นที่ 8 การเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว เรามีเรือนไทย เรามีต้นสัก มีต้นโพธิ์ มีสิ่งสวยงามเยอะมาก แต่เราจะอยู่แค่บริเวณงานสิ่งไม่ได้ไปไหนเลย
ข้อสุดท้าย การวิจัยเราอาจย้อนมาดูว่าเราจัดงานเพื่ออะไร ถ้าเราบอกว่าจัดงานเพื่อการท่องเที่ยวแล้วเราได้ผลการท่องเที่ยวจริงไหม เคยสอบถามเจ้าของโรงแรมว่าเวลาการจัดงานประจำปีของจังหวัดเรามีนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดมาพักที่โรงแรมหรือเปล่า คำตอบก็คือไม่มี เราจัดกันเองดูกันเอง มองว่าเราจะทำวิจัยสักหน่อยไหม ว่าเราจัดงานนี้มาฟรีมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเท่าไร ในจังหวัดมีเงินหมุนเวียนเท่าไร มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะไหม ประมาณนี้ถ้าเรามีข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงมายืนยัน อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง ฝ่ายราชการก็อาจจะเปลี่ยนโดยอ้างข้อมูลตรงนี้ได้
อ. สันติ อภัยราช   เราทำงานวัฒนธรรมเราจะเอากำไรจากการจัดงานวัฒนธรรมนั้นไม่ได้ กำไรก็คือสิ่งที่
เจริญเติบโตของผู้คนที่มีคุณธรรม จริยธรรม นั้นคือกำไร ไม่ใช่ว่าทำไมเราเก็บเงินแล้วไม่ได้กำไรนั้นไม่ใช่นะ
อ. สายรุ้ง      หลายคนมีความรู้สึกแบบเดียวกัน หลายคนได้รับผลกระทบไม่ว่าทั่งใกล้ หรือไกล อย่างที่คุณหมอท่านพูดเกี่ยวทางโรงแรมไม่ได้รับการจอง กับกลายเป็นว่าในช่วงนั้นอาจเป็นการเลี่ยงที่จะเข้าเมืองกำแพงเพชรด้วยซ้ำไป เพราะทุกคนที่เข้ากลัวรถติดมาก เกิดปัญหาหลายอย่าง ผมมีเพียงคำตอบการจัดงานเริ่มแรกวัตถุประสงค์ของการจัดงานนบพระเล่นเพลง งานสารทไทยกล้วยไข่ จัดเพื่ออะไร ส่งเสริมการท่องเที่ยว หรือวิถีวัฒนธรรม ประเพณีของกำแพงเพชร อยากให้ทุกอย่างที่ดำเนินการอยู่ ณ เวลานี้เอาแบบดั้งเดิมได้ไหม วัตถุประสงค์เดิมได้ไหม และสิ่งสำคัญจัดมาทุกๆ ครั้งจัดมาเพื่อใคร สารทไทยกล้วยไข่ครั้งนี้ก็เหมือนกัน
/จัดมาเพื่อใคร...
-  9  -
จัดมาเพื่อใคร พื้นที่ที่เราอยู่เป็นจังหวัดกำแพงเพชร เป็นของพวกเราทุกคน เป็นของพวกเราชาวกำแพงเพชร เราจัดงานขึ้นมาก็จัดมาเพื่อใคร ถ้าไม่ใช่คนกำแพงเพชร ที่คนที่ได้ผลประโยชน์ในการจัดงานแต่ละครั้งใคร ที่ได้รับผลประโยชน์ การจัดตลาดนัดชุมชน การจัดตลาดต่างๆ จัด OTOP ต่างๆ คนในกำแพงได้รับผลประโยชน์หรือไหม อันนี้ต้องลงไปดูลึกๆ ว่าแม่ค้าที่มาทำการค้าขายในงานนี้เป็นพี่น้องชาวกำแพงเพชรหรือเปล่า ชุมชนของเราได้ประโยชน์อะไร
มีพื้นที่ให้ชุมชนได้จัดงานหรือไม่ ในส่วนตรงนี้ต่างหากเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรจะพูดถึงกันวัตถุประสงค์ของการจัดงานอย่าเปลี่ยน ไม่ใช่มีการจัดงานให้วัยรุ่นมาตีกัน 8 วัน 10 วัน
จัดเพื่ออะไรใครได้ประโยชน์มีแต่เรื่องกับเรื่อง เมื่อปีที่แล้วหรือปีก่อนที่มีการโยนระเบิดมี
เด็กวัยรุ่นเสียชีวิต มีการตีกันเป็นข่าวดังทุกครั้ง มันเกิดขึ้นแล้วๆ ใครละที่แก้ไข ไม่มีใครที่จะคิดแก้ปัญหานี้ ยังปล่อยให้เป็นปัญหาซ้ำๆ เดิมๆ ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรในการจัดงานขึ้นมาจะเป็นไปได้หรือไหม 1. ลดการจัดงานให้ตรงวัตถุประสงค์ของการริเริ่มในการจัดงานเป็นประเพณีวัฒนธรรมสืบทอดสู่ชั่วลูก ชั่วหลาน และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของกำแพงเพชรอย่างแท้จริง และพื้นที่การจัดงานจัดให้เกิดการท่องเที่ยวในแหล่งวัฒนธรรมจริงๆ ได้ไหมไม่ใช่บนถนนนี้คือสิ่งสำคัญ จัดได้แต่อย่าสร้างความวุ่นวาย สร้างความเดือดร้อนให้เราชาวกำแพงเพชรนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ผมไม่ได้ฝากใครนะครับแต่อยากให้เกิดแบบนั้นขอบคุณครับ
อ.รุ่งธรรม ศรีวรรธนศิลป์   การจัดงานจริงๆ จุดเริ่มต้นเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นการส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมของคนกำแพง สมัยเริ่มแรกการจัดงานเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวนั้นต้องมีการเตรียมการ วางแผนการล่วงหน้าสมัยก่อนเราจะจัดงานนบพระเราจะมีไฮไลพ์ของแต่ละปีๆนี้เราจะเล่นเรื่องอะไร เช่น วิถีชุมชน บ้างปีเราเล่นเรื่องช่างศิลป์ไทย เราต้องมีการวางแผนเอาไว้พอการจัดงานจริงอยู่สมัยนี้บ้างครั้งบ้างปีเราขาดงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยส่วนกลาง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่โดนตัดงบประมาณไปเยอะ เขาก็ให้จังหวัดแต่ละจังหวัดช่วยเหลือตัวเอง เราก็จะมีการประมูลงาน ก็เริ่มการประมูลจริงๆจังๆ ในสมัยของท่านว่าราชการจังหวัดท่านสมนึก แต่ตอนนั้นท่านได้แบ่งโซนเป็นสองโซน คือโซนที่ประมูลก็คือโซนประมูล โซนอนุรักษ์วัฒนธรรมก็คือวัฒนธรรม เราจะแบ่งกันว่าโซนนี้ทำอะไรๆ การที่จะมีโซนตลาดนัดจริงๆ ก็จำเป็นอย่างหลายๆทีอย่างที่เมืองกาญ เขาก็จะมีตลาดนัด ซึ่งจะแบ่งโซนให้มีโซนคอนเสิร์ต โซนวิถีชีวิตจะจัดตรงสะพานข้ามแม่น้ำ อย่างลพบุรีก็แบ่งส่วนจะนำรายได้ส่วนนั้นมาส่งเสริมด้านวัฒนธรรม แต่วัฒนธรรมส่วนใหญ่เขาจัดกันจะอยู่ไม่ตลอด เขาจะอยู่ 3 วัน 5 วัน ส่วนตลาดนัดจะมีกี่วันก็เรื่องของเขา เพราะถ้ามีน้อยวันผู้รับเหมาก็ไม่มาสนใจอีก เคยเสนอสมัยผู้ว่าราชการจังหวัดท่านวิทยา ว่าแบ่งโซนได้ไหม ท่านบอกว่าได้ให้แบ่งโซน แต่ปีนั้นโดนด่าเยอะมากไม่ประสบความสำเร็จ เพราะผู้รับเหมาไม่ยอมเราบอกว่าคอนเสิร์ตคุณต้องไปอยู่ในเมืองเก่าหลังศาลเจ้าพ่อตรงนั้นเป็นคอนเสิร์ตจะตีกันอะไรกันก็ให้อยู่ตรงนั้น ส่วนอนุรักษ์ให้อยู่ในสนาม พอถึง
/วันจริงผู้รับเหมา...
-  10  -
วันจริงผู้รับเหมาไม่ยอมเขาก็บังคับให้หน่วยงานราชการไปอยู่ตรงโน้นเรือนจำก็ขายไม่ได้
การแสดงก็ไม่มีใครดู ณ ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้บริหารด้วย แต่ถ้าเราแบ่งโซนได้คอนเสิร์ตใครๆ ก็ไปอยู่แล้วไปอยู่ลึกๆ แล้วส่วนตรงนี้ก็เป็นเรื่องของวัฒนธรรม สมัยเริ่มแรกท่านผู้ว่าราชการจังหวัดท่านชัยวัฒน์ ตรงด้านหน้าจะเป็นเรื่องของวัฒนธรรมทั้งหมด ท่านก็มีบ้างการละเล่นที่ให้คนดู ลิเก หนัง แต่ท่านก็เอาไปไว้ท้ายๆ คือสิ่งเหล่านี้เป็นวิถีของคนปัจจุบัน ถ้าคนไกลๆ คนที่อื่นมาเขาดูเรื่องวัฒนธรรมก็จะมาดูส่วนนี้ เพราะฉะนั้นถ้าเราจะจัดให้ครบ เราจะต้องมีการเตรียมการกำแพงเพชรไม่มีการเตรียมการเลยอีก 2 เดือนจะจัดงานเรียกประชุมเสนออะไรไปก็ปรับไม่ได้แล้วมันออกมาเป็นตุ๊กตาแล้วไม่สามารถปรับได้ และไม่สามารถบอกได้ว่าปีนี้เราจะมีไฮไลพ์อะไร เพื่อนำเสนอไปยังการท่องเที่ยวได้ อย่างปีแรกๆ เรายังมีนำเสนอก่อนล่วงหน้า 6 เดือน 7 เดือน มีอะไรจะเล่นเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ไม่มีถึงว่าเรา 2 เดือนให้เราจัดดีขนาดไหนก็ไม่มีคนมาดูเพราะเราขาดการประชาสัมพันธ์ สมัยก่อนถ้าปีไหนจะมีแสง เสียง
ในสมัยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดท่านสมนึกในช่วงที่ท่านมาปีแรกปี 2535 จะประชาสัมพันธ์ล่วงหน้า 6 เดือน คนก็จะมาดูเยอะ แต่พอมาระยะหลังจัดงานเหมือนไม่คิดจะจัดงานไม่เป็นการจัดงานเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว แล้วการจัดมีอะไรก็ทำๆ ไป โดยไม่มีการคิดวางแผน และอย่างที่ท่านวิชาพูดถึงในปี 2535 ได้มีเกวียนทัวร์ได้เข้าไปในเมืองเก่า แต่เรื่องเกวียนเรามีมาตั้งแต่ปีแรกๆ ในการเดินขบวน แต่เกวียนทัวร์ที่เราจัดในภาคกลางวัน และกลางคืนนี้เราจัดในปี 2535 เป็นปีแรก ก็มีชาวต่างชาติให้ความสนใจมานั่งเกวียนกันเป็นจำนวนมาก ขอฝากไว้นิดว่าการทำอะไรนั้นเราควรต้องมีการวางแผน ผมเชื่อว่าถ้าเราทำได้จะมีรายได้เข้าประเทศจะมีคนที่อื่นมาดูในรูปขบวน ศิลปวัฒนธรรม ส่วนวัยรุ่นก็เข้ามาดูในเรื่องคอนเสิร์ตเป็นเรื่องปกติ เราก็ขายในส่วนที่เขาประมูลงานไป แต่ถ้าไม่มีโซนประมูลงานผู้ใหญ่ก็จะบอกว่าไม่มีเงินในการจัดงานอีก
อ. ต๋อง คณฑี      ขออนุญาตในฐานะที่เป็นคนนครชุม และคนกำแพงเพชร โดยงานนบพระเล่นเพลงจะหยิบยกช่วงตอนพระยาลิไทและพระมเหสีไปกราบนมัสการที่เขาพระสุมนกุฎเสร็จแล้วจะมากราบพระสารีริกธาตุที่วัดพระบรมธาตุ ช่วงนั้นเป็นสิ่งที่ตื่นตา ตื่นใจกับประเพณีนี้มาก
ยิ่งเป็นขบวนช้าง ขบวนม้า และขบวนเกวียนต่างๆ ทำให้เด็กอย่างเรานั้นชอบด้วยประเพณีเก่าๆได้ย้อนกลับมาเมื่อ 600 กว่าปีที่ผ่านมา แล้วงานวัดพระบรมธาตุ ในงานเพ็งเดือน 3 นั้นเราชอบได้มีกิจกรรมการละเล่น ของเด็กที่แตกต่าง แต่มาในยุดปี พ.ศ. 2527 2528 2529 ประเพณีนบพระเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เริ่มมีกิจกรรมใหม่ๆ เข้ามาจากช้างที่เราแห่ 8-9 เชือก จะลดเหลือแค่ 3 เชือก ขบวนม้าจะเหลือไม่กี่ตัว ขบวนเกวียนเราหาย จากคำบอกเล่าว่าช้างตื่น ม้าตื่น เกวียนตื่น อย่าลืมว่างานประเพณีนบพระเล่นเพลงของเราไม่ว่าเราจะเปรียบเทียบงานแห่เทียนภาคอีสาน งานบั้งไฟทางอีสาน เขาหยิบยกชูขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่ แล้วโปรแกรมการ
/ท่องเที่ยว...
- 11 –
ท่องเที่ยวของกำแพงเพชรไม่นิ่ง โดยเฉพาะวันเราใส่ไม่ได้ 12 เดือน เรามีการท่องเที่ยวที่ไหนบ้าง แล้วเดือนกุมภาพันธ์ที่จัดงานนบพระเล่นเพลงเราจัดเมื่อไร วันที่เท่าไร เรามีการเลื่อนตลอด แล้วถามนักท่องเที่ยวจะเข้าใจอย่างไร แล้วสิ่งที่อยากจะบอกว่าอย่าให้งานนบพระเป็นสิ่งที่รวม ญาติที่เราต้องสูญเสีย การสูญเสียที่นี้หมายถึงการทำลาย การยิง การพบปะ การล้างแค้น
จำได้ไหมว่าในปี พ.ศ. 2526 – 2528 ถามว่าตำรวจทำงานหนักไหม ไม่หนักเลยเนื่องจากเราไม่มีคอนเสิร์ตต่างๆ เข้ามา และอีกประเด็นหนึ่งที่เกิดทำให้วัฒนธรรมเราหายไปจำกันได้ว่าเราเคยจัดกิจกรรมการละเล่นของพี่ น้อง ชาวไทยภูเขาจัดเป็นหมู่บ้าน ที่เที่ยวชมได้ทั้งกลางวัน และกลางคืน ในการดูพฤติกรรมของเขา ในกิจกรรมที่เราจัดตรงวัดพระธาตุ ปัจจุบันมันหาย และสิ่งต่างๆ ที่อยากให้กลับคืนมาคือพี่ น้อง ชุมชนต่างอำเภอมันก็หาย แล้วถามว่ามีอะไรเข้ามาทดแทน เสียเงินๆ ทดแทน เหมือนกับหลายคนว่าจัดงานนบพระจัดทำไม จัดให้ญาติมาเสียชีวิตหรือเปล่า จัดให้มาตีกันหรือเปล่า แต่ถ้าเราจัดงานนบพระ 3 วัน เสร็จกลับจบ และอีกประเด็นหนึ่งอยากจะบอกว่านบพระจริงๆ ทำกันอย่างไร และสืบสานกันอย่างไร เพราะเด็กรุ่นใหม่คิดว่างานนบพระเป็นงานพบปะ สังสรรค์ เพื่อแสวงหาอะไรบ้างอย่าง กลายเป็นว่าการออกบูชต่างๆ แต่ละอำเภอได้พื้นที่กี่ตาราง และแออัดกันกี่ตำบลที่อยู่ในนั้น แล้วงาน OTOP ชุมชนทั้งจังหวัดสิ่งดีๆ หลายๆ อย่างหายไปหมดเลย ในเรื่องของวัฒนธรรมต่างๆ และกิจกรรมการแสดงของไตรตรึงษ์มันก็หาย ทำไมคนไม่ดูเพราะการโปรโมทนั้นเด็กไม่รู้แล้วก็หายไปหมด ในวัฒนธรรมเก่าๆ สิ่งเราอยากให้กลับคืนมาเราอยากได้เห็นภาพเก่าๆ คนกำแพงเพชรไม่อยากได้สิ่งอื่นมาทดแทน แม้แต่แสง สี เสียง จำได้ว่าผู้ที่ทำครั้งแรกนั้นนำ
ผู้กำกับชั้นนำมาเลย ครูสุพัฒน์สร มาจัดโปรโมทการแสดง แสง สี เสียง แต่ละเรื่องดึงดูดคนได้ ต่อมาช่วงหลังไม่แน่ใจว่าจังหวัด หรือใคร กันแน่จับจุดไม่ได้เริ่มหาย และอาจารย์สันติเริ่มมาจับงานแสง สี เสียงขึ้นใหม่ ก็มีคนมาดูเป็นรอบๆ ไป แล้วในการเสด็จของพระยาลิไท เสด็จอย่างไร มีการแสดงอะไร ในยุคนั้น คุณจุ๋มใช้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นตัวแสดงทั้งหมด ข้าราชการนายอำเภอแสดง เป็นเจ้าเมือง นายเมืองทั้งหมด โดยไม่ต้องจ้างตัวแสดง แต่ปัจจุบันต้องจ้างตัวนักแสดงเข้ามาเสียเงินตรงนี้ไปอีก การแต่งตัวโอเคค่าใช้จ่ายนั้นต้องมีแต่ตัวแสดงบ้างตัว อย่างเจ้าเมืองเราเปลี่ยนตัวอย่างผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนอื่นหรือเป็นนักแสดงที่มีชื่อดังเข้ามาเพื่อเป็นการดึงดูด ถามว่าดึงดูดได้นานไหม ดึงดูดได้แต่เพียงชั่วแว๊ปเดียวก็หาย แล้ว 5 – 6 ปีแล้ว ที่เราไม่จัดแสง สี เสียง เราจะดูอะไรกัน ทุกคนมุ่งมั่นจะดูขบวนที่ยิ่งใหญ่ ที่โฆษณาพบกับขบวนที่ยิ่งใหญ่ มโหฬาร ประชาสัมพันธ์จริงๆ แต่พอถึงวันกับว้า มันไม่ว้าวอย่างที่โฆษณาไว้ สิ่งที่อยากฝากกลับคืนมาจริงๆ ชุดดังเดิมอยากให้ทุกคนกลับมาภาพเดิมๆ ที่มีอยู่ว่าอลังการ ใหญ่โต มโหฬาร ขนาดไหน ซึ่งทุกคนที่เห็นจะว้าว แต่มาตอนนี้เห็นช้างตัวเดียวว้า กลับเถอะ
/รองวิชา...

- 12 –
รองวิชา จันทร์เชื้อ   เห็นด้วยทุกเรื่อง กับทุกท่าน อยากให้กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ โดยก็ได้เขียนแผน 12 เป็นการเชิดชูอัตลักษณ์ เชิดชูประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่น และส่งเสริมอัตลักษณ์ และการ
เชื่อมโยงเครือข่าย และการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน จะมีเกิดไม่ได้เลยถ้าไม่มีชุมชน เพราะฉะนั้นงบประมาณท้องถิ่นในปี พ.ศ.2561-2564 เขียนได้เลยเรื่องการท่องเที่ยวมีทั้งหมด 12 ยุทธศาสตร์ เกี่ยวกับชุมชนทั้งนั้นเลย งบประมาณท่านลงไปได้เลยของ อบจ. อปท. เทศบาล และอำเภอต่างๆ น่าจะจัดได้ เราไม่ควรจะพึงใครสักอย่าง แต่องค์พระบรมธาตุจริงๆ อยู่ที่นครชุมไม่ควรจะนำมาอย่างที่หมอพนมกรพูด ถ้าท่านได้ดูที่ผมเคยพานักท่องเที่ยวไปชมที่วัดพระธาตุท่านจะทราบว่าวัดพระบรมธาตุนั้นศักดิ์สิทธิ์มากมีที่มาและที่ไป รวมถึงวัดพระแก้วด้วยอย่างที่หมอพนมกรพูด ปัจจุบันผมก็ยังสามารถขายทัวร์ได้ในการเที่ยวชม นี้คือสิ่งที่เรามี ถ้าเราไม่ทำอะไรในยุคนี้
ที่โดดเด่นและทุกคนเฝ้ารอการท่องเที่ยวจะไม่เกิดขึ้นมา เพราะฉะนั้นเราต้องทำอะไรที่ชัดเจนอย่างที่อาจารย์รุ้งธรรมพูดว่ามีตรีมๆ อะไรบ้าง และเห็นควรจะมีแสง สี เสียงต่อด้วยเหตุผล
ผู้แสดงเองนั้นก็ไม่รู้ถึงประวัติศาสตร์ และผู้ที่มาชมก็ทราบ สิ่งสำคัญที่สุดมีตัวเอกเป็นท่าน
วราเทพ รัตนากร เป็นพระยาตาก ก็อยากให้เกิดอีก สุดท้ายการท่องเที่ยวในปัจจุบันตามโซเซียลมีเดีย คือใครเห็นก็ถ่ายไว้ ถ้าโฆษณาไปแล้วมาไม่ว้าวจะทำให้เสียหายทั้งจังหวัด ทั้งประเทศได้ แล้วที่อาจารย์เยาวลักษณ์ถามว่าทำไมไม่มีคนดูถ้าเจ้าเมืองไม่อยู่ก็ลุกกันหมดเพราะอะไรเพราะการประชาสัมพันธ์ปัจจุบันถามว่าตอนแถลงข่าวมีใครไปฟังบ้างก็มีแต่ผู้ใต้บังคับ ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประชุมกันมาตั้งแต่ต้นจะมาฟังทำไม คนที่น่าจะเชิญคือภาคเอกชน ประชาชนอย่างเรา ไปรู้ว่างานจะจัดแบบไหนเพื่อกระจายข่าว หรือเอาบริษัทนำเที่ยวมานั่งฟัง ว่าจังหวัดกำแพงเพชรจะเกิด 1 2 3 4 5 อย่างไร แบบไหนจะได้ดีไซน์การท่องเที่ยวได้ถูก แต่ที่ผมเห็นในการแถลงข่าวสื่อก็สื่อของท้องถิ่น ถ้าอยากให้งานมีว้าวนั้นต้องเป็นสื่อหรือบริษัท
ที่มีผลประโยชน์ร่วมกันมาฟังจะได้จัดทัวร์ได้ถูก และยิ่งไปกว่านั้นการทำงานต่างๆ นั้นให้มองถึงประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับผลประโยชน์มากกว่าผลกระทบ ผมเห็นด้วยกับพ่อค้าที่ว่าได้รับผลกระทบขนาดที่จอดรถยังเสียไม่ทราบว่าเป็นของใคร อยากให้งานเหมือนสมัยผู้ว่าราชการจังหวัดท่านวิทยา ผิวผ่องไม่กระเทือนใคร จำได้ว่ามีคอนเสิร์ตอยู่ตรงประตูทางเข้าศาลเจ้าพ่อหลักเมือง มีความคิดด้วยว่าจะไปจัดบริเวณศาลากลางใหม่ แต่ก็ทำให้เกิดความไม่พอใจแก่ผู้รับเหมาอย่างที่ทราบ
อ. นิชรา พรมประไพ   การจัดงานภาคหลังภาคเยาวชนหายไปค่ะ สถานศึกษาจริงๆ แล้วเป็นแหล่งขุมกำลังที่มีฝีมือมากมาย แต่ระยะหลังสถานศึกษาแทบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดงานเลย คิดว่าผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นบอร์ดศึกษาธิการแล้วน่าจะ รวมถึงเยาวชนๆ รู้จักงานนบพระ กับงานกล้วยไข่แค่งานคอนเสิร์ตเท่านั้นเอง เยาวชนไม่มีส่วนร่วมในการออกร้าน ในการมีส่วนร่วมกิจกรรมเลย จะรอชมแค่คอนเสิร์ต ถ้าการประสานงานระดับสูงและสถานศึกษาได้ดึงเด็กเข้ามาได้เหมือนเดิม
-  13  -
อ. ชนิกา ศรีวรรธนศิลป์   สุดท้ายนะค่ะ ถ้าจะให้พูดงานนบพระในฝันนั้น อยากบอกว่าอยากให้งานนบพระเล่นเพลงเป็นวันที่เยาวชนคนกำแพง ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวที่เข้ามา เป็นวันที่เขาได้ย้อนอดีตหรือทะลุมิติกลับไปยังกำแพงเพชรในอดีตกาลคืออะไรในวันที่พระยาลิไทได้มา เขาสามารถเข้ามาดูแสง สี เสียง หรือวัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ ที่เราจัดนั้น แล้วสามารถย้อนรำลึกกลับไปได้ ในแสง สี เสียง อาจจะเล่าไปถึงประวัติมากมาย ซึ่งลูกหลาน อาจจะได้อ่าน หรือได้ชมได้ฟัง จาก You Tube หรือจากสื่ออื่นๆ ก็แล้วแต่ค่ะ ก็ไม่สู้สิบปากว่าไม่เท่า ตาเห็นในนั้นเขาจะรู้ถึงประวัติกำแพงเพชรกว่าจะมาเป็นทุกวันนี้อย่างไร ร่วมทั้งการแต่งกาย ร่วมถึงลีลาท่ารำ ทำนองการร้องในอดีตกาลมีอะไร อย่างเช่น ระบำชากังราว นักท่องเที่ยวบ้างคนยังไม่เคยเห็น การแต่งกายหรือเรื่องราวต่างๆ ที่สามารถมองได้จากการแสดง อยากให้งานนบพระเล่นเพลงเป็นอย่างนั้น อยากให้อดีตกาลกลับมา อย่างน้อย 80 % ก็ดี อยากให้แบ่งออกมาว่าลักษณะสกุลช่างอย่างที่มี ตลาดย้อนยุค อย่างที่ทุกคนมาตลาดย้อนยุค ย้อนรอย แต่ลืมไปว่าวิถีชีวิตสกุลต่างๆ เรามาจากในวัง ก็อยากให้มีตลาดชาววังกลับมาอีก โดยมีตลาดชาววัง ตลาดชาวบ้าน ผสมผสานกัน ตลาดย้อนยุค ตลาดย้อนรอย ซึ่งเป็นตลาดปัจจุบัน ซึ่งอยากให้มีจุดตรงนั้นเกิดขึ้นอีก เพื่อเป็นการรักษาวัฒนธรรม และเอกลักษณะลักษณ์สกุลช่างของกำแพงเพชร
อัฏฐวุฒิ  ศรีเทียม   ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชรที่ได้จัดเวทีเสวนาภาคเอกชนให้ความแสดงความคิดเห็นครั้งนี้ขึ้นมา หลายเรื่องที่อยากพูดได้มีหลายท่านที่ได้พูดไปแล้วจะไม่ขอพูดซ้ำ จะขอพูดในส่วนที่เชื่อมโยงระหว่างความคิดเห็นของประชาชนในครั้งนี้ เราจะสังเกตเห็นได้ว่าการจัดงานนบพระเล่นเพลง จำได้ว่าครั้งแรกที่ได้มาเที่ยวงานนั้นรู้สึกตื่นตา ตื่นใจ กับงานนบพระเล่นเพลงในปี พ.ศ. 2526 ซึ่งต้องยกความดีให้กับอดีตท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ท่านดร.ชัยวัตร  สุราภา ซึ่งได้ฟื้นฟู และริเริ่มประเพณีนบพระเล่นเพลงขึ้นมา แต่ปัจจุบันอารมณ์ของผมเปรียวยิ่งกว่าอาจารย์ชนิกา และท่านรองวิชา สิ่งหนึ่งที่ผมได้โพสต์ลงใน Line หรือมีแจ้งการประชาสัมพันธ์ไปยังจังหวัดกำแพงเพชร
   มีการท่องเที่ยว เดือนไหนๆ มีคำตอบออกมาอยู่คำหนึ่งที่สะท้อนถึงความรู้สึก ความเจ็บปวดในนั้นที่เราอาศัยอยู่ในจังหวัดกำแพงเพชร เขาพูดออกมาคำหนึ่งว่างานนบพระเล่นเพลงจังหวัดกำแพงเพชรหมดมนต์ขลังไปตั้งนานแล้ว นั้นหมายถึงว่าประเพณีดังเดิมได้ถูกทำลายด้วยวัฒนธรรมที่ถาโถมเข้ามาทุกๆ จังหวัด เป็นที่ทราบกันดีเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2560 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ปี 2561 เป็นปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน เป็นจังหวะที่ดีสำหรับคณะกรรมการที่จะเริ่มการจัดงานเริ่มกลับหันไปดูถึงวิถีชีวิตของคนชาวกำแพงเพชรหรือดังเดิมของคนกำแพงเพชร ผมก็เห็นด้วยว่าการจัดงานควรจะจัดให้เหมือนยุคต้นๆ ของการจัดงานนบพระเล่นเพลง คือ มีทั้ง แสง สี เสียง ซึ่งการสัมผัสอารมณ์จริงๆ นั้น สามารถ
ทำได้โดยเข้ามาดู เข้ามาในสถานที่แสดงจริงๆ ดีกว่าที่จะไปนั่งชมทาง You Tube สำหรับ
/ข้อเสนอแนะ...
-  14  -
ข้อเสนอแนะนั้น ผมมีทั้งหมด 5 ข้อ ข้อที่ 1 ควรจะเพิ่มบทบาทของครูภูมิปัญญาท้องถิ่น
ผมคิดว่าในจังหวัดกำแพงเพชรนั้นมีครูปัญญาท้องถิ่นเยอะ และอีกอย่างหนึ่งทำให้เราได้รู้ถึงรากเหง้าประเพณีของคนกำแพงเพชรว่าแต่ดังเดิมเขามีวิถีชีวิตการทำงาน การทำบุญ อย่างไรและสิ่งสำคัญที่สุดนั้นคือ เราสามารถจะรู้ต้นตระกูลของคนจังหวัดกำแพงเพชรที่ดังเดิมจริงๆ นั้นได้ ถ้าเราไม่ทำเราไม่เพิ่มบทบาทของครูภูมิปัญญาท้องถิ่นในอดีตนั้น อนาคตครูภูมิปัญญาท้องถิ่นเหล่านี้ก็จะค่อยๆ ล้มหายตายจากไปเหมือนกับประเพณีที่เราจะจัดงานขึ้น แล้วเราจะยากลำบากในอนาคตข้างหน้าที่ค้นคว้าหาประวัติศาสตร์ เหมือนดังอาจารย์ที่ต้องไปค้นหาเรื่องทรงช้าง จะทำให้ยุ่งยาก ใช้เวลาเยอะ ถ้าเราเพิ่มบทบาทให้กับครูภูมิปัญญาท้องถิ่นเชื่อว่าน่าจะรักษาประเพณีไว้ได้ในส่วนหนึ่ง ข้อที่ 2  เรื่องการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดงานน่าจะสอดคล้องกับหลายๆ ท่านที่แสดงความคิดเห็นและที่ตรงกันมากที่สุดคือลดจำนวนวันจัดงานลง ในใจผมขอแค่ 3 วันเท่านั้น หากเราไปศึกษาประวัติศาสตร์พระยาลิไทท่านเสด็จมาจากกรุงสุโขทัยมาไหว้พระเสร็จท่านไม่ได้มาอยู่นานเป็น 10 วัน เหมือนเราจัดงานแบบนี้ ท่านไหว้เสร็จท่านก็เสด็จกลับกรุงสุโขทัย เราขอเวลาแค่ 3 วัน มันเป็นไฮไลท์จริงๆ ใน 3 วันนี้คือใส่ แสง สี เสียง ประวัติศาสตร์ให้เต็มๆ เราจะได้เป็นจุดขายได้ เหมือนดังที่ผมได้บอกว่าผมอารมณ์เดียวกันกับท่านอาจารย์ชนิกา และท่านรองวิชา ผมตอบไม่ถูกว่ากำแพงเพชรจะมีเมื่อไร แล้วจะมีเหมือนต้นๆ หรือไม่ ข้อที่ 3 ลดไปเลยร้านค้าคาราวาน ไม่ใช่ว่าไม่ให้มีแต่ควรจะลดลงบ้าง หากถามว่าลดแล้วจะทำอย่างไร เราก็ไปเพิ่มร้านค้าแสดงสินค้าหัตกรรมท้องถิ่น อย่างเส้นทางไปจังหวัดตากทางด้านขวามือจะมีศูนย์ศิลปาชีพ จะมีศูนย์ที่ผลิตงานหัตถกรรม ผมได้มีโอกาสในการเดินชมผลงานหัตถกรรมและได้พาเพื่อนเดินเที่ยวงานนบพระโดยที่เพื่อนผมไม่ทราบเลยว่าประวัติศาสตร์นั้นคืออะไร เขามาเดินซื้อสินค้าในงานเท่านั้นเป็นงานหัตถกรรมไม้สักแล้วก็กลับ โดยที่เขาไม่รู้ถึงประวัติของกำแพงเพชรเลย นอกจากจะมาดูคอนเสิร์ต และคาราวานสินค้าเท่านั้น แล้วที่สำคัญร้านค้าหัตถกรรม จำได้ว่าจัดตรงบริเวณต้นโพธิ์ แต่ถูกบดบังไปหมดด้วยคาราวานสินค้าเหล่านี้ ถ้าไม่ใช่คนในพื้นที่จะไม่ทราบเลยว่ายังมีร้านค้าภูมิปัญญาอยู่เลย ข้อที่ 4 ควรจะมีการพัฒนาการร่วมมือกันในแต่ละหน่วยงานให้สอดคล้องกันไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ มันคงไม่ใช่เราต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย ข้อที่ 5 เราต้องปรับด้านกิจกรรมให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชนและที่สำคัญคือภาคประชาชนต้องมีส่วนร่วม เพราะนี้คือท้องถิ่นของเขา เขาจัดงานขึ้นมาก็เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู ประเพณีอัน
ดีงามของเขาเหล่านี้ไว้ ครับผมก็มีข้อเสนอแนะเพียงเท่านี้ครับ
อ. ต๋อง คณฑี      คำถามจะเกิดไม่เกิดอยู่ตรงนี้แหละ ขอถามว่าการจัดเสวนามีใครกล้าขึ้นไปถามไหมว่าเซ็นสัญญากันหรือยังในปี 61 กับผู้รับเหมา เพราะผู้รับเหมาก็คนเดิมแล้วมีใครกล้าถาม
/ไหมว่าปี...

-  15  -
   ไหมว่าปี 2561 เซ็นหรือยังถ้ายังไม่เซ็นการเสวนาวันนี้มีผลปีหน้า แต่ถ้าเซ็นไปแล้วไม่มีผลถึงเสวนาไปก็เรียบร้อย เพราะออแกไนซ์คนเดิมมาทุกปี เพราะทุกครั้งที่ถามก็จะได้คำตอบว่าเรียบร้อยแล้วๆ ถ้าการเสวนาครั้งนี้เป็นผลท่านรองถามสิว่าได้เซ็นสัญญาแล้วหรือยังเท่านั้นเอง
นายพัสกร ภาคประชาชนได้รับสื่อถึงการจัดงานเสวนาครั้งนี้จากเฟสบุ๊คของท่านอาจารย์สันติ ปกติก็ไม่ค่อยได้เข้าร่วมเสวนากับหน่วยงานได้ อาจจะใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมต้องขอโทษด้วยนะครับ โดยชื่อในเฟสบุ๊คของผมใช้ชื่อเล่นว่าจ่ารัตน์คาราบ่าว กำแพงเพชร ที่เสวนากันมาทั้งหมดนั้นทราบว่าทุกคนรู้ว่าอะไรดี อะไรไม่ดี แม้กระทั่งเด็ก เยาวชน และที่รู้ดีที่สุดคือท่านพิธีกร เป็นระดับต้นๆ ของจังหวัดกำแพงเพชร ดังนั้นการเสวนาทุกๆ เรื่องในประเทศไทยไม่ใช่แค่เฉพาะในจังหวัดกำแพงเพชรเท่านั้น จะมีผลประโยชน์หรือไม่ จะเกิดขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่ทีมงาน ที่เขาจะหยิบยืนมา ผมมีข้อเสนอแนะนิดหน่อย ระดับแรก คือ เวลา เวลาของคนไทยนั้นเป็นเวลาที่ไม่ตรงต่อเวลามาก ขออนุญาตเท้าความนิดนะครับอย่างงานศพพ่อผมเองผมให้เจ้านายผมไปเป็นประธานเวลา 16.00 น. พอถึงเวลา 16.10 น. ท่านยังไม่มาผมก็ต้องดำเนินงานไปก่อนพอท่านมาท่านก็กลายเป็นบุคคลร่วมงานธรรมดาไป ถ้างานศพผมนะผมได้ทำพินัยกรรมไว้แล้วว่าไม่ต้องมีประธานให้คนภายในงานดำเนินงานได้เลย นั่งรอประธาน 16.30 น. ยังไม่มาเลย ดังนั้นอันดับแรกที่ผมจะแนะนำคือเวลา ผมวนรถ 3 รอบ ผมเข้ามา 16.30 น. ยังไม่มีใครมาเลย ในมุมมองส่วนตัวนะครับหากจะจัดในเวลา 16.15 น ควรนัดเวลาสัก 15.30 น เรื่องที่ 2 การเสวนาจะให้มีผลจริงๆ ควรจะหาตัวแทนชุมชนในท้องถิ่นทั่วจังหวัดกำแพงเพชรในครั้งนี้ก็ดีนะครับ แต่หากมีครั้งต่อไปต้องเริ่มต้นโดยการประสานไปยังองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยคัดสรรตัวแทนแต่ละตำบล แต่ละหมู่บ้าน มานั่งเสวนากันถ้าจะให้ดีควรทำประชาคมมาด้วยว่าควรจะเป็นอย่างไร ก็คือข้อมูลทั้งหมดที่เราคุยกันทุกคนรู้หมดว่าควรจะเป็นไปทิศทางไหนขึ้นอยู่ว่าจะเป็นไปได้หรือไม่เท่านั้นเอง ขอสรุปว่าวัน เวลา ในการจัดงานที่เหมาะสม ขอแค่ 3 วันเท่านั้นพอ สถานที่ที่มีความเหมาะสมคือให้จัดที่วัดพระบรมธาตุเท่านั้นพอ เพราะบริเวณหลังวัดพระธาตุนั้นไม่ธรรมดามีความกว้างมาก หรืออาจจะแบ่งมาจัดฝั่งกำแพงเพชรบ้างก็ได้ แล้วคอนเสิร์ตร่วมสมัยไม่ควรมี ท่านลองสัมพัสเด็กวัยรุ่น หรือชาวบ้านพื้นๆ จริงๆ เขาเรียกงานนบพระ งานกล้วยไข่นั้นว่างานนัดยิงกัน
เนาวรัตน์  พรรณยิ้ม   มาเป็นตัวแทนของการท่องเที่ยวภาคประชาชนและตัวแทนผู้นำชุมชนในเขตเทศบาล วันนี้ดีใจเพราะมีครูดีในระดับประเทศอยู่ในพื้นที่ และขอเป็นความคาดหวังว่าคนกำแพงเพชรเวลาคนต่างจังหวัดมาเราจะพูดภาษาเดียวกัน เราสามารถตอบเขาได้ว่างานนบพระมีอะไร ตรงนี้อยากฝากถึงวันนี้ พรุ่งนี้เราจะแก้ปัญหาตรงนี้ไม่ได้ แต่คิดว่าวันต่อๆ ไปเราต้องแก้ได้ เพราะเรามีครูดี อยากให้เด็กและเยาวชนรู้รากเหง้าของเรา ถึงเราแก้สมัยนี้ไม่ได้แต่วันข้างหน้าเราต้องแก้ได้ เพราะเรามีบุคลากรที่เยี่ยมมาก ก็ต้องนี้ดีใจมากและขอฝากความหวังกับคุณครูทุกๆ ท่านด้วยค่ะ
-  16  -
ผอ.รร.นครชุม      ขออนุญาตนำเสนอประเด็นเรื่องงบประมาณเมื่อปีก่อนได้เข้าร่วมประชุมกับจังหวัด
      กับเรื่องการจัดงานเพราะว่าทางนครชุมต้องเข้าประชุมตลอดไม่ว่าจะเป็นงานนบพระ เล่นเพลง
หรือตลาดย้อนยุค เรื่องของงบประมาณไม่ใช่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไม่มีงบประมาณ
ที่ผมได้ประชุมเมื่อปีก่อนท่านผู้อำนวยการภาคของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเข้าร่วมประชุม คำถามของท่านผู้อำนวยการภาคที่เข้าประชุมด้วย เนื่องด้วยทางจังหวัดได้เชิญท่านมาเพราะต้องการงบประมาณ แต่มีคำถามจากท่านผู้อำนวยการภาคการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมีคำถามกลับมาว่าแล้วจังหวัดกำแพงเพชรจะมีอะไรเพื่อที่ให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสนับสนุนงบประมาณมาให้ เขาบอกเลยว่ามองไม่เห็นช่องทางไหนเลยที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะนำงบประมาณมาให้ยังจังหวัดกำแพงเพชร เพราะไม่มีเอกลักษณ์อะไรเลยสักอย่างเดียว ตรงนี้เล่าให้ฟังนะครับ แต่หากอนาคตนั้นเราทำงานเป็นขั้น เป็นตอน มีเอกลักษณ์ ผมว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเขามีเงินที่จะสนับสนุน อีกเรื่องที่มุ่งหวังในการจัดงานเหมือนคนอื่นๆ คือ จำนวนวันขอให้ลดลงเถอะครับ การจัดนั้นอยากให้จัดโดยส่วนราชการ และอำเภอต่างๆ มากกว่าครับ ขอบคุณครับ
อ. เยาวลักษณ์ ใจวิสุทธิ์หรรษา   ยังเห็นด้วยกับหลายๆ ท่านนะค่ะที่ควรจะย้อนการแสดงแสง เสียง เล่าเรื่องประวัติศาสตร์เมืองอยู่ในการแสดงแสง เสียง ทั้งหมด ถึงแม้ว่าปีหน้าเขาจัดงบประมาณไปแล้ว ถึงประมูลไปแล้วไม่เกี่ยวกับการแสดงแสง เสียง เราสามารถมีสถานที่ในการจัดการแสดงแสง เสียง ได้ และขอเล่าอีกนิดเวลาที่เราเล่นการแสดงแสง เสียง สมัยผู้กำกับโดยอาจารย์รุ่งธรรมต้องยกอาจารย์เป็นผู้นำในเรื่องการจัดแสง เสียง และนโยบายในการจัดช่วงนั้น เราจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เนื่องจากเราเชิญนักแสดงทุกหน่วยงาน กำแพงเพชรวิทยาคม ราชภัฎกำแพงเพชร วัชรปราการ ภักดีพาณิชยการ เทคนิคกำแพงเพชร มีการฝึกสอนการแสดง มีส่วนในการดูแลรับผิดชอบนักแสดง เพราะฉะนั้นเวลาเราแสดงเราก็จะได้ผู้ชมจากทุกหน่วยงานของจังหวัด มาชื่นชมลูกหลาน บางที่สมัยก่อนถ้าใครเป็นศิษย์เก่าราชภัฎกำแพงเพชรนะค่ะ จะมีศิษย์เก่าจากยโสธร แม่สอด มาหลายจังหวัดมาลูกหลาน มาเป็นนักรบที่มาชมนั่งรถมา เพราะฉะนั้นทุกคนภูมิใจในลูกหลานของเรา เพราะฉะนั้นการแสดงแสง สี เสียง จึงเป็นสิ่งสำคัญส่วนหนึ่ง จังหวัดกำแพงเพชรมีผู้เชี่ยวชาญ มีครูภูมิปัญญา มีอาจารย์รุ่งธรรม อาจารย์สันติ มีผู้ใหญ่ใจดีให้ความสนับสนุน แล้วเรามีคลังปัญญาเรามาระดมสมองในการสร้างเรื่องราวในการเสนอประวัติศาสตร์จังหวัดกำแพงเพชรสู่นักท่องเที่ยว เรามีเมืองมรดกโลกที่สวยงาม ขึ้นชื่อมากๆ ทุกคนรู้จัก เราในส่วนของชาวกำแพงเพชรเราสามารถจะจัดการแสดงแสง สี เสียง ให้เป็นที่ชื่นชมแก่นักท่องเที่ยวได้ค่ะ
/อ. ชนิกา...


-  17  -
อ. ชนิกา ศรีวรรธนศิลป์   ขอสรุปง่ายๆ นะค่ะถึงเวลาแล้วที่พวกเราคนกำแพง ลูกหลาน เยาวชน ครูบาอาจารย์
ปราชญ์ชาวบ้าน และทุกๆ คน ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมใจกันแล้วปรับทุกวันนี้ให้ดีขึ้นนำอดีตกลับมา ไม่ใช่ก้าวไปข้างหน้าอย่างเดียว ก็คือนำอดีตกลับมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ในการจัดการแสดงหรือจัดประเพณีทุกครั้ง เราลืมไปหรือเปล่าว่างานทุกงานอยู่ในมือสื่อมวลชน ช่างภาพทั้งสิ้น แต่ทุกวันนี้เราเป็นจังหวัดเดียวที่เราไม่เคยกั้นอาณาเขตให้กับสื่อมวลชน นักข่าว ช่างภาพเลย เมื่อถึงเวลาพิธีเปิด หรืออะไรก็แล้วแต่เราไม่เคยเห็นสิ่งที่สวยงามเลยนอกจากก้นช่างภาพ เราไม่ได้กล่าวว่าช่างภาพนะค่ะ แต่นี้เป็นเรื่องที่เราอยากให้เป็นข้อเสนอแนะ ในวันนี้ว่าในจังหวัดอื่นๆ เขาจะมีอาณาเขตให้สำหรับสื่อมวลชน แล้วเขาเลี้ยงดูปูเสื่อ และให้เกียรติสื่อมวลชน เพราะเขาเป็นกระบอกเสียงของเรา แต่ทุกวันนี้ต้องยื้อแย่งกันแบบชนิดที่ว่าต้องการภาพเด่นออกมา โดยเรามีวิธีแก้ไขปัญหามากมาย ซึ่งโดนมากับตัวบ้างครั้งเราเป็นสตาฟในการทำงาน บ้างครั้งเราแจ้งไปว่าท่านค่ะตรงนี้ขออนุญาต เขาบอกว่าคุณไม่ให้ถ่ายภาพผมก็ไม่ลงข่าวให้คุณเจอมากับตัวค่ะ เพราะฉะนั้นมีงานครั้งต่อไปเราให้เกียรติท่านนิดนะค่ะโดยมีอาณาเขตให้แก่ท่านเพื่อที่เราจะได้ไม่เห็นก้นท่าน วันนี้ก็ขอโอกาสไว้ ณ ที่นี้ในฐานะประชาชนคนธรรมดานะค่ะว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องช่วยระดมสมองร่วมด้วยช่วยกันปรับให้อดีตที่เราเกือบหลุดไปแล้วกลับมาอีกครั้ง
อ.รุ่งธรรม ศรีวรรธนศิลป์ ขอเสริมนิดนะครับเรื่องกิจกรรมๆ ที่เรามองข้ามไปแต่เดิมที่เรามีมาคือการแต่งกายอย่างที่ลพบุรีที่เราไปทำเริ่มสมัยแรกๆ นั้นยังคงอยู่โดยการแต่งกายแบบไทย ถ้าทุกคนย้อนยุคหมดในช่วงที่จัดงาน 3 วัน แม้กระทั่งข้าราชการ ทุกหน่วยงานเขาก็ใส่ แล้วทุกคนก็จะรอค่อยให้ถึงวันนั้น เพื่อที่จะแต่งตัวประกวดกัน และอีกข้อหนึ่งคือกิจกรรมที่เกี่ยวกับงานนบพระผมเคยเสนอมาตลอดงานนบพระเล่นเพลงของเรานั้นเหมือนการหลอกเจ้าเราไม่เคยนึกถึงกิจกรรมไหว้พระเลย ซึ่งแต่เดิมเรากำหนดว่าการไหว้พระที่นี่บูชาไหว้ด้วยการจุดโคมประทีปปีแรกๆ เราใช้โคมประทีปเราค่อยจัดประกวดยิ่งใหญ่อยู่ 2 ปี ปี พ.ศ. 2542 – 2543 จัดประกวดโคมผัด โคมแขวง และให้เห็นศิลาแลงตรงเสาศิลาแลงด้านหน้าจะเห็นรูปบาท ปีแรกเราจัดให้ประชาชนนั้นเขาไปกราบไหว้โดยเราจัดทำเป็นบาทขึ้นมาสองใบตรงเสา โดยเราได้ทำการรณรงค์ไม่ให้มีการจุดธูปก้านให้เปลี่ยนเป็นการจุดธูปแบบกำยานแทน ธูปกำยานนั้นจะเป็นธูปสมุนไพรชิ้นๆ ผมเคยไปเรียนกับท่านเจ้าคุณว่าจะทำการฟื้นฟูไหมลูกกำยาน ในวันนั้นให้ทุกคนนำธูปกำยานมาจุดเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของชาวกำแพงเพชรเพื่อไม่ให้เหมือนที่อื่น อย่างที่สุโขทัยเขาเรียกว่าวันลอยกระทงส่วนจังหวัดกำแพงเพชรเราจะเรียกว่าการลอยโคมผัด โคมแขวง มันมีอยู่ในศิลาจารึก เรื่องงบประมาณของการท่องเที่ยวนั้นจริงๆ มีหลักการให้เราต้องทำแผนการล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน อย่างปีนี้เราจะเล่นเรื่องแสง สี
เสียง อย่างที่ผมทำนั้นในช่วงแรกๆ เขามีงบประมาณมาให้ 8 ล้านบาท ปีที่ 2 ก็จะลดลงเหลือ
/5 ล้านบาท...
-  18  -
    5 ล้านบาท ปีที่ 3 จะลดลงเหลือ 2 ล้าน พอปีที่ 4 เขาไม่ให้เราแล้วเราต้องจัดเองถ้าเราอยากได้งบสนับสนุนนั้นเราต้องปรับเปลี่ยนกิจกรรมเราเคยคิดรูปแบบกิจกรรมไว้เยอะแยะ ตัวอย่างเช่น การแสดงแสง สี ในน้ำในสมัยท่านวิทยา แต่ยังไม่สำเร็จท่านได้ย้ายไปก่อน เราจะเล่นแสง สี เสียง รอบคูเมืองเพื่อของบประมาณ หรือบางปีเราเสนองบประมาณว่าเราจะจัดงานนบพระ เล่นเพลงในช่วงกลางคืน ปีนั้นเราก็ได้งบสนับสนุนมาแต่เราทำได้แค่ปีเดียวโดยไม่ต่อเนื่องกัน หากเราทำต่อเนื่องกันก็จะติดตลาดการท่องเที่ยว ปีสุดท้ายที่เสนอในสมัยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดท่านศิวะ ก่อนที่ท่านจะย้ายไปอยู่อุบลผมได้เสนอขบวนนบพระทางน้ำ ท่านชุรีพรที่อยู่สำนักงานจังหวัดท่านได้ย้ายไปทำเป็นขบวนแห่สลุงหลวงทางน้ำที่ลำปางนี้แหละที่เป็นกิจกรรมไม่ซ้ำแต่เดิมที่เราจะของบประมาณได้ แต่ทั่งนี้ทั่งนั้นเราต้องวางแผนนานๆ เราจะทำให้เขาเห็นว่าเราทำเพื่อส่งเสริมอะไร ให้อ้างอิงถึงประเพณีท้องถิ่น และอีกอย่างหนึ่งต้องไม่ซ้ำเดิม ถ้าแสง สี เสียง ก็ต้องปรับเปลี่ยนบ้าง ไม่ใช่วัดพระแก้วไปตลอด ควรจะเปลี่ยนเป็นมุมโน้น มุมนี้ เพื่อที่เขาจะได้ส่งงบประมาณลงมาให้ครับ ผมขอฝากไว้แค่นี้ครับ
รองวิชา จันทร์เชื้อ   ขอฝากไว้ 2 หัวข้อนะครับ ข้อที่ 1 ที่คนกำแพงเพชรการที่เราจะปล่อยอะไรต่างๆให้ล่วงเลยมาขนาดนี้ โดยมอบภาระหน้าที่ให้กับผู้สูงวัยอย่างเดียวคงไม่ไหว อยากให้พวกเราเจนเนอเรชั่นต่อไปนะครับอายุ 50 40 30  เพราะเราไม่สามารถย้ายบ้านหนีไปไหนไม่ได้แล้ว ถ้าการท่องเที่ยวไม่เกิด เศรษฐกิจก็ไม่ดี ตามด้วยโจร ผู้ร้ายชุกชุม และสุดท้ายความเจริญของบ้านเมืองก็ไม่เกิด ที่มาพูดในแง่ของประธานอุสาหกรรมการท่องเที่ยวภาคเหนือ จังหวัดกำแพงเพชร โดยผมได้นำจังหวัดกำแพงเพชรไปแนะนำตลอด แต่ทุกคนจะบอกว่าจังหวัดของคุณมีอะไรทำไมถึงมาเพิ่งบอก อย่างที่จะมีการประชุม 19-  20 ที่สุโขทัย 17 ภาคเหนือ เราโทรไปบอกเขาและได้แจ้งไปแล้ว เขาบอกว่าทำไมเพิ่งมาบอกตอนนี้มันไม่ทันละ ขอบอกเลยว่าเราควรจะบอกเนินๆ อย่างที่ท่านอาจารย์รุ่งธรรมท่านพูดไว้ว่าควรจะแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณ 6 เดือน เพราะคนที่จะมารับฟังนั้นไม่ใช่พวกเราแต่เป็นบริษัทนำเที่ยวที่นำนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่ว่าชาวไทย หรือชาวต่างชาติ ลงทุนสักหน่อยให้เขาเข้ามาดูว่ากำแพงเพชรเรามีอะไรแล้วงานหน้าตางานเป็นอย่างเราเขาจะได้ประชาสัมพันธ์ และขายตั๋วล่วงหน้า โรงแรมจะได้มีคนมาพัก ร้านอาหารจะได้มีคนมาทาน ร้านขายของฝาก ของที่ระลึกก็จะขายออกขายได้ และชุมชนท้องถิ่นโดยเฉพาะที่เป็นกิจการอยู่แล้วจะได้มีการกระจายรายได้ เมื่อเขามีรายได้ขึ้นมาเขาก็จะไม่ไปกรุงเทพ ไปจังหวัดไหนแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีรายได้น้อยกว่าแต่เขาอยู่ที่นี่เขามีความสุข การท่องเที่ยวก็จะยั่งยืน ความเจริญของคนกำแพงเพชรก็จะสุขกันทั่วหน้า พ่อเมืองใครมาก็ตามที่ ไพร่ฟ้าก็จะค่อยที่ค่อยอาศัย แต่ที่อยากจะขอขอบคุณอาจารย์สันติ อาจารย์รุ่งธรรม อาจารย์ชนิกา เราก็อยู่กันมานานปี ซึ่งเราก็กัดไม่ปล่อยนะครับ ผมก็อีกคนหนึ่ง หมอพนมกร และยังมีอีกหลายท่านนะครับที่ยังต้องทำต่อไปเพื่อคนกำแพงเพชร
/อ. สันติ...
-  19  -
อ. สันติ อภัยราช   เรื่องของการจัดงานนบพระเล่นเพลงผมได้มาจัดเมื่อปี พ.ศ. 2535 โดยใช้วัดพระ
ธาตุหน้าพิพิธภัณฑ์เป็นที่จัด จัดหมู่วัฒนธรรมจัดร่วมกับสำนักวัฒนธรรมตอนนั้นผมเป็นประธานสภาจังหวัดอยู่ 12 ปี โดยจัดแบบนี้ทุกปี แล้วทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยนั้นได้สนับสนุนงบประมาณเยอะนะแต่เขาไม่จ่ายเรา เขาจ่ายของเขาเอง โดยให้เราไปร่วมกับเขาโดยดำเนินการแบบนี้มาสักพักหนึ่ง เราพยายามทำทุกอย่างให้ออกมาดี พอมาพักหลังผมไม่ได้ดำรงตำแหน่งประธานสภาวัฒนธรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 จึงไม่ได้เข้าร่วมประชุม พอไม่ได้เข้าประชุมก็ไม่มีโอกาสได้พูด ทุกครั้งที่เข้าประชุมเข้าก็จะเอียนผมเพราะผมพูดเยอะเพราะข้าราชการจะไม่พูดเลย ทุกคนเงียบเพราะกลัวจะขัดแย้งกับเจ้านาย ผมก็พูดเลยเต็มทีเขาก็เห็นว่าเราเป็นไม้เบื่อไม้เมาพอระยะหลังจึงห่างกันมาเลยๆ โดยตอนนี้ผมก็ไม่ได้เข้าร่วมมา 6 ปีแล้ว ซึ่งเขาก็ยังเกรงใจโดยให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรมอยู่ เขาก็จะเชิญไปทำงานที่จำเป็นเท่านั้นที่ไม่เกี่ยวกับเงิน เพราะถ้าเกี่ยวข้องเรื่องเงินเมื่อไรก็จะพูดกันยาว นั้นเป็นเรื่องปกติ เห็นด้วยอย่างยิ่งกับทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร กับท่าน ผอ. ศุภชัย และท่านรองปลัดปัทมา คิดเรื่องนี้อยู่หลายครั้งแล้ว ที่จะทำเรื่องนี้ขึ้นมา มันอาจไม่100 % ที่เราจะได้ในวันนี้ แต่เสียงนี้ท่านอาจารย์สายรุ้งได้ถ่ายทดสดในเฟสบุ๊คไลค์ และคุณเอกก็จะนำไปถ่ายทอดทางอสมท. เสียงเหล่านี้จะต้องถึงผู้ว่าคนใหม่ ถึงสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดคนใหม่ และการเปลี่ยนแปลงอาจจะเกิดขึ้น รัฐธรรมนูญยังฉีกได้ สัญญาทำไปแล้วก็ถ้าเราจะฉีกจริงๆ นั้นสามารถฉีกได้ และถ้าเราเข้มแข็งจริงๆ และลงมือทำกันจริงๆ แล้วมีหัวเรือใหญ่อย่างท่านรองวิชา และพวกเราคนทำงานพร้อมที่จะทำงานร่วมกัน และต้องขอขอบคุณทุกท่านด้วยนะครับและก่อนจะจบขอคำมั่นสัญญาจากท่านผอ.ศุภชัย ว่างานนี้จบแล้วจะเสนอต่อใคร อย่างไรจะแจ้งให้ทางเรารับทราบครับผอ. ศุภชัย ศรีงาม   ต้องขอบคุณจริงๆ ตรงนี้ไม่ได้คาดหวังว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทั้งจังหวัดแต่เชื่อว่าเสียงของเราทุกคนตรงนี้อาจจะเกิดข้อฉุดคิดให้แก่ท่านผู้ใหญ่บ้านนี้เมืองนี้บ้างคงไม่ใช่ตรงนี้ เพราะตรงนี้มีหลายๆ ที่ได้ฟังคงจะทราบว่าพี่น้องประชาชนมาแสดงความคิดเห็นตั้งแต่ท่านผู้อาวุโสที่นั่งอยู่บนเวทีท่านได้คลุกคลี่ตั้งแต่เริ่มต้นมาและพวกเราที่ได้มีโอกาสสัมผัสหรือมุมมองของพวกเราติดตามอย่างใกล้ชิดมีความรู้สึกอย่างไร กับการที่จะสะท้อนสิ่งดีงามของบ้านเมือง ในฐานะคนกำแพงเพชรเหมือนกัน ผมจะขอเอาสิ่งที่จำเพราะว่าที่จดนั้นจะมีทีมงานจดแล้วจะนำมาสรุปข้อมูลนำเสนอทางจังหวัดต่อไป แต่สิ่งที่ได้เห็นในวันนี้ทุกคนมีความเห็นพ้องต้องกัน ข้อที่ 1 คือ ความชัดเจนในการวางแผน ควรจะมีการวางแผนที่ชัดเจน เราจะบอกได้เลยว่าปีนี้ขนาดนี้ ปีหน้าจะมีอะไรอย่างไร มีปฏิทินการท่องเที่ยวที่ชัดเจนกว่านี้ มีการประสานงานหน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้องให้มากกว่านี้ เรื่องการวางแผนในปีต่อไป ข้อที่ 2 คือเรื่องสถานที่ความเหมาะสมในด้าน
/สถานที่...
-  20  -
   สถานที่นั้นจะมีการบริหารจัดการสถานที่อย่างไร ให้มีความชัดเจนว่านี้เรื่องของคอนเสิร์ตนะ นี้เรื่องของวัฒนธรรมนะ นี้เรื่องของภูมิปัญญา เราจะทำอย่างไร ไม่ใช่เหมือนทุกวันนี้ที่เข้ามาภายในงานแล้วไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรตรงไหนอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้มนต์เสน่ห์และสิ่งที่ดีงามนั้นมันหายไป ข้อที่ 3 เรื่องของระยะเวลาอยากให้ปรับลดลงและเปิดโอกาสให้คนในท้องถิ่นในแต่ละที่ๆ มีภูมิปัญญา มีวัฒนธรรมท้องถิ่น ได้มีโอกาสเข้ามาแสดงบ้าง ให้มันชัดเจน และเรื่องงบประมาณนั้นหากเรามีการคิดและวางแผนล่วงหน้าท้องถิ่นมีโอกาสจะนำสิ่งดีงามออกมาเสนอได้อยู่แล้วในพื้นที่นี้ ข้อที่ 4 เรื่องการประชาสัมพันธ์ก็จะสอดคล้องกับข้อที่ 1 ต้องมีการวางแผนให้ชัดเจนขึ้นเพราะเป็นความต้องการของเราทุกคนในจังหวัดกำแพงเพชรจะนำความคิดแนวคิดของทุกท่านวันนี้นำเสนอไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชรว่าการจัดงานในวันนี้ได้มีข้อเสนอและแนวความคิดนี้จากทุกคนประชาชนคนกำแพงเพชรแล้วจะนำเสนอไปยังจังหวัดกำแพงเพชร และทางวัฒนธรรมได้มีตัวแทนเข้าร่วมจดบันทึกและคงรับทราบในส่วนนี้ แต่วันนี้พวกเราคนกำแพงเพชรจะทำให้เกิดการขับเคลื่อนมีแนวคิดที่เหมือนกัน สิ่งที่ดีงาม สิ่งที่มีค่าให้อยู่คู่เมืองกำแพงเพชรของเรา และให้เด็กรุ่นหลังสืบทอดต่อจากเรา และครั้งต่อไปอยากให้เด็กๆ เยาวชน เข้าร่วมพูดคุยกับเราด้วย ว่ามีแนวความคิดอย่างไรจากการสัมผัสกับงานนบพระเข้าร่วมเสวนาครั้งต่อไป
ข้อเสนอแนะ   1.  งานมีเมื่อไร
   2.  งานจะเหมือนปีที่ผ่านมาหรือไม่
   3.  งานจะมีอะไร (อลังการไหม)
   4.  การแต่งกาย (เจ้าเมือง และข้าราชบริพาร)
   5.  กำหนดสัดส่วนการแสดงให้ชัดเจน
   6.  กำหนดวัน เวลา และสถานที่ให้เหมาะสม
   7.  ปลูกฝังค่านิยม/เปิดตลาดชุมชน ลดการจ้างออแกนไนซ์
   8.  พิจารณาระยะเวลาการจัดงาน
   9.  การแสดง แสง สี เสียงให้มีทุกปี
   10.  แยกพื้นทีการแสดง/พื้นที่รับประทานอาหาร
11.  จัดทำวิจัยเกี่ยวกับการจัดงาน
12.  จัดงานเพื่ออะไร /เพื่อใคร / คนกำแพงเพชรได้ประโยชน์อย่างไร (ดูวัตถุประสงค์)
13. การประชาสัมพันธ์การจัดงาน
14.  การประสานงานระดับสูงสู่สถานศึกษา
15.  เพิ่มบทบาทครูภูมิปัญญาท้องถิ่น


 4 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2017, 02:55:02 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
สมเด็จพระนเรศวรคุ้มเกล้าชาวกำแพง (๑๐ นาที)
   ผู้แสดง
         สมเด็จพระนเรศวร
         สมเด็จพระเอกาทศรถ (จะไม่มีก็ได้)
         พระยาไชยบูรณ์
         ขุนพระศรี
         พระยากำแพงเพชร
         นายทหารนักมวย ๒ คน
         ทหารเข้าฉาก  ๒๐ คน
บทนำ
ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน เมืองพระพิษณุโลกสองแคว และเมืองกำแพงเพชรมีไมตรีต่อกันมาช้านาน ตั้งแต่สมัยสุโขทัย จนตราบปัจจุบัน เป็นบ้านพี่เมืองน้อง มากว่า เจ็ดร้อยปี ถ้าจะเปรียบเมืองพิษณุโลกเปรียบเสมือนเมืองพี่ เมืองกำแพงเพชรเปรียบเสมือนเมืองน้อง เมืองทั้งสองเป็นเมืองสำคัญมาทุกยุคทุกสมัยตราบจนทุกวันนี้และ ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีความเกี่ยวข้องที่แสนสำคัญของเมืองทั้งสองยิ่งนักดังที่ท่านทั้งหลายจะได้รับชมดังต่อไปนี้
พระนเรศวร กำลังว่าราชการ (พระยากำแพงคลานเข้ามากราบบังคมทูล)
 พระยากำแพงเพชร
ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาท ข้าพระพุทธเจ้าพระยากำแพงเพชร ขอรายงานทราบฝ่าพระบาทว่า พระนันทสู และราชสังครำ ยกเข้าตามตีกำแพงเพชรพวกไทยใหญ่ที่อาศัยพึ่งบารมี อยู่ที่กำแพงเพชรได้หลบหนีพม่าไปทางเมืองพิษณุโลกทางกำแพงเพชรได้ต่อสู้เป็นสามารถ  เห็นจะหมดหนทางป้องกัน พระพุทธเจ้าข้า
พระนเรศวร
ขอบใจพระยากำแพงเพชร เราจะให้ม้าเร็วให้ไปบอกแก่ หลวงโกษา และข้าหลวงเมืองพิษณุโลก ให้ดูแลทุกด่านทั้งอย่าเข้าได้ทั้งนครไทย  เพชรบูรณ์ ไม่ให้ผ่านไปได้  ให้ดูแลรักษาไว้ ไม่ให้ขุนนางมีชื่อของหงสาเข้าเมืองและจับพวกไทยใหญ่ได้
 พวกพม่ามีหนังสือถึงเมืองพิษณุโลกให้คืนไทยใหญ่ให้กับพระนันทสู และราชสังครำ ถ้าไม่คืนให้  จะจับชาวกำแพงเพชรเป็นตัวประกัน (หันมารับสั่ง)พระยาไชยบูรณ์และขุนพระศรี และเจ้าหัวเมืองทั้งปวง จงแต่งทัพหน้า ไปช่วยกำแพงเพชร เอาคืนจากข้าศึกให้ได้ ข้าจะยกทัพหลวงตามไป
ขุนทหารทั้งหมด กราบบังคมทูล รับใส่เกล้า


ที่เมืองกำแพงเพชร (ทหารกำลังซ้อมรบ)
   พระนเรศวร (รับสั่ง) พระยาไชยบูรณ์ พระยาศรี และพระยากำแพงเพชร ข้าอยากใคร่เห็น ทหารกำแพงเพชร ต่อกรด้วยหมัดมวยแบบมวยไทยกับทหารของเรา ลองจัดมาให้เราชมด้วยซิ ท่านพระยาทั้งสาม
พระยาทั้งสาม
   รับด้วยเกล้าพระพุทธเจ้าข้า
   นักมวยทั้งสอง เริ่มรำมวย ไหว้ครู เสร็จแล้วเดิน เข้าหากันอย่างดุดัน เต็มไปด้วยชั้นเชิงมวยไทยชั้นครู สมเด็จพระนเรศวร ทรงทอดพระเนตรด้วยความพอพระทัย ( ๓ นาที)
ทรงตรัสว่า
   พระนเรศวร
   ทหารทั้งกำแพงเพชร และพิษณุโลกสองแคว ล้วนมีฝีมือยอดเยี่ยมทั้งนั้น ข้าเชื่อว่า ถ้าชาวกำแพงเพชร และชาวพิษณุโลก ร่วมมือกันและมีความสามัคคีต่อกัน จะไม่มีใคร มาทำลาย สองเมืองของเราได้อย่างแน่นอน
ศึกครั้งนี้ ทั้งกำแพงเพชรและพิษณุโลก จะร่วมมือกัน จะประสานสามัคคี ขจัดเหล่าอริราชศัตรูไปจากผืนแผ่นดินของเราสิ้น เราจะขับไล่ข้าศึกออกไปจากแผ่นดินของเรา
   ทหารหาญทั้งปวง พระยาทั้งสาม ยกดาบขึ้นและส่งเสียงพร้อมกัน ว่า เฮๆๆๆๆๆๆ แล้วก้มกราบ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

             ฝ่ายนันทสูกับราชสังครำ รู้ว่า พระนเรศวรเสด็จมากำแพงเพชร  ก็รีบหลบหนีออกจากกำแพงเพชร  สมเด็จพระนเรศวรทรงทราบ จึงตรัสสั่งให้ พระยาไชยบูรณ์  ขุนพสี และพระหัวเมืองทั้งปวงยกองทัพล่วงหน้าไป  พระยาไชยบูรณ์  ขุนพสี ไล่ตามไปทันถึงตำบลแม่ระกา ต่างต่อสู้กัน และหลบหนีไปได้ ทางเมืองเชียงทอง ความสงบสุขกลับคืนมาเมืองกำแพงเพชรแลเมืองพระพิษณุโลกอึกครา
                ’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’’

   
   

 5 
 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2017, 01:19:38 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชปกเกล้าชาวกำแพงเพชร
              สมเด็จพระนเรศวร ทรงเสด็จกำแพงเพชรหลายครั้ง 
เสด็จประทับที่วัดยม (สันนิษฐานว่าวัดกะโลทัย)   
               เมื่อปีมะแม พ.ศ. ๒๑๒๖ เกิดกบฏที่เมืองอังวะ เป็นโอกาสที่พระเจ้านันทบุเรงคิดที่กำจัดสมเด็จพระนเรศวร  พระเจ้าหงสาวดีคิดเป็นกลอุบายโดยแจ้งหนังสือ ให้ สมเด็จพระนเรศวรไปช่วยปราบปรามเมืองอังวะ สมเด็จพระนเรศวรยกกองทัพออกจากเมืองพิษณุโลกผ่านมาทางกำ/แพงเพชร ถึงตำบลวัดยม แล้วไปตั้งค่ายพักทัพที่หนองปลิงได้ ๓ วัน แล้วเดินทางไปหงสาวดีทางแม่สอด

สมเด็จพระนเรศวรขับไล่พม่าข้าศึกไปจากกำแพงเพชร
       ขณะนั้นพระยากำแพงเพชร รายงานว่า พวกไทยใหญ่ที่อยู่ที่กำแพงเพชรหลบหนีพม่าไปทางเมืองพิษณุโลก  สมเด็จพระนเรศวรทราบ สั่งให้ม้าเร็วไปบอกแก่ หลวงโกษา และข้าหลวงเมืองพิษณุโลก ให้ดูแลทุกด่านทั้งนครไทย  เพชรบูรณ์ ไม่ให้ผ่านไป  ให้ดูแลรักษาไว้  สมเด็จพระนเรศวรทรงทราบเรื่องราวที่กล่าวถึงพม่ามาตั้งกองทัพที่เมืองกำแพงเพชร ก็เสด็จกลับถึงเมืองพิษณุโลก   หลวงโกษารายงานเรื่องราวทั้งหมดให้กับพระนเรศวร(มีหนังสือถึงเมืองพิษณุโลกให้คืนไทยใหญ่ให้กับพระนันทสู และราชสังครำ ถ้าไม่คืนให้  จะจับชาวกำแพงเพชรเป็นตัวประกัน)  พระนเรศวรไม่ยินยอมคืนให้  และจะไม่ให้ชาวกำแพงเพชรต้องลำบาก  ทรงสั่งให้พระยาไชยบูรณ์ ขุนพสี และพระหัวเมืองทั้งปวง  เป็นทัพหน้า  สมเด็จพระนเรศวรเสด็จไปในกองทัพหลวง ถึงเมืองกำแพงเพชร ไปขับไล่นันทสูและราชสังครำ  ไปจากเมืองกำแพงเพชร   
สมเด็จพระนเรศวรเป็นห่วงชาวกำแพงเพชร  โปรดให้ เทครัวหัวเมืองเหนือเข้าพระนคร
          พระนเรศวรให้ย้ายผู้คน(เทครัว)และพาหนะในเมืองพิษณุโลก  เมืองสวรรคโลก  เมืองสุโขทัย  เมืองกำแพงเพชร เมืองพิจิตร เมืองเล็กน้อยทั้งนั้น  ลงบรรทุกแพบ้าง เรือบ้าง แล้วแต่งเรือคุมเป็นหมวดเป็นกอง และแต่งกองทัพป้องกันทั้งสองฝั่งฟากน้ำลงมา จนถึงกรุงศรีอยุธยา    สมเด็จพระนเรศวรก็เสด็จลงมาอยู่ที่กรุงศรีอยุธยาตั้งแต่ปีวอก พ.ศ. ๒๑๒๗ นั้น
สมเด็จพระนเรศวรยกกองทัพหลวงผ่านเมืองกำแพงเพชรครั้งสุดท้าย
              สมเด็จพระนเรศวรเคลื่อนทัพผ่านเมืองกำแพงเพชรไปตีอังวะ  สมเด็จพระนเรศวรทรงพระประชวรระหว่างทาง  จึงตรัสสั่งให้ข้าหลวงรีบไปเชิญสมเด็จพระเอกาทศรถมาเฝ้า  สมเด็จพระเอกาทศรถเสด็จมาถึงทันทรงพยาบาลได้ ๓ วัน  สมเด็จพระนเรศวรเสด็จสวรรคตที่เมืองหาง  เมื่อวันจันทร์  เดือน ๖ ขึ้น ๘ ค่ำ  ปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๑๔๘ พระชันษาได้   ๕๐ ปี  เสวยราชสมบัติ ได้ ๑๕ ปี
พระบรมศพสมเด็จพระนเศวรมาประทับที่กำแพงเพชร ๑๕ วัน
               สมเด็จพระเอกาทศรถยกทัพหลวงนำพระบรมศพพระนเรศวรจากเมืองหางโดยทางเรือถึงเมืองเชียงใหม่ ตั้งทัพหลวงที่เชียงใหม่ ๑ คืน แล้วเสด็จมาทาง สุโขทัย  มายังท่าเรือในเมืองกำแพงเพชร     พระบรมศพตั้งสวดในกำแพงเพชร ๑๕วัน
             เมืองกำแพงเพชรจึงเป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่สำคัญมากเมืองหนึ่งในสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพราะเกือบทุกครั้งที่เสด็จเมืองเหนือ หรือไปพม่า  จะประทับที่เมืองกำแพงเพชร แม้พระบรมศพของ
ของพระองค์มาตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่กำแพงเพชรนานถึง ๑๕ วัน
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชปกเกล้าชาวกำแพงเพชร


 6 
 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2017, 09:30:01 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
]ประวัติความเป็นมาของเมืองชากังราว
สืบค้นโดย อาจารย์รุ่งเรือง  สอนชู
ความหมายของ ชากังราว
             ในหนังสือรายงานการสัมมนาประวัติศาสตร์เมืองกำแพงเพชร โดยวิทยาลัยครูกำแพงเพชร เมื่อกุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2527  หน้า 138   อาจารย์จำปา  เยื้องเจริญ  ซึ่งเป็นผู้เชียวชาญทางด้านภาษามอญโบราณของกรมศิลปากร ได้อธิบาย ว่า “ชากังราว” เป็นภาษามอญ  มีคำสามคำประสมกัน  ถ้าแยกคำทั้ง 3 คำออกจากกัน แต่ละคำจะมีความหมายดังนี้
          “ ชา” มาจากคำควบกล้า  “ผชา”   แปลว่า  “ตลาด    “ กัง”  แปลว่า “ด่าน”  ส่วน “ราว”  แปลว่า  “หนทาง”
            “ชากังราว”  คือ “เมืองด่าน ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยตลาดและหนทางซึ่งอาจเป็นชุมทางหรืออะไรก็ได้”
             จากข้อความที่กล่าวนี้  พอที่จะกล่าวสรุปได้ว่า  “ชากังราว”  หมายถึง แหล่งหรือตลาดที่ใช้ในการค้าขาย
             เมืองชากังราว  ซึ่งอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง ตรงข้ามกับเมืองนครชุม เดิมคงเป็นเพียงชื่อของหมู่บ้านมานานแล้ว  และได้เปลี่ยนมาเป็นเมืองชากังราวในคราวหลัง
กำเนิดเมืองชากังราว
                  เหตุการณ์ในช่วงปลายสมัยการครองราชย์ของพระมหาธรรมราชาลิไทยที่สุโขทัย มีคำอธิบายอยู่ในหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์   หน้า 114- 116   สมเด็จพระรามาธิบดี(อู่ทอง)ที่ 1 ได้ทรงยึดเมืองชัยนาท (เมืองพิษณุโลก)ไว้ได้ แล้วทรงแต่งตั้งมหาอำมาตย์วัตติเดช(ขุนหลวงพงั่ว) ซื่งครองเมืองสุพรรณบุรีให้ขึ้นมาครองเมืองพิษณุโลก  ต่อมาพระมหาธรรมราชาลิไทยทรงส่งเครื่องราชบรรณาการเป็นจำนวนมากไปถวายแด่สมเด็จพระรามาธิบดี(อู่ทอง) ที่ 1 และทรงทูลขอเมืองพิษณุโลก คืน   สมเด็จพระรามาธิบดี(อู่ทอง) ที่ 1  ได้ทรงคืนให้  ทำให้มหาอำมาตย์วัตติเดช(ขุนหลวงพงั่ว) ต้องกลับไปครองเมืองสุพรรณบุรี   ที่สุโขทัยนั้น พระมหาธรรมราชาลิไทย ทรงตั้งพระมหาเทวี พระกนิษฐาของพระองค์ครองเมืองสุโขทัย  ทรงตั้งอำมาตย์ชื่อติปัญญา ครองเมืองกำแพงเพชร   พระมหาธรรมราชาลิไทยครองเมืองพิษณุโลก   และทรงอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์จากเมืองสุโขทัยไปบูชาไว้ที่เมืองพิษณุโลก  หลังเมื่อพระมหาธรรมราชาลิไทยสิ้นพระชนม์  อำมาตย์วัตติเดช(ขุนหลวงพงั่ว) ซึ่งเป็นกษัตริย์กรุงศรีอยุธยา ขึ้นมายึดเมืองพิษณุโลกได้แล้วอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ไปไว้ที่กรุงศรีอยุธยา
                     ติปัญญาอำมาตย์  ซึ่งครองเมืองกำแพงเพชร ได้ส่งมารดาของท่านถวายแก่วัตติเดช(ขุนหลวงพงั่ว)  และมารดาของท่านนั้นได้เป็นที่รักใคร่โปรดปราณของวัตติเดช(ขุนหลวงพงั่ว)  พระมารดาจึงได้ขอพระพุทธสิหิงค์มาให้ติปัญญาอำมาตย์ไว้บูชาที่เมืองกำแพงเพชร
                      จากเรื่องราวทั้งหมดนี้ ไม่ได้กล่าวถึงเวลาหรือปีพุทธศักราชไว้   ในจารึกหลักที่ 8 ศิลาจารึกภูเขาสุมนกูฏ จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นจารึกของพระมหาธรรมราชาลิไทย  จารึกเมื่อพุทธศักราช 1912 ในจารึกกล่าวถึงเชื่อเมืองต่าง ๆของสองฝั่งแม่น้ำปิง ได้แก่ เมือง  พระบาง  ชากังราว  สุพรรณภาว นครพระชุม  เมืองพาน  แต่ไม่มีชื่อเมืองกำแพงเพชร    และในจารึกนี้กล่าวได้ว่า ติปัญญาอำมาตย์มาครองเมืองกำแพงเพชร เมื่อปีพุทธศักราช 1905  ดังนั้นในช่วงแรกที่ติปัญญาอำมาตย์มาครองนั้น  หมายถึง หมู่บ้านชากังราว  และได้สถาปนาขึ้นเป็น เมืองชากังราวเมื่อพุทธศักราช 1905 หรืออาจจะหลังบ้างเล็กน้อย
เมืองชากังราว เปลี่ยนชื่อเป็นเมืองกำแพงเพชร
                       หลังจากที่พระมหาธรรมราชาลิไทยสิ้นพระชนม์เมื่อพุทธศักราช 1913 – 1914    ในปีพุทธศักราช 1914 สมเด็จพระบรมราชาธิราช(พงั่ว) ที่ 1  เสด็จขึ้นมายึดเมืองต่าง ๆของอาณาจักรสุโขทัยได้ทั้งหมด ตามพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ  มีข้อความว่า “ ศักราช  734  ( พ.ศ. 1914)  สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าเสด็จไปเอาเมืองเหนือ และได้เมืองเหนือทั้งปวง”   
                    ในปีพุทธศักราช 1916  สมเด็จพระบรมราชาธิราช(พงั่ว) ที่ 1  ทรงมีพระบรมราชโองการการให้ จักพรรดิราช(ซึ่งภายหลังคือสมเด็จพระนครอินทราธิราช กษัตริย์กรุงศรีอยุธยา องค์ที่ ๖)ขึ้นมา เสวยราชย์เมืองกำแพงเพชร ( ตามจารึกหลักที่ ๓๘ กฎมายลักษณะโจร )  มีข้อความตอนหนึ่งว่า “เพลาค่ำ พระนครนี้ สิทธิสมเด็จบพิตร(มหาราชบุตร).....ราช ศรีบรมจักรพรรดิราชท่านได้เสด็จขี้นเสวย.....ภิรมย์  สมดังพระราชมโนรถ  ทดแทนพระธรรมราชสีมานี้  ดุจดาวติงสา พระองค์ท่านเสด็จในกำแพงเพชรบุรี ศรีวิมลาสน์”
                        จากจารึกหลักที่ 38  กฎหมายลักษณะโจร ซึ่งจารึกเมื่อพุทธศักราช 1916  จึงกล่าวได้ว่า  เมืองชากังราว  ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นเมืองกำแพงเพชรแล้วในปีใดปีหนึ่ง     ระหว่างพุทธศักราช 1912 -. 1916   
 เมืองชากังราวหรือเมืองกำแพงเพชร เคย เป็นเมืองหลวงของกรุงสุโขทัย
                          พงศาวดารโยนกซึ่งอยู่ในหนังสือประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม 7หน้า  436  ได้กล่าวถึงกษัตริย์ผู้ครองกรุงสุโขทัยองค์สุดท้ายต่อจากพระมหาธรรมราชาลิไทย  คือ พระเจ้าติปัญญามาตร์หรือพระเจ้าญาณดิส  มาครองเมืองกำแพงเพชร  ซึ่งตรงกับชินกาลมาลีปกรณ์    พระเจ้าติปํญญาอำมาตย์ได้มาครองเมืองกำแพงเพชร  ส่วนพระมหาธรรมราชาลิไทย  เสด็จไปครองเมืองพิษณุโลก  เมื่อพระมหาธรรมราชาสิ้นพระชนม์  พระเจ้าติปัญญามาตร์  ไม่ได้ไปครองเมืองพิษณุโลกหรือเมืองอื่น  แต่ได้ครองเมืองชากังราวหรือเมืองกำแพงเพชรตามเดิม 
                      สมเด็จพระบรมราชาธิราช(พงั่ว) ที่ 1  ได้ให้ความสำคัญเมืองชากังราวหรือเมืองกำแพงเพชรกว่าเมืองอื่น  ทรงให้พระเจ้าติปัญญามาตร์ครองเมืองกำแพงเพชร พร้อมทั้งยินยอมให้นำพระพุทธสิหิงค์และพระแก้วมรกตจากกรุงศรีอยุธยา มาไว้ที่กำแพงเพชร  มีพระราชโองการแต่งตั้งให้จักพรรดิราชหรือมีพระนามอีกอย่างหนึ่งว่าพระเจ้านครอินทร์ซึ่งเป็นพระญาติของพระองค์มาครองราชย์เมืองกำแพงเพชร  ตามจารึกหลักที่ 38  ซึ่งเป็นจารึกทีใช้ในการออกกฎหมายนำไปใช้ในกรุงสุโขทัย
                  ดังนั้นเมืองชากังราวหรือเมืองกำแพงเพชรในช่วงสมัยรัชกาลของ สมเด็จพระบรมราชาธิราช(พงั่ว) ที่ 1  ได้เป็นเมืองหลวงของกรุงสุโขทัย  มีกษัตริย์สองพระองค์คือพระเจ้าติปัญญามาตย์ และพระเจ้านครอินทร์ (อาจเป็นพระองค์เดียวกัน)  ซึ่งเป็นพระญาติขึ้นมา เสยราชย์
เมืองกำแพงเพชร
 




อ้างอิง
 คณะกรรมการพิจารณาและจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์, ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ 1. 
                    กรุงเทพมหานคร : สำนักนายกรัฐมนตรี, 2521
 คณะกรรมการพิจารณาและจัดพิมพ์เอกสารทางประวัติศาสตร์, ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ 3. 
                    กรุงเทพมหานคร : สำนักนายกรัฐมนตรี, 2508.
คณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี, ประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนา
                    ภิเษก เล่ม1. กรุงเทพมหานคร : กรมศิลปากร, 2542.
คณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี, ประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนา
                    ภิเษก เล่ม 7. กรุงเทพมหานคร : กรมศิลปากร, 2542.
วิทยาลัยครูกำแพงเพชร,  รายงานการสัมมนา  ประวัติศาสตร์เมืองกำแพงเพชร:           
                   กรุงเทพมหานคร: กรุงสยามการพิมพ์, 2528
แสง  มนวิทูร, ร.ต.ท.  ชินกาลมาลีปกรณ์.(พิมพ์อนุสรณ์นายกี  นิมมานเหมินทร์) มิตรนราการพิมพ์,  2510.]]]]]]]]]]]]]]]]]

 7 
 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2017, 10:40:44 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
หวนคำนึงถึงอดีต  เมื่อหนุ่มสาว จนถึงสูงวัย
คิดถึงครั้ง   คราหนุ่มสาว  นักศึกษา      เรียนวิชา  ฝึกหัดครู  ดูเหมาะสม
พิษณุโลก  ริมน้ำน่าน เรานิยม                     ฝึกความคม ในวิชา ความเป็นครู
   เรีนนพิบูล สงคราม นามไพเราะ                    ชื่อเสนาะ ท่านผู้นำ แสนเลิศหรู
ริมน้ำน่าน มีเรือนแพ งามชวนดู         พระชินราชคู่  พิษณุโลก เมืองราชัน
   กำแพงเพชร พิษณุโลก สุโขทัย                เลิศวิไล พิจิตร ตาก นครสวรรค์
เพชรบูรณ์ ชัยนาท อุทัยนิรันดร์         เพื่อนพากัน   มาเรียนร่ำ นำวิชา
   กิจกรรม นำสุข ไร้ทุกข์สิ้น         เรียนทั่วถิ่น รับผิดชอบ นักศึกษา
จิตวิทยา วิชาครู เรานำพา            ร่วมนันทนา อย่างจริงใจ ในความดี
   เรียนจบไป ต่างแยกย้าย กลับไปสอน      ตามบ้านดอน แม้เมืองป่า พาวิถี
เราบุกบั่น  ถิ่นกันดาร ทั่วปฐพี            หลายสิบปี มีตำแหน่ง กันมากมาย
   ไม่ค่อยพบ ไม่ค่อยเห็น เป็นเช่นเพื่อน             เกือบลืมเลือน  ความหลัง ครั้งห่างหายห้าสิบปี ไม่ค่อยพบ    ทั้งใจกาย         ขอบคุณลายน์  ทำเราพบ ประสบกัน
   วันที่หนึ่ง พฤศจิกายน เราค้นพบ      เวียนบรรจบ วนาลี หฤหรรษ์
เชิญเพื่อนพ้อง  เคยร่วมเรียน พากเพียรกัน      ร่วมสังสรรค์  ทบทวน ครั้งเยาว์วัย
   เจรจา หาสุข หมดทุกข์โศก         วิปโยค กลับลืมสิ้น  มิตรวิสัย
เพียงคืนเดียว ได้เริงรื่น ชื่นฤทัย         ขอเพื่อนได้ มาพานพบ ประสบใจ

      นับวันแต่ จะสูญสิ้น เพื่อนที่รัก   ได้ประจักษ์ วัยพราก  มากเพียงไหน
   จะพบกัน  อีกสิบครั้ง  ยังหวั่นใจ      ขอฤทัย ทุกคนร่วม มารวมกัน
      วัยแห่งการ ทรงภูมิ ในความรู้      ประสบการณ์ เลิศหรู เคยสร้างสรรค์
มาแลกเปลี่ยน เรียนรู้  ชื่นชีวัน         ได้พบกัน แสนชืนใจ วัยสอวอ

                                                             สันติ อภัยราช

   
   

 8 
 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2017, 10:13:28 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
เสียงกรรแสง   สะอื้นร่ำ คร่ำครวญฟ้า            ครึ้มนภา   เมฆหมอง  มองไม่เห็น
ภูเขาถล่ม  สุเมรุล่ม  ถมทั้งเป็น                      ทะเลเย็น ยะเยือกย้ำ  คร่ำรำพัน
   ความสูญเสีย  ครั้งยิ่งใหญ่ ในใจราษฎร์          โลกธาตุ  แปรปรวน  หวลโศกศัลย์
สะอื้นไห้ วิปโยค    โศกจาบัญ            คำรามลั่น  พรั่นนภา   น้ำตานอง
   ยี่สิบหก ตุลา มาถึงแล้ว             โอ้ดวงแก้ว  แสนสลด  รันทดหมอง
เปลวอัคคี ท่วมไท้ ในครรลอง            ไทยทั้งผอง โศกสลด รันทดใจ
   เจ้าชีวิต พระทูล    กระหม่อมแก้ว             จากไปแล้ว ร่างลับ  ดับวิสัย
พระภูมิพล  มหาราช  ของชาติไทย         เจ็ดสิบปี อยู่ในใจ  ประชาชน
   ถือแผนที่ สะพายกล้อง ท่องทุกถิ่น      ประทับดิน  ถิ่นท้องทุ่ง มุ่งทุกหน
ทรงรักดิน  ทรงรักไท ห่วงใยชน                                          ไม่ได้ยล ไม่ได้เห็น  เช่นดังเคย
   ขอกุศล ลูกลูกมี  ที่สั่งสม                                    บุญนิยม  ส่งไป ใจเฉลย
ระดมบุญ ระดมจิต ส่งองค์เอย            บุญได้เผย สรวงสวรรค์ ในบันดล
   ลูกจะทำ ต่อไป ในคำสอน         เทอดบวร ในพระองค์ ไม่สับสน
ทรงสววรค์  ครองฟ้า นภดล                                             ไทยทุกคน จดจำองค์ ทรงธรรมเอย   

                

                                                 


 9 
 เมื่อ: กันยายน 29, 2017, 04:50:04 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
ระลึกถึง คุณแม่นารี  ทัศนะแจ่มสุข
   ราวฟ้าฟาด กลางใจ สายใยรัก       ลูกประจักษ์ ในจิต เฝ้าคิดหวน
มือที่นุ่ม แสนละมุน หนุนเนื้อนวล         แม่ของลูก เห่ชวน กล่อมหลับนอน
   โอละเห่ โอละหึก เจ้าจอมขวัญ        ทุกคืนวัน ไม่เหินห่าง เจ้าขวัญอ่อน
หลับหนุนแขน อบอุ่น บนที่นอน         ลูกคิดย้อน ยามนี้   ไม่มีแล้ว
   เคยสอนสั่ง สั่งสอน ก่อนนอนหลับ   ยามไปกลับ โรงเรียน รับแน่แน่ว
ความรักแม่ มีต่อลูก แสนเพริศแพร้ว                ดังดวงแก้ว แตกสลาย มลายไป
   แม่ไม่เคย ดุด่า ไม่ว่ากล่าว                      ถนอมราว ไข่ในหิน ถวิลหาย
ลูกเติบใหญ่ รักของแม่ ไม่เสื่อมคลาย                 ถนอมใจ ถนอมจิต มิตรในเรือน
   ทั้ง ต้อง ตั้น อยู่ในจิต สนิทแนบ               ยามเจ็บแอบ อิงแม่ ใครจะเหมือน
ยามเจ็บป่วย แม่นารี อยู่เฝ้าเตือน                    ไม่ห่างลูก ห่างเรือน ทุกวันวาร
   ลูกเรียนจบ แม่ชื่นจิต สนิทนัก                 โอ้ความรัก ของแม่ ลูกขับขาน
เมื่อลูกสาว ทั้งสอง ได้ทำงาน                         แม่ชื่นบาน มีสุข ทุกคืนวัน
   ยังมิได้ ตอบแทน พระคุณหมด      อะไรทด แทนคุณ แม่ของฉัน
ลูกตั้งหลัก ปักฐาน ไม่นานกัน         แม่มาผัน จากไป  ในความดี
   ต่อแต่นี้ ใครเล่า จะเฝ้ารัก         ใครเล่าจัก ดูแล ห่วงศักดิ์ศรี
ใครเล่าจัก  รักเรา แม่นารี            ใครเล่าจัก  มีชีวี  เพื่อสองเรา
   เมื่อฟ้ารับ แม่ไป ใกล้กับพ่อ                    ขอสองคลอ เคลียรัก ให้หายเหงา
  พ่อรับแม่  อยู่สวรรค์ วิมานเนา                     เกษมสุข ไม่อับเฉา   เรารับรู้
ขอพ่อแม่ มีสุข ไร้ทุกข์สิ้น              ลูกยลยิน ส่งบุญ ไม่อดสู
จะรักแม่ รักพ่อ ลูกเชิดชู                                ขอท่านอยู่ สรวงสวรรค์ นิรันดร์เทอญ
   
   



 10 
 เมื่อ: กันยายน 29, 2017, 01:49:14 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
แผนกำหนดการ  พิธีประชุมเพลง คุณแม่นารี ทัศนะแจ่มสุข
๓๐ กันยายน ๒๕๖๐ ณ เมรุเทศบาลเมืองกำแพงเพชร  เริ่มเวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น.
.................................
เรียน  ท่านประธาน นายสุวิชชาญ  มุสิกกุล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตที่ ๑ จังหวัดกำแพงเพชร และท่านผู้ที่มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน
   ดิฉันนางสาว วาสนา ยุทธชุม  ผู้ช่วยนักวิจัย............................................ในนามของสโมสรฝึกการพูดกำแพงเพชร ได้รับฉันทานุมัติจาก ทายาททั้งสอง ของคุณแม่นารี ทัศนะแจ่มสุข ให้ทำหน้าที่พิธีกรในงานฌาปนกิจศพ คุณแม่นารี ทัศนะแจ่มสุข
   ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน คะ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผุ้วายชนม์ ดิฉันขอเชิญท่านผู้มีเกียรติที่มีรายชื่อต่อไปนี้ เป็นตัวแทนท่านผู้มีเกียรติ  ขึ้นทอดผ้าบังสุกุล ขออนุญาตที่จะไม่เรียง ตามอาวุโส และอายุ ตามรายนามดังต่อไปนี้
๑.   นายปรีชา แถลงการณ์     น้องชายคุณแม่นารี ทัศนะแจ่มสุข
นิมนต์พระคุณเจ้า ....................................................พิจารณาผ้าบังสุกุล.
๒.   นายสันติ  แถลงการณ์        น้องชายคุณแม่นารี ทัศนะแจ่มสุข
นิมนต์พระคุณเจ้า .....................................................พิจารณาผ้าบังสุกุล.
๓.   นางลาวัลย์  แถลงการณ์    น้องสาวคุณแม่นารี ทัศนะแจ่มสุข
นิมนต์พระคุณเจ้า .....................................................พิจารณาผ้าบังสุกุล.
๔.   นายสุรพล  พิมพ์สอน      รองผู้อำนวยการโรงเรียนวัชรวิทยา
นิมนต์พระคุณเจ้า .....................................................พิจารณาผ้าบังสุกุล.
๕.   นางสิริวรรณ ตันติสันติสม   รองผู้อำนวยการโรงเรียนวัชรวิทยา
นิมนต์พระคุณเจ้า .....................................................พิจารณาผ้าบังสุกุล.

๖.   ผศ. ดร.สุชิน  รอดกำเหนิด     คณะบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.รภ. กำแพงเพชร
นิมนต์พระคุณเจ้า .....................................................พิจารณาผ้าบังสุกุล.
๗.   อาจารย์สันติ อภัยราช      ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร
นิมนต์พระคุณเจ้า .....................................................พิจารณาผ้าบังสุกุล.
๘.   ดร.พิทักษ์  มหบุญพาชัย    ผู้อำนวยการวิทยาลัยภักดีพณิชยการและเทคโนโลยี จังหวัดกำแพงเพชร
     นิมนต์พระคุณเจ้า .....................................................พิจารณาผ้าบังสุกุล.
หมายเหตุ เมื่อทอดและพระพิจารณาเสร็จแล้วให้ขอบคุณ ผู้ทอดผ้าทุกครั้ง
เพื่อระลึกคุณงามความดีของ คุณแม่นารี ทัศนะแจ่มสุข เชิญ  นางสาวถวิกา อินทรโส สาวน้อยมหัศจรรย์ แห่งสโมสรฝึกการพูดกำแพงเพชร ได้กล่าวถึงประวัติของคุณแม่นารี ทัศนะแจ่มสุข ขอเชิญค่ะ
ถวิกา อินทรโส อ่านประวัติ
คุณแม่นารี ทัศนะแจ่มสุข
   คุณแม่นารี ทัศนะแจ่มสุข เกิดในตระกูล  แถลงการณ์ เป็นธิดาของคุณตาแสวง แถลงการณ์ และคุณยายกิมเหรียญ แถลงการณ์ คุณแม่นารี แถลงการณ์ เกิดเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๔๘๐ เป็นลูกสาวคนที่ ๖ ในจำนวน ๙ คน เกิดที่กำแพงเพชร  เมื่อแม่เป็นเด็ก แม่เป็นคนเรียบร้อย น่ารัก รูปร่างหน้าตาสะสวย จึงเป็นที่รักของทุกคนที่ได้พบเห็นแม่ จนเติบใหญ่เป็นสาว แม่ยิ่งงดงาม กว่าใครๆในรุ่นราวคราวเดียวกัน
   คุณแม่นารี จบการศึกษามัธยมปีที่ ๖ จากโรงเรียนสตรีกำแพงเพชร “นารีวิทยา”ซึ่งเป็นโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดกำแพงเพชร และเป็นโรงเรียนสำหรับกุลสตรีในจังหวัดกำแพงเพชรในสมัยนั้นทุกคน เมื่อจบการศึกษาสูงสุด ของโรงเรียนสตรีกำแพงเพชร นารีวิทยาอย่างภาคภูมิใจ
   คุณแม่นารี ทัศนะแจ่มสุข เข้ารับราชการ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย  ณ ที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร (ที่ว่าการอำเภอเมืองหลังแรกอยู่ที่บริเวณตรงข้ามสถานีตำรวจภูธร อำเภอเมืองจังหวัดกำแพงเพชร
   คุณแม่นารี ทัศนะแจ่มสุข เริ่มรับราชการเป็นที่รักของทุกคน จนกระทั่งได้พบรักกับ คุณพ่อสุทัศน์ ทัศนะแจ่มสุข นักธุรกิจหนุ่ม จากจังหวัดนครสวรรค์ ในตำแหน่งผู้จัดการโรงภาพยนตร์ ฟลอริดาและโรงภาพยนตร์ โคลัมเบีย ในยุคที่ โรงภาพยนตร์เฟื่องฟูสุดขีด
 มีธิดา ๒ คน ซึ่งเป็นที่รักของพ่อแม่อย่างที่สุดคือ
   ๑.อาจารย์ต้องจิต ทัศนะแจ่มสุข ตำแหน่งครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ โรงเรียนวัชรวิทยา จังหวัดกำแพงเพชร
   ๒.นางสาวประทับใจทัศนแจ่มสุข อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร อยู่ระหว่างลาศึกษาต่อระดับปริญญาเอก    ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กรุงเทพมหานคร
   เมื่อคุณแม่นารี ทัศนะแจ่มสุข เกษียณอายุราชการ ได้ออกมาอยู่บ้าน กับครอบครัวเล็กๆอย่างมีความสุข ตามประสา พ่อแม่ลูก คุณพ่อสุทัศน์ ทัศนะแจ่มสุข ได้ร่วมก่อตั้งสโมสรฝึกการพูดกำแพงเพชรขึ้นมา เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๓ คุณแม่นารี ได้ติดตามดูแลช่วยเหลือสโมสรเป็นอย่างดีทุกทุกครั้ง คุณแม่นารีกับคุณพ่อสุทัศน์ จะควงคู่ กันออกงาน เที่ยวชม มาสโมสรฝึกการพูดกำแพงเพชร เป็นที่ชื่นชม ว่าเป็นคู่ตัวอย่างของกำแพงเพชร เมื่อคุณพ่อสุทัศน์ จากไปเมื่อปลายเดือนวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๐ คุณแม่ก็ขาดคู่คิด ขาดที่ปรึกษา ขาดคู่ใจ และขาดคนที่สำคัญที่สุดไป  ทำให้รู้สึกหว้าเหว่ขาดสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไป แม่เริ่มเจ็บป่วย แม้ลูกสาวทั้งสองจะพยายามดูแลแม่อย่างใกล้ชิด ทำให้แม่รู้สึกดีขึ้นเป็นทวีคูณ
   จนกระทั่งเมื่อปลายเดินกันยายน ๒๕๖๐ คุณแม่นารี ต้องเข้าโรงพยาบาล อีกครั้งหนึ่ง และท่านจากไปอย่างสงบ เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๐ รวมสิริ อายุ ๘๐ ปี    ได้ไปพบกับพ่อบนสวรรค์ ดังที่ตั้งจิตอธิษฐานไว้    เมื่อครั้งแต่งงานกันใหม่ๆ นับเป็นการสูญเสีย ครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้ง ในชีวิตของลูกสาวทั้งสองคน
   ขออานิสงส์ แห่งผลบุญและคุณความดีที่คุณแม่นารี ทัศนะแจ่มสุข ได้บำเพ็ญเพียรตลอดช่วงอายุขัยของท่าน พร้อมผลบุญที่ญาติมิตร ลูกหลานอุทิศให้ จงเป็นปัจจัยที่หนุนนำดวงจิตและวิญญาณของคุณแม่นารี ทัศนะแจ่มสุข ไปสู่สัมปรายภพด้วยเทอญ
ขอเชิญ เด็กหญิงวรวรรษา สุพานิชทวาสิน เยาวชนคนเก่ง จากสโมสรฝึกการพูดกำแพงเพชร อ่านลำนำกลอน เพื่อแสดงความรักและอาลัยต่อ คุณแม่นารี ทัศนะแจ่มสุข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
   เชิญผู้มีเกียรติยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยต่อคุณแม่นารี ทัศนะแจ่มสุข
 ๑ นาที
   เชิญผู้มีเกียรตินั่งลง
เรียนเชิญท่านประธาน นายสุวิชชาญ  มุสิกกุล อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตที่ ๑ จังหวัดกำแพงเพชร ขึ้นทอดผ้ามหาบังสุกุล
อาราธนาพระธรรมภาณพิลาศ เจ้าอาวาสวัดคูยางและเจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร พิจารณาผ้ามหาบังสุกุล
   เชิญท่านประธานจุดไฟประชุมเพลิง  นิมนต์พระภิกษุและสามเณร และท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน โดยขึ้นบันไดด้านข้าง และลงด้านหน้า เพื่อได้รับความขอบคุณจากท่านเจ้าภาพ
                                    ........................
   

หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!