| จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช |
|
มกราคม 17, 2026, 09:40:21 am
|
|||
|
|||
|
ข่าว: จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช ยินดีต้อนรับสมาชิก และผู้เยื่ยมชมทุกๆท่าน |
| หน้าแรก | ช่วยเหลือ | ค้นหา | ปฏิทิน | เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก |
|
1
เมื่อ: มกราคม 15, 2026, 03:18:20 pm
|
||
| เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach | ||
|
บรรยายความ สำเร็จในการทำงาน ที่ วอศ.ภักดี
|
||
|
2
เมื่อ: มกราคม 15, 2026, 03:04:14 pm
|
||
| เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach | ||
|
กรรมการประกวดพูด ม.ราชภัฏภาคเหนือ ศุกร์ ๖ กพ. ๖๙
|
||
|
3
หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / === สวจ.กำแพงเพชร ดำเนินการจัดกิจกรรมถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมตำบลไตรตรึงษ
เมื่อ: มกราคม 15, 2026, 08:56:30 am
|
||
| เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach | ||
|
=== สวจ.กำแพงเพชร ดำเนินการจัดกิจกรรมถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมตำบลไตรตรึงษ์ ปลูกจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชนเรียนรู้ สืบทอด และภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรม ===
วันพุธที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๘.๓๐ น. นายอภินันท์ มุสิกะพงษ์ วัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานเปิดกิจกรรมถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมตำบลไตรตรึงษ์ ภายใต้โครงการส่งเสริมสนับสนุนการอนุรักษ์ฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมท้องถิ่นและมรดกภูมิปัญญา สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร ไตรมาสที่ ๑ - ๒ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ (งวดที่ ๑) โดยมีนายคารมย์ แสนแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนนครไตรตรึงษ์ คณะครูและนักเรียน เข้าร่วมกิจกรรม นางสาวระวีวรรณ โตวารี ผู้อำนวยการกลุ่มกิจการพิเศษ นางจันทรา กุลนันทคุณ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม และข้าราชการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร ดำเนินการจัดกิจกรรม ณ ห้องโสตทัศนศึกษา โรงเรียนนครไตรตรึงษ์ ตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร กิจกรรมถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมตำบลไตรตรึงษ์ จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนอนุรักษ์สืบสานประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น ปลูกจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชนในท้องถิ่นเกิดความตระหนัก และเข้ามามีส่วนร่วม ในการอนุรักษ์ฟื้นฟู สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นและคุณค่าความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งแนวทางการดำเนินชีวิต ค่านิยมที่ดีงาม และความเป็นไทย เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ สืบทอด และภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ขนบธรรมเนียม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน เครือข่ายด้านการศึกษา ศิลปะและวัฒนธรรมในพื้นที่ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็ก และเยาวชน ระดับชั้นมัธยมศึกษาต้นปลาย จำนวน ๔๐ คน กิจกรรมประกอบด้วย การบรรยาย เรื่อง “รู้จักนครไตรตรึงษ์” โดยนายสันติ อภัยราช ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม พร้อมกับองค์ความรู้เกี่ยวกับเมืองไตรตรึงษ์ โดยนายบัณฑิต ทองอร่าม หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร อีกทั้งได้เรียนรู้มรดกภูมิปัญญาอาหารพื้นบ้านตำบลไตรตรึงษ์ จำนวน ๒ เมนู จากชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนไตรตรึงษ์ และเรียนรู้เรื่องมารยาทไทยและมารยาทในสังคมอีกด้วย ทั้งนี้ วัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่าจังหวัดกำแพงเพชร เป็นเมืองมรดกโลกที่สำคัญอยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่าง เป็นจังหวัดที่มีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย มีเทศกาล ประเพณี เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ รวมทั้งมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย เช่น การท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และการท่องเที่ยววิถีชุมชน ซึ่งชุมชนไตรตรึงษ์ เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตที่สำคัญของจังหวัดกำแพงเพชร เป็นชุมชนที่มีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น เช่น โบราณสถานและโบราณวัตถุตั้งแต่สมัยทวารวดีจนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการเสด็จประพาสต้น ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ณ เมืองไตรตรึงษ์ เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๔๔๙ รวมถึงตำนานนิทานพื้นบ้าน “ท้าวแสนปม” ที่ได้รับการขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ (ด้านวรรณกรรมพื้นบ้านและภาษา ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๑) ทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาด้านอาหารพื้นเมือง ศิลปะการแสดงพื้นบ้านของจังหวัดกำแพงเพชร นับได้ว่าเป็น Soft Power ที่สำคัญของจังหวัดกำแพงเพชรที่ควรอนุรักษ์ สืบสานให้คงอยู่สืบไป #กิจกรรมถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมตำบลไตรตรึงษ์ #รักษาวัฒนธรรมรักษาชาติไทย #มารยาทไทยและมารยาทในสังคม #ไทไทย #วัฒนธรรมพร้อมทำทุกอย่าง #กระทรวงวัฒนธรรม #กรมศิลปากร #กรมส่งเสริมวัฒนธรรม #จังหวัดกำแพงเพชร #สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร #สาสน์ศิลป์วัฒนธรรมกำแพงเพชร ขอเชิญกดถูกใจและกดติดตามแฟนเพจของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชรได้ที่ https://www.facebook.com/KPPProvincialCulturalOffice |
||
|
4
หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / 14/01/69 สวจ.กำแพงเพชร ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพ พระครูวชิรปัญญากร (อำน
เมื่อ: มกราคม 15, 2026, 08:49:47 am
|
||
| เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach | ||
|
14/01/69 สวจ.กำแพงเพชร ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพ พระครูวชิรปัญญากร (อำนวย ปญฺญาวโร) อดีตเจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าอาวาสวัดบ่อสามแสน ===
วันพุธที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๓๐ น. คณะสงฆ์จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และพุทธศาสนิกชน ร่วมในพิธีพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพ พระครูวชิรปัญญากร (อำนวย ปญฺญาวโร) อดีตเจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าอาวาสวัดบ่อสามแสน ซึ่งถึงแก่มรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๙ สิริอายุได้ ๗๕ ปี พรรษา ๔๙ เป็นคืนที่สอง ซึ่งได้รับความเมตตาจากพระศรีวิกรมมุนี ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร เจ้าอาวาสตะพานหิน เป็นประธานสงฆ์และแสดงพระธรรมเทศนากัณฑ์หนึ่ง จากนั้น พระสงฆ์อัฏฐวรรค จากอำเภอคลองลานและอำเภอทรายทองวัฒนา สวดพระอภิธรรม โดยมีพระครูวชิรคุณพิพัฒน์ รองเจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร เจ้าอาวาสวัดถาวรวัฒนา(ใต้) คณะสงฆ์ นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร นายสกุลเพชร พิกุลประเสริฐ กำแพงเพชร นายอภินันท์ มุสิกะพงษ์ วัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร ว่าที่ร้อยตรีหญิง สิรภัทร อาวอร่ามรัศมิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกำแพงเพชร นายคณาธิ อ่อนน้อม โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกำแพงเพชร นายอนุพันธ์ พานิช ท้องถิ่นจังหวัดกำแพงเพชร นางสาวฌินาพรรณ์ เมฆไพบูลย์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดกำแพงเพชร ดร.เสริมวุมิ สุวรรณโรจน์ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เหล่ากาชาดจังหวัดกำแพงเพชร ภาคเอกชน และพุทธศาสนิกชน ร่วมในพิธี โอกาสนี้ นางจันทรา กุลนันทคุณ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม เข้าร่วมพิธี อีกทั้งมอบหมายให้ ข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานพิธี กลุ่มพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน สนับสนุนการปฏิบัติงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ณ ศาลาวชิรปัญญากรสามัคคีธรรม วัดบ่อสามแสน ตำบลหนองปลิง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร พระครูวชิรปัญญากร (อำนวย ปญฺญาวโร) อดีตเจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าอาวาสวัดบ่อสามแสน เดิมชื่อนายอำนวย กรรณิกา เกิดเมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๔๙๔ ณ ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร บรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๒๐ มีพระวิเชียรธรรมคณี อดีตเจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร เจ้าอาวาสวัดคูยาง เป็นพระอุปัชฌาย์ นับเป็นพระเถระที่เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมและมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานการบริหารคณะสงฆ์ในจังหวัดกำแพงเพชร ศึกษาพระธรรมวินัยจนแตกฉาน รวมทั้งเป็นผู้นำในการบูรณปฏิสังขรณ์วัดบ่อสามแสน จนกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน รวมถึงส่งเสริมการศึกษาของพระภิกษุสามเณร และงานสาธารณสงเคราะห์ในชุมชนมาโดยตลอด จนได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบล ชั้นตรี ที่พระครูวชิรปัญญากร เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๗ และได้เจริญในตำแหน่งหน้าที่พระสังฆาธิการเรื่อยมา และได้รับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๘ พระครูวชิรปัญญากร จึงถือเป็นแบบอย่างของ "พระนักพัฒนา" และ "พระผู้เมตตา" ที่ใช้ธรรมะในการดับทุกข์และชี้นำทางสว่างให้กับญาติโยม ต่อมาได้อาพาธและเข้ารับการรักษาเป็นระยะ และได้มรณภาพด้วยอาการสงบ นับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของคณะสงฆ์จังหวัดกำแพงเพชร ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานน้ำหลวงสรงศพ พร้อมหีบเชิงชายประกอบศพ พระครูวชิรปัญญากร (อำนวย ปญฺญาวโร) อดีตเจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าอาวาสวัดบ่อสามแสน ซึ่งจะได้บำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมไปจนถึงวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๙ และมีพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (๗ วัน) พร้อมบรรจุศพในวันอาทิตย์ที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๙ #เทิดทูนชาติศาสน์กษัตริย์ #ไทไทย #QuickBigWin #วัฒนธรรมพร้อมทำทุกอย่าง #กระทรวงวัฒนธรรม #จังหวัดกำแพงเพชร #สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร #สาสน์ศิลป์วัฒนธรรมกำแพงเพชร |
||
|
5
หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / เมืองไตรตรึงษ์จากหลักฐานทางโบราณคดี นางสาวพัชราภรณ์ โพธิ์ไกร ผู้ช่วยนักโบราณคดี
เมื่อ: ธันวาคม 31, 2025, 05:25:11 am
|
||
| เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach | ||
|
เมืองไตรตรึงษ์จากหลักฐานทางโบราณคดี
นางสาวพัชราภรณ์ โพธิ์ไกร ผู้ช่วยนักโบราณคดี อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย กรมศิลปากร เมืองไตรตรึงษ์ ตั้งอยู่ริมฝั่งด้านตะวันตกของแม่น้ำปิง อยู่ห่างตัวเมืองกำแพงเพชร ไปทางทิศใต้ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร ในเขตพื้นที่ตำบลไตรตรึงษ์และตำบลอ่างทอง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมมน มีคันดินและคูน้ำล้อมรอบ ประกอบด้วยคันดิน ๓ ชั้น และคูน้ำ ๒ ชั้น แนวคันดินด้านเหนืออยู่ติดกับแม่น้ำปิง มีขนาดกว้างประมาณ ๘๐๐ เมตร และยาว ๘๕๐ เมตร หรือประมาณ ๔๒๕ ไร่ (ภาพที่ ๑) เมืองไตรตรึงษ์จึงเป็นหัวเมืองสำคัญทางทิศใต้ของอาณาจักรสุโขทัย เป็นประจักษ์พยานที่สะท้อนภาพลักษณ์ของความเป็นเมืองสำคัญที่ทำหน้าที่รองรับการตั้งถิ่นฐานของผู้คนตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน เมืองไตรตรึงษ์เป็นเมืองที่มีการอยู่อาศัยต่อเนื่องกันมากว่า ๑,๕๐๐ ปี พบหลักฐานทางโบราณคดีที่แสดงถึงการใช้พื้นที่ตั้งแต่สมัยทวารวดี สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยธนบุรีจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยชิ้นส่วนตะเกียงดินเผาเป็นหนึ่งในโบราณวัตถุสมัยทวารวดีชิ้นสำคัญ ดังที่พบจากการดำเนินการทางโบราณคดีที่เมืองไตรตรึงษ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ (ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร) กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๖ (ภาพที่ ๒) มีขนาดยาว ๑๐.๕ เซนติเมตร โดยพบเป็นส่วนพวยของตะเกียง ปั้นขึ้นรูปด้วยมือ ส่วนปลายของพวยสันนิษฐานว่าทำเป็นรูปทรงคล้ายถ้วยซึ่งแตกหักไป คาดว่าเป็นตะเกียงสำหรับใส่น้ำมันตามไฟให้แสงสว่าง มักพบตะเกียงลักษณะนี้ในแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดี เช่น เมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม เมืองคูบัว จังหวัดราชบุรี แหล่งโบราณคดีบ้านท่าแค จังหวัดลพบุรี เมืองโบราณบ้านคูเมือง จังหวัดสิงห์บุรี เมืองบน (โคกไม้เดน) จังหวัดนครสวรรค์ สันนิษฐานว่าน่าจะได้รับแรงบันดาลใจในการผลิตจากตะเกียงโรมันสำริดที่พบจากแหล่งโบราณคดีพงตึก จังหวัดกาญจนบุรี นอกจากนี้ตะเกียงดินเผาที่พบในแหล่งโบราณคดีดังกล่าว ยังมีลักษณะคล้ายกับตะเกียงดินเผาที่พบในแคว้นอานธระทางภาคใต้ของประเทศอินเดีย ตะเกียงโรมันสมัยทวารวดี ที่พบในแหล่งโบราณคดีพงตึก จังหวัดกาญจนบุรี ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร (ภาพที่ ๓) เป็นตะเกียงสำริด มีฝาหล่อเป็นรูปพระพักตร์เทพเจ้าซิเลนัส (Silenus) สวมมงกุฎเถาวัลย์ ด้ามจับเป็นรูปใบปาล์มอยู่ระหว่างโลมา ๒ ตัว หันหน้าเข้าชนกัน ซึ่งเป็นลวดลายที่นิยมในเครื่องประดับตกแต่งของกรีก-โรมัน อาจหล่อขึ้นราวก่อนพุทธศตวรรษที่ ๖ หรือราวพุทธศตวรรษที่ ๙ -๑๐ สันนิษฐานว่าเป็นสินค้าจากพ่อค้าชาวอินเดียนำเข้ามา โดยการขุดค้นที่แหล่งโบราณคดีพงตึกในปี พ.ศ. ๒๔๗๐ และ๒๔๗๘ ทำให้พบโบราณวัตถุสมัยทวารวดีจำนวนมาก อันนำไปสู่การสันนิษฐานว่าแหล่งโบราณคดีพงตึกเดิมคงจะเป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่ชายทะเล เนื่องจากตำแหน่งอยู่ไม่ห่างจากปากแม่น้ำแม่กลอง โดยมีบทบาทเป็นเมืองท่าที่สำคัญในสมัยทวารวดี และเป็นศูนย์กลางแห่งการคมนาคมระหว่างเมืองโบราณต่าง ๆ ที่ร่วมสมัยกัน เช่น เมืองนครปฐม และเมืองอู่ทอง เป็นต้น ด้วยเหตุนี้จึงมีความเป็นไปได้ว่าเมืองไตรตรึงษ์นั้น อาจเป็นเมืองสำคัญที่มีบทบาทบนเส้นทางการคมนาคมสมัยทวารวดีผ่านทางแม่น้ำปิง ซึ่งเป็นการติดต่อผ่านชุมชนในลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยมีเส้นทางการเดินทางทั้งทางน้ำและทางบกจากเมืองอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี มายังเมืองไตรตรึงษ์ อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร สันนิษฐานว่าสามารถเดินทางทางน้ำผ่านทางแม่น้ำจระเข้สามพันถึงเมืองอู่ตะเภา อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท จากนั้นเปลี่ยนเป็นการเดินทางทางบกมายังเมืองบน (โคกไม้เดน) อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ แล้วเดินทางผ่านทางแม่น้ำเจ้าพระยามาสู่แม่น้ำปิง แม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดกำแพงเพชรที่ไหลผ่านเมืองไตรตรึงษ์ ต่อมาในสมัยสุโขทัยเมืองไตรตรึงษ์ยังคงเป็นเมืองสำคัญที่ถูกกล่าวถึงในศิลาจารึกกฎหมายลักษณะโจร (พ.ศ. ๑๙๔๐) ด้านที่ ๑ เขียนเป็นภาษาไทยด้วยตัวอักษรไทยสมัยสุโขทัย กล่าวถึงเหตุการณ์ที่สมเด็จพระจักรพรรดิราช (ตรงกับรัชสมัยพระมหาธรรมราชาที่ ๒ แห่งกรุงสุโขทัย) เสด็จมายังเมืองกำแพงเพชร ซึ่งมีเจ้าเมืองต่าง ๆ รวมถึงเจ้าเมืองไตรตรึงษ์และเหล่านักปราชญ์ เพื่อตราพระราชบัญญัติกฎหมายลักษณะโจร (ภาพที่ ๔) ความว่า “...ศรีบรมจักรพรรดิราช ท่านได้เสด็จขึ้นเสวย...ภิรมย์ สมดังพระราชมโนรถ ทดแทนแดนพระธรรมราชสีมานี้ดุจตาวติงสา พระองค์ท่านเสด็จในกำแพงเพชรบุรีศรีวิมลาสน์ ด้วยพระราชศฤงคารบริพารพลแลจตุรงคนิกร ธารลำน้ำพระยาพังเกษตร สคาบุรีพระยาพัง ศรีสัชนาลัยบุรีพระยาพังไทวยนทีศรียมนาพี่พระยาทานพังนครไทยแล...เจ้าเมืองไตรตรึงส์ กับด้วยนักปราชญ์ราชกวีมีสกุลพรรณ นั่งลงถวายอัญชุลีพระบาท...พระราชโองการบรมเอาฬารหนักหนาจึงท่านให้ตราพระราชปรชญบติ...ให้ลูกขุนมูลตวานบริวารไพร่ฟ้าทั้งหลาย ถ้วนเมืองเล็กเมื(องใหญ่)...ราชสีมาทั้งหลายนี้ไซร้ กลางเมืองสุโขทัยอันเป็นประธาน กึ่งในเมื(อง)...ทํเนปรเชลียง กำแพงเพชร ทุ่งย้างปากยม สองแคว...” โดยหลักฐานทางโบราณคดีในสมัยสุโขทัยที่พบในเมืองไตรตรึงษ์นี้ ได้แก่ เจดีย์ประธานทรงพุ่มข้าวบิณฑ์หรือทรงยอดดอกบัวตูม ที่วัดวังพระธาตุ (ภาพที่ ๕) และวัดเจดีย์เจ็ดยอด (ภาพที่ ๖) ซึ่งถือเป็นรูปแบบเฉพาะของสถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัย เนื่องจากพบเจดีย์ทรงนี้อย่างแพร่หลายตามหัวเมืองต่าง ๆ หรือที่เกี่ยวข้องในสมัยสุโขทัย เช่น เจดีย์ประธาน วัดเจดีย์เจ็ดแถว เมืองศรีสัชนาลัย เจดีย์ประธาน วัดกะโลทัย เมืองกำแพงเพชร เจดีย์ยุทธหัตถี เมืองตาก และเจดีย์ประธาน วัดเจดีย์ยอดทอง เมืองพิษณุโลก กำหนดอายุราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๐ จากการดำเนินการสำรวจทางโบราณคดี ณ วัดเจดีย์เจ็ดยอดเมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๔ พบหลักฐานทางโบราณคดีบนผิวดิน (surface finds) ในสมัยอยุธยา เช่น ชิ้นส่วนสังคโลกเคลือบเขียว ผลิตจากแหล่งเตาเมืองศรีสัชนาลัย กำหนดอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๑ (ภาพที่ ๗) และชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หมิง มีการตกแต่งภาชนะด้วยการเขียนลายสีน้ำเงินใต้เคลือบ กำหนดอายุพุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๒ (ภาพที่ ๘) ในสมัยรัตนโกสินทร์เมืองไตรตรึงษ์มีฐานะเป็นเมืองบริวารของเมืองกำแพงเพชร ดังปรากฏหลักฐานในสมัยรัชกาลที่ ๓ ปรากฏชื่อ “เมืองไตรตรึงษ์” ในโคลงดั้นเรื่องปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพน ซึ่งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ เมื่อพ.ศ. ๒๓๗๕ โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงพระนิพนธ์ไว้ว่า ที่คอสองเฉลียงพระระเบียงล้อมพระอุโบสถทั้ง ๔ ด้าน เขียนภาพหัวเมืองขึ้นกรุงเทพมหานคร ๔๗๔ หัวเมือง ซึ่งกล่าวถึงเมืองกำแพงเพชรและเมืองไตรตรึงษ์ (ภาพที่ ๙) ความว่า “…เมืองกำแพงเพ็ชร์ เมืองโท ผู้ครองเมืองชื่อออกญารามรณรงคสงครามรามภักดีอภัยพิริยพาหะ ถือศักดินา ๑๐๐๐๐ ขึ้นกรมมหาดไทย… …เมืองโกสามพิน ๑ เมืองบงการบุรี ๑ เมืองโบราณราช ๑ เมืองนาถบุรี ๑ เมืองไตรตรึงค์ ๑ ขึ้นกำแพงเพ็ชร์ ๕ เมือง…” นอกจากนี้เมืองไตรตรึงษ์ยังเป็นเมืองสำคัญที่ได้รับความสนพระราชหฤทัยจากบุรพมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีถึงสองพระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ดังปรากฏหลักฐานการเสด็จพระราชดำเนินมายังเมืองไตรตรึงษ์ และพระราชวินิจฉัยที่ปรากฏในหลักฐานลายลักษณ์อักษรสมัยรัชกาลที่ ๕-๖ ดังต่อไปนี้ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๙ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองกำแพงเพชร และทรงพระราชนิพนธ์ เรื่อง “เสด็จประพาสต้นครั้งที่ ๒” (ตีพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๖๗) ทรงมีพระราชวินิจฉัยเกี่ยวกับเมืองไตรตรึงษ์ความว่า “…เดินจากวังพระธาตุ ไปตามลำน้ำข้างเหนือ ทาง ๒๖ เส้น ถึงคูด้านใต้ของเมืองไตรตรึงษ์ คูนั้นใหญ่กว้างราว ๑๕ วา ลึกลงเสมอพื้นหาดแต่น้ำแห้ง ยืนเข้าไปจนถึงเชิงเทิน หลังเมืองไปมีถนนข้ามเข้าเมืองอยู่กลางย่านด้านใต้ แต่ด้านเหนือไม่มีถนน มีแต่ลำคูมาบัญจบด้านใต้กำหนดเชิงเทินยาวตามลำแม่น้ำ ๔๐ เส้น ยืนเข้าไปทางตวันตกตวันออก ๓๗ เส้นเห็นเปนเมืองใหญ่โตอยู่ พื้นแผ่นดินเปนแลงไปทั่วทั้งนั้น ในท้องคูก็เปนแลงเข้าไปในเมืองหน่อยหนึ่งพบโคก เห็นจะเปนวิหารเจดีย์พังตั้งอยู่เบื้องหลัง ถัดเข้าไปอีกหน่อยหนึ่ง เรียกว่าเจดีย์ ๗ ยอด จะเปนด้วยผู้ที่มาตรวจตราค้นพบสามารถจะถางเข้าไปได้แต่ ๗ ยอด แต่ที่จริงคราวนี้เขาได้ถางดีกว่าที่ได้ถางมาแต่ก่อน จึงได้ไปพบว่ากว่า ๗ คือพระเจดีย์ใหญ่ขนาดพระมหาธาตุริมน้ำอยู่กลาง มีพระเจดีย์ราย ๓ ด้าน วิหารด้านเหนือวางเลอะ ๆ ทำนองนี้…ข้อซึ่งจะโจทย์ สงไสยว่าเปนเมืองไตรตรึงษ์แน่ละฤๅ เพราะมีข้อที่พากันสงไสยว่าเจ้าแผ่นดินลงมาแต่เชียงราย เวลานั้นเมืองกำแพงเพชรก็มีเจ้า เหตุไฉนจะข้ามลงไปสร้างเมืองไตรตรึงษ์ขึ้นในที่ใกล้ห่างกันเพียง ๔๐๐ เส้น ความที่เดาว่าเมืองกำแพงเพชรมีเจ้าอยู่ในเวลานั้น น่าจะเดาจากบาญชีเมืองประเทศราชครั้งแผ่นดินพระเจ้าอู่ทอง ในท้องเรื่องที่ว่าเจ้าเชียงรายยกลงมา ไม่ได้กล่าวว่าตีเมืองกำแพงเพชร ไปตั้งเมืองแปบเปนเมืองไตรตรึงษ์ ทีเดียวจึงเกิดสงไสย ที่จริงคงจะได้เมืองกำแพงเพชรแล้ว แต่หากจะย้ายไปสร้างเมืองใหม่ ให้เปนเกียรติยศฤๅด้วยความขัดข้องประการใด เมืองกำแพงเพชรที่อยู่ฝั่งตวันออก คงจะเกี่ยวดองฤๅอยู่ในอำนาจเมืองสวรรคโลก ศุโขไทย พิศณุโลก จึงตั้งฝั่งทางที่เปนแผ่นดินเดียวกัน ถ้าพวกเชียงรายจรมาจะไปตั้งฝั่งตวันตกก็จะได้ เพราะถูกต้องความในจดหมาย ว่าข้ามแม่น้ำโพไปตั้งฝั่งตวันตกเมืองกำแพงเพชร เห็นจะเปนเมืองไตรตรึงษ์แน่...” เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๘ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จประพาสเมืองกำแพงเพชร เมื่อคราวเสด็จกลับจากมณฑลพายัพ และทรงพระราชนิพนธ์ “ลิลิตพายัพ” (ตีพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๗๒) ทรงมีพระราชวินิจฉัยเกี่ยวกับโบราณสถานในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงตำบลไตรตรึงษ์ ความว่า “… ๏ เรือเดิรจนจวบใกล้ เวลา เที่ยงแฮ จึงจอดท่าหน้าอา วาสไซร้ ตำบลวังพระธาตุรา ชาเสด็จ ทอดพระเนตร์เมืองเก่าใกล้ ที่นี้ในดง ฯ ๏ เทพนครเมืองเก่านี้ ตามนิยม เรียกนา อีกว่าท้าวแสนปม ธ สร้าง แต่ดูร่องรอยผสม กับเรื่อง ชะรอยจะเป็นค่ายร้าง แต่ครั้งธนบุรี…” เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๐ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จประพาสเมืองกำแพงเพชร และทรงพระราชนิพนธ์หนังสือ เรื่อง “เที่ยวเมืองพระร่วง” (ตีพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๕๑) ทรงมีพระราชวินิจฉัยเกี่ยวกับเมืองไตรตรึงษ์ความว่า “…เดินทางสัก ๒ ชั่วโมงก็ถึงที่ตำบลวังพระธาตุ ที่นี้มีที่ซึ่งราษฎรตามแถบนี้เรียกว่าเมืองตาขี้ปม เมื่อไปครั้งหลังนี้ข้าพเจ้าหาได้ขึ้นไปดูไม่ เพราะได้ขึ้นไปดูเมื่อแต่ครั้งเดินทางกลับจากมณฑลพายัพเมื่อ ร.ศ.๓๘ ๑๒๔ นั้นแล้ว ที่เรียกว่าเมืองนั้น มีคูและเทินดิน แบ่งเปน ๓ ตอน มีเจดีย์ร้างอยู่ในที่นั้นแห่งหนึ่ง ข้าพเจ้าได้ตรวจดูตลอดแล้วสันนิฐานเปนค่ายเก่า แต่จะเปนค่ายครั้งใดก็เหลือที่จะกำหนดลงมาเปนแน่นอนได้ แต่เหนว่าภูมิฐานไม่เปนเมือง การที่เรียกกันว่าเมืองตาขี้ปมนั้น น่าจะเปนเรื่องที่คิดผสมเข้าภายหลัง…” ปัจจุบันเมืองไตรตรึงษ์ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๗๕ ตอนที่ ๔๕ วันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๑ ตามประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ โดยกำหนดเขตพื้นที่เมืองไตรตรึงษ์ และโบราณสถานที่อยู่ภายในบริเวณกำแพงและคูเมือง ตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมืองกำแพงเพชร (ภาพที่ ๑๐) เพื่ออนุรักษ์สำหรับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันสำคัญของจังหวัดกำแพงเพชรและประเทศไทยสืบไป เอกสารอ้างอิง “ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ.” ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม ๗๕ ตอนที่ ๔๕. (๑๐ มิถุนายน ๒๕๐๑): ๑๗๐๐. กรมศิลปากร. ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ (พิมพ์ครั้งที่ ๓). กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๑๗. กฤษฎา พิณศรี, ปริวรรต ธรรมาปรีชากร และสว่าง เลิศฤทธิ์. ศิลปะเครื่องถ้วยในประเทศไทย (พิมพ์ครั้งที่ ๒). กรุงเทพฯ: โอสถสภา, ๒๕๓๙. จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. พระราชนิพนธ์เรื่องเสด็จประพาศต้นครั้งที่สอง. พระนคร: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร, ๒๔๖๗. ตรี อมาตยกุล. “เมืองโบราณที่ตำบลพงตึก” ศิลปากร ๑, ๑ (มิถุนายน ๒๔๘๐): ๗๓-๘๖. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร. นำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร. สุโขทัย: สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย กรมศิลปากร, ๒๕๕๗. มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. เที่ยวเมืองพระร่วง. พระนคร: โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ, ๒๔๕๑. . ลิลิตพายัพ. พระนคร: โรงพิมพ์หนังสือพิมพ์ไทย, ๒๔๗๒. เมลดา มณีโชติ. “ก่อนประวัติศาสตร์...ก่อนกำแพงเพชร.” ใน ประวัติศาสตร์เมืองกำแพงเพชร. (๒๖-๔๒). สันติ อภัยราช (บรรณาธิการ). พิมพ์ครั้งที่ ๒. กำแพงเพชร: จังหวัดกำแพงเพชร กระทรวงมหาไทย, ๒๕๖๗. ยอร์ช เซเดส์. ตำนานอักษรไทย ตำนานพระพิมพ์ การขุดค้นที่พงตึกและความสำคัญต่อประวัติศาสตร์สมัยโบราณแห่งประเทศไทย ศิลปะไทยสมัยสุโขทัยราชธานีรุ่นแรกของไทย. กรุงเทพฯ: องค์การค้าของคุรุสภา, ๒๕๐๗. ศักดิ์ชัย สายสิงห์. เจดีย์ในประเทศไทย : แนวคิด คติการสร้าง พัฒนาการทางรูปแบบ และการวิเคราะห์ทางประวัติศาสตร์. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๘. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร. จารึกทำเนียบหัวเมืองและผู้ครองเมือง ทิศเหนือ (เมืองกำแพงเพ็ชร์). [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๘, จาก: https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/10635. สฤษดิ์พงศ์ ขุนทรง. ทวารวดี ประตูสู่การค้าบนเส้นทางสายไหมทางทะเล. กรุงเทพฯ: ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๘. สำนักหอสมุดแห่งชาติ. ประชุมจารึก ภาคที่ ๘ จารึกสุโขทัย. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๔๘. (พิมพ์ในงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัววันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี วันที่ ๑๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗). ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามเพชร. รายงานการบูรณะโบราณสถานเมืองไตรตรึงษ์ โครงการขุดลอกคูเมืองและปรับภูมิทัศน์เมืองไตรตรึงษ์ ตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร. สุโขทัย: สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย กรมศิลปากร, ๒๕๕๘. (เอกสารอัดสำเนา). อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย. การศึกษาทางโบราณคดีเพื่อจัดลำดับอายุสมัยของแหล่งศิลปกรรมเมืองสุโขทัยปีงบประมาณ ๒๕๖๑. สุโขทัย: สำนักศิลปากรที่ ๖ สุโขทัย กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม, ๒๕๖๑. Picard, Charles. “La Lampe alexandrine de P'ong Tuk (Siam)” Artibus Asiae 18, 2 (1955): 137-149. อ้างถึงใน ยอร์ช เซเดส์. ตำนานอักษรไทย ตำนานพระพิมพ์ การขุดค้นที่พงตึกและความสำคัญต่อประวัติศาสตร์สมัยโบราณแห่งประเทศไทย ศิลปะไทยสมัยสุโขทัยราชธานีรุ่นแรกของไทย. กรุงเทพฯ: องค์การค้าของคุรุสภา, ๒๕๐๗. Robert L. Brown, Anna M. Macdonnell. “The Pong Tuk Lamp: A Reconsideration” Journal of the Siam Society 77,2 (1989): 9-20. Smart Museum. ตะเกียงโรมัน. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๘, จาก: https://smartmuseum-v2.finearts.go.th/3d_object/. Thongaram, Bundit. “Sangkhalok of Si Satchanalai: From Local Kilns of Thai Ceramic Products to Asia.” In Ancient Maritime Cross-cultural Exchanges: Archaeological Research in Thailand. (pp. 192-207). Amara Srisuchat & Wilfried Giessler (Eds.). Bangkok: The Fine Arts Department, 2019. ภาพประกอบ ภาพที่ ๑ ภาพถ่ายทางอากาศบริเวณเมืองโบราณไตรตรึงษ์ พ.ศ. ๒๕๑๗ (ที่มาภาพ : กรมแผนที่ทหาร) ภาพที่ ๒ ชิ้นส่วนตะเกียงดินเผา พบที่เมืองโบราณไตรตรึงษ์ (ที่มาภาพ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร, ตะเกียง, ๒๕๕๗.) ภาพที่ ๓ ตะเกียงโรมัน พบที่แหล่งโบราณคดีพงตึก จังหวัดกาญจนบุรี (ที่มาภาพ : Smart Museum, ตะเกียงโรมัน, ๒๕๖๐, จาก: https://smartmuseum-v2.finearts.go.th/3d_object/) ภาพที่ ๔ จารึกกฎหมายลักษณะโจร (พ.ศ. ๑๙๔๐) (ที่มาภาพ : สำนักหอสมุดแห่งชาติ, จารึกกฎหมายลักษณะโจร, ๒๕๔๘) ภาพที่ ๕ เจดีย์ประธานทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หรือทรงดอกบัวตูม วัดวังพระธาตุ พ.ศ. ๒๔๔๙ (ที่มาภาพ : สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร) ภาพที่ ๖ เจดีย์ประธาน วัดเจดีย์เจ็ดยอด (ที่มาภาพ : รายงานการบูรณะโบราณสถานเมืองไตรตรึงษ์ โครงการขุดลอกคูเมือง และปรับภูมิทัศน์เมืองไตรตรึงษ์ ตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร, ๒๕๕๘) ภาพที่ ๗ ชิ้นส่วนสังคโลกเคลือบเขียว ผลิตจากแหล่งเตาเมืองศรีสัชนาลัย พบที่วัดเจดีย์เจ็ดยอด เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ ภาพที่ ๘ ชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หมิง พบที่วัดเจดีย์เจ็ดยอด เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ ภาพที่ ๙ จารึกทำเนียบหัวเมืองและผู้ครองเมือง ทิศเหนือ (เมืองกำแพงเพ็ชร์).พบที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามฯ (ที่มาภาพ : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร, จารึกทำเนียบหัวเมืองและผู้ครองเมือง ทิศเหนือ (เมืองกำแพงเพ็ชร์), ๒๕๕๕, จาก: https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/10635) ภาพที่ ๑๐ แผนผังเมืองไตรตรึงษ์ท้ายประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ (ที่มาภาพ : “ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ.” ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม ๗๕ ตอนที่ ๔๕. (๑๐ มิถุนายน ๒๕๐๑): ๑๗๐๐.) |
||
|
6
หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / ผู้กำกับคนใหม่ ในขณะขุนพันธ์ฯกำลังขนสัมภาระเข้าโรงแรมนิตยประภา ทันนั้น
เมื่อ: ธันวาคม 30, 2025, 09:50:02 am
|
||
| เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach | ||
|
ผู้กำกับคนใหม่
ในขณะขุนพันธ์ฯกำลังขนสัมภาระเข้าโรงแรมนิตยประภา ทันนั้นเองมีเสียงปืนดังขึ้นที่หน้าโรงแรมเหมือนเป็นการต้อนรับผู้กำกับคนใหม่ ขุนพันธ์ฯเข้าใจว่าถูกท้าทายจึงวิ่งขึ้นบันไดไปเอาปืนลงมา เดิมนั้น คุณวินิจ นิตยะประภา(ทนายความ) และคุณชูจิตต์ นิตยะประภา(เป็นนามสกุลพระราชทานเมื่อคราวที่ปู่ของทนายวินิจ คือรองอำมาตย์โท ขุนสุขะสุภา(เปล่ง) ดำรงตำแหน่ง ผู้พิพากษารองศาลจังหวัดสุโขทัย ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ พระราชทานนามสกุล นิตยะประภา Nityaprabha เป็นลำดับที่ ๓๕๙๗ ขุนสุขะสุภา(เปล่ง) ผู้พิพากษารองศาลจังหวัดพิจิตร ทวดชื่อนิด ปู่ชื่อประภา 3/12/16 ขุนสุขะสุภา(เปล่ง) เป็นคนชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ได้ย้ายมาอยู่ที่กำแพงเพชร โดยยึดอาชีพทนายความมาโดยตลอด ในช่วงที่คุณวินิจว่าความอยู่นั้น มีผู้ที่มาติดต่อให้ท่านว่าความเป็นจำนวนมาก และไม่น้อยมาจากต่างจังหวัด ทั้งพ่อค้า ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ขึ้นมาตรวจการ เกิดความเดือดร้อนในเรื่องที่พัก จึงทำให้คุณวินิจ และคุณชูจิตต์ มีแนวคิดที่จะสร้างโรงแรม จึงได้เช่าซื้อที่ดินซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ หาซื้อไม้สักจัดสร้างเป็นโรงแรมขึ้น เป็นอาคารชั้นเดียวพื้นสูง ชื่อ“นิตยะประภา” เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๘๙ และเป็นโรงแรมแห่งแรกของอำเภอเมืองกำแพงเพชร ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๔๘ นายวินิต นางชูจิตต์ ตัดสินใจรื้อถอนโรงแรมนิตะยประภา แล้วนำไม้สักทั้งหมดไปสร้างใหม่ ติดกับโรงแรมจิตต์ประภา(เป็นโรงแรมที่คุณวินัย นิตยะประภา(ทนายความ) บุตรของนายวินิต นางชูจิตต์สร้างขึ้น เมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๘) บริเวณหัวสะพานฝั่งนครชุม แยกเป็น ๒ หลัง ให้กับบุตรชายและหญิง หลังที่ ๑ ชื่อ“ฬฬิฬ เรือนไทยไม้สักทอง” เป็นของนายวิจาร(ทนายความ) นางณัฐสิริ นิตยะประภา หลังที่ ๒ ชื่อ“บ้านพระคุณแม่”(เรือนอาจารย์) เป็นของอาจารย์นิภาพร สุวรรณพงศ์(นิตยะประภา) ดังนั้นโรงแรม“นิตยะประภา” ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งแรกของเมืองกำแพงเพชร สร้างเมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๙ และรื้อถอนเมื่อพุทธศักราช ๒๕๔๘ นับอายุได้ ๖๐ ปี ข้อมูลจาก อ.สันติ อภัยราช) นางถี่เจ้าของโรงแรมเห็นเข้าก็เข้ากอดขุนพันธ์ฯไว้ แล้วพูดว่าไม่ใช่เรื่องของคุณ อย่าออกไป ขุนพันธ์ฯจะสะบัดอย่างไรไม่หลุด แกบอกขุนพันธ์ฯว่า มันเป็นธรรมเนียมของเมืองนี้ ใครจะเมาหรือไม่เมา เมื่ออยากยิงปืนก็ยิงกันได้ตามสบาย ดังนั้นขุนพันธ์ฯได้ไปอาบน้ำ ในคืนนั้นขุนพันธ์ฯนอนคิดหาวิธีปราบปรามผู้ร้ายเมืองกำแพงเพชรให้อยู่ในความสงบโดยรวดเร็ว รุ่งขึ้นวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๔๙๐ เวลา ๐๗.๐๐ น. ขุนพันธ์ฯแต่งเครื่องแบบเรียบร้อยแล้ว สั่งให้เด็กไปเช่าจักรยานมาคันหนึ่งราคา ๒๗ สตางค์ เพื่อให้เด็กขี่พาไปที่ สภ.อ.กำแพงเพชร ส่วนขุนพันธ์ฯขี่จักรยานของตนเอาที่เอามาด้วย วันนั้นไม่มีข้าราชการคนใดทราบข่าวการมาของผู้กำกับคนใหม่ พอเด็กพาไปถึงป่าแห่งหนึ่งก็หยุดนิ่ง พร้อมกับชี้ให้รู้ว่าที่แห่งนี้แหละ “สถานีตำรวจกำแพงเพชร” สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกำแพงเพชร เป็นหน่วยงานตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร ตั้งอยู่ที่ 155 ถนน เทศา 1, ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร กำแพงเพชร 62000 สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกำแพงเพชร มีหน่วยบริการประชาชนในพื้นที่ต่างๆ เช่น หน่วยบริการประชาชนตำบลคลองแม่ลาย, หน่วยบริการประชาชนตำบลไตรตรึงษ์ และสถานีตรวจย่อยตำบลอ่างทอง สภาพ สภ.อ.กำแพงเพชร ที่เห็นเต็มไปด้วยต้นไม้เถาวัลย์ขึ้นปกคลุมจนมิดหลังคา บ้านผู้กำกับพังครืนไปครึ่งหนึ่ง จนนกกระจาบเข้าอาศัยทำรังอยู่เป็นฝูงๆ กระดานป้ายชื่อสถานีตำรวจถูกปลวกกัดจนตกลงมากองอยู่กับพื้นดิน ถนนเข้าสถานีตำรวจที่เคยกว้าง ๕ เมตรมีหญ้าอ้อ หญ้าแขม หญ้าคา ขึ้นปกคลุมจนเป็นซุ้มหนา มีช่องเล็กๆที่คนใช้เป็นทางเข้าออกได้ ขุนพันธ์ฯทิ้งรถจักรยานไว้ข้างนอก แล้วแหวกหญ้าเข้าไป จนน้ำค้างเปียกเสื้อกางเกงหมด พอถึงบันไดสถานีตำรวจ มองเห็นที่ล้างเท้าน้ำแห้งสนิท ข้างบนมีตำรวจนั่งกอดปืนกระดิกเท้าอยู่ สภาพการแต่งกายบ่งบอกเป็นตำรวจถูกต้อง แต่เสื้อผ้าที่สวมใส่ไม่เคยซักแดงเป็นสนิท หมวกแก๊ปสวมไปทาง กระเป๋าเสื้อขาดรุ่งหริ่ง ขุนพันธ์ฯเดินขึ้นไปตรงหน้ายาม ยามยังนั่งมองหน้าเฉย ขุนพันธ์ฯจึงถามว่าเธอเป็นยามใช่ไหม ยามตอบว่าใช่ ขุนพันธ์ฯได้ถามต่อไปว่า เธอรายงานตัวเป็นไหม และเมื่อยามแต่งตัวสวมหมวกถือปืนอย่างนี้ เมื่อผู้บังคับบัญชาขึ้นมาหรือมาพูดด้วยจะต้องทำอย่างไรก่อน ยามตอบว่าไม่ทราบ ขุนพันธ์ฯจึงถามต่อไปว่า เธอเป็นตำรวจมากี่ปีแล้ว เคยฝึกหัดบ้างหรือเปล่า ใครเป็นนายร้อยเวร สิบเวร ต่อไปใครเป็นยาม ทำไมโรงพักรกเต็มไปหมดอย่างนี้ เก้าอี้ก็ล้มหงายบ้าง ตะแคงบ้าง ราวปืนก็มีแต่ราว โรงพักเหมือนโรงร้างมานานปี ยามตอบว่าเป็นตำรวจมา ๒ ปีแล้ว จะปลดเดือนเมษายนปีนี้ ไม่เคยฝึกหัดเลย นายร้อยเวร สิบเวรไม่มี ใครเป็นยามคนต่อไปไม่ทราบ ถึงเวลาเขามาเปลี่ยนกันเอง โต๊ะเก้าอี้ไม่มีใครจัด โรงพักก็ไม่มีคนทำความสะอาด ปืน ดาบปลายปืน กระเป๋ากระสุนปืนของใครก็เอาไปเก็บรักษาไว้ที่บ้าน ที่โรงพักเอาไว้ไม่ได้จะถูกขโมยลักหมด ขุนพันธ์ถามว่า ถ้าสมมุติจะฝึกแถวจะหัดที่ไหน ยามตอบว่าต้องไปหัดตามวัดหรือตามโรงเรียน เพราะที่นั่นมีลานมีสนามเตียนดี ขุนพันธ์ฯได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกสงสาร ประกอบกับเห็นสภาพของโรงพักแล้วก็ยิ่งเศร้าสลดใจ ขุนพันธ์ฯถามเขาต่อไปว่า“เธอรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร แต่งตัวอย่างนี้มียศชั้นไหน” ยามตอบว่าเข้าใจว่าเป็นผู้กำกับมาใหม่ มียศเป็นนายพันตำรวจตรี |
||
|
7
หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / พิบูลสงคราม นามนี้ ที่เรารัก ผูกสมัคร ใจมาเรียน เพียรศึกษา แปดจังหวัด คัดเลือก
เมื่อ: ธันวาคม 11, 2025, 11:56:40 am
|
||
| เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach | ||
|
พิบูลสงคราม นามนี้ ที่เรารัก
ผูกสมัคร ใจมาเรียน เพียรศึกษา หกจังหวัด คัดเลือก แล้วส่งมา จึงพบหน้า เพื่อนรัก ทั้งหญิงชาย รวมเก้าห้อง นักศึกษา กว่าสามร้อย มิใช่น้อย เลยนะ มิตรสหาย บางคนสบ สายตา พาเอียงอาย ผลสุดท้าย ก็เพื่อนกัน นั้นทุกคน โรงอาหาร กว้างใหญ่ ได้จัดสรร กินร่วมกัน หญิงชาย คงได้ผล อิ่มออกมา หน้ายิ้ม อิ่มกมล เพราะกินจน อิ่มหนำ สุขสำราญ ร่มฉำฉา เข้าแถว เคารพธง ต้องยืนตรง ร้องเพลง เร่งประสาน(เสียง) ริมสระน้ำ เดินข้าม ตามสะพาน ซื้อสินค้า คาวหวาน ถ้ามีเงิน ได้ฝึกสอน ทำนา และเกี่ยวข้าว ได้เกี้ยวสาว ฝึกสอน อ้อนสรรเสริญ แต่จบแล้ว ก็ลืมไป อายเหลือเกิน สาวจึงเดิน ก้มหน้า น้ำตาคลอ กิจกรรม กีฬาสี มีให้เชียร์ มีได้เสีย ส่งเสียงแห้ง เลยสิหนอ แห่กระทง รอบตลาด ด้วยสามล้อ(แดง) บางห้องท้อ รถเกือบไหม้ ใจมิดี ชาวบ้านต้อง เอาน้ำ มาช่วยดับ จึงได้กลับ ประกวดนาง(นพมาศ)สำอางศรี บางคนยัง นั่งอยู่ ในที่นี้ ชูมือชี้ ให้เพื่อนชม สมนางงาม งานสมโภช หลวงพ่อพุทธชินราช อภิวาท ด้วยใจ ไตรรัตน์สาม คนมาเที่ยว มากมาย ในทุกยาม ทอดกฐิน เดินแห่ตาม ความช่างรู้ วงดนตรี ของ ว.ค. ก็เล่นเก่ง ได้บรรเลง เพลงวงรำ โค้งเป็นคู่ "ใครรักใคร โค้งใคร ใครรักใครโค้ง ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจ ใครรักใครโค้งออกมารำ ใครรักใครโค้งออกมารำ" สมชาย นทีประสิทธิพร ตัวไม่ได้มา แต่ส่งกลอนมาเลี้ยงรุ่นแทน (หัวหน้าห้อง ก) |
||
|
8
หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / กำหนดการ พบเพื่อนปฺ.กศ. รุ่น ๑๐ และ ป.กศ. สูง รุ่น๖ ๑๓ -๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๘ ณ วนาลี
เมื่อ: ธันวาคม 09, 2025, 10:49:20 pm
|
||
| เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach | ||
|
กำหนดการ พบเพื่อนปฺ.กศ. รุ่น ๑๐ และ ป.กศ. สูง รุ่น๖ ๑๓ -๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๘ ณ วนาลี รีสอร์ท คลองลาน กำแพงเพชร
๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๘ ภาคกลางวัน ๑๐.๐๐ น. เพื่อนจาก จังหวัดต่างๆ ทะยอยมาถึง วนาลี รีสอร์ท คลองลาน สนทนา สังสรรค์ กินของว่าง เมื่ยง กระยาสารท กล้วยไข่ พุทรา และของอื่นๆที่ เพื่อน นำมาฝากกัน ที่ห้องอาหารของวนาลี สันติ จันทินี สมชาย วิบูลย์ วิทยา อนันต์ อุ่่นเรือน นิสิต ธวัช ธีระ มนูญ และเพื่อนชาวกำแพงเพชร ต้อนรับและดูแลเพื่อนๆ แสงทอง มาลินี กัลยา รับรายงานตัว ลงทะเบียน ประสงค์ อดุลย์ ดวงสุวรรณบันทึกภาพ มงคล โฆษกพิธีกร ๑๑.๐๐ น. รับประทาน กลางวันร่วมกัน บะหมี่มั่น เล็กขนมหวาน เฉาก๊วยชากังราว สนทนา สังสรรค์ ๑๔.๐๐น. เข้าที่พัก หรือไปเที่ยวชม น้ำตกคลองลาน ตามสบาย หรือจะอยู่สังสรรค์กันต่อ ตามสะดวก สมบูรณ์ จัดที่พัก สันติ จันทินี เจ้าหน้าที่ รีสอร์ท นำไป ภาคกลางคืน ๑๘.๐๐ น พร้อมที่ห้องประชุม วนาลี รับประทานอาหาร ว่าง โต๊ะจีน โต๊ะละแปดคน ตามอัธยาศัย กัลยา จันทินี แสงทอง มาลินี อุ่นเรือน บริการ เพื่อนๆ จะร้องเพลง รำวง เต้นรำ ตามใจปรารถนา ๑๙.๐๐ น. ชมการแสดงจากเยาวชน ชาวปกากะญอ (กะเหรี่ยงน้ำตก หนึ่งชุด) ร้องรำทำเพลง สนทนา สังสรรค์ ตามสบาย ๑๙.๓๐น. เข้าสู่พิธีการ ฉายพระบรมฉายาลักษณ์พระพันปี มงคล นำที่ประชุม สังสรรค์ เข้าสู่พิธีแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอัน หา ที่สุดมิได้ เสด็จสู่สวรรคาลัย ธ สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ (ยืนแสดงไว้อาลัย ๑ นาที) พิธีกร กล่าวถึง วิทยาลัยครูพิบูลสงคราม สั้นๆ เพื่อรำลึกถึง (สมชาย นที แต่งคำประพันธ์ส่งมาให้) อภิวันท์ อ่านคำประพันธ์ เปิดเพลงมาร์ชพิบูลสงคราม เนื้อเพลงขึ้นจอ ประกอบเสียงร้อง ผู้ร้องนำ มุกดา อภิวันท์ กัลยา จันทินี ชัยวัฒน์ วรรณา สมบูรณ์ อดุลย์ เอมอร วัลลิภา วาสนา และเพื่อนๆ ทุกท่าน (๒ จบ) ๒๐.๐๐ น พิธีกร มงคล เชิญ ชาวกำแพงเพชร ทั้งหมด หน้าเวที และกล่าวแนะนำชื่อ ให้เพื่อนรู้จัก เมื่อจบแนะนำ เชิญสันติ กล่าวต้อนรับ และกล่าวขอบคุณ ผู้มีส่วนให้งานสำเร็จ ไปด้วยดี พิธีกร ผู้เกิดเดือนธันวาคมที่มาร่วมงาน ออกมาหน้าเวที (จันทินีดำเนินการ) กัลยา นำร้อง เพลงอวยพรวันเกิดให้ผู้เกิดในเดือนธันวาคม ๓ ธคทองหล่อ คชสิทธิ์ ๖ ธค จเร พุ่มพฤกษ์ ๑๐ ธค สมชาย นิยม ธรรม ๑๒ธค.วาสนา เจริญวงค์๑๓ ธค. หทัยรัตน์ ทองรัตน์ ๒๐ธค.จูงจิต แพ่งสุภา ๒๔ ธค. สาธนี อินทมานนท์ เชิญหทัยรัตน์ เป่าเทียน (เชิญวิบูลย์ มอบ ของขวัญ จันทินี ธีระ จัดสถานที่และจัดรางวัล) สมชาย (เก้า) อวยพรวันเกิดให้ทุกคนเป็นทางการ อนันต์ (น่วม) จับสลากสามรางวัล และอวยพรวันปีใหม่ ๒๕๖๙ สมบูรณ์ ธีระ ธวัช มนูญ วังเวิล เชิญชวนเพื่อนถ่ายภาพ เป็นรายจังหวัด สันติ สัมภาษณ์ พูดคุย กับ ตัวแทนจังหวัดสั้นๆ เพื่อระลึกถึงความหลัง ที่พิบูล ตอบคำถามแบบนางงาม สัมภาษณ์ พี่กรองแก้ว ถึงความประทับใจ ในการจัดงานครั้งนี้ ๒๐.๓๐ มอบธงให้จังหวัดต่อไป ในปี ๒๕๖๙ สังสรรค์ตามสะดวก ใครใคร่ร้องๆ ใครใคร่เล่น ใครใคร่รำๆ ๒๓.๐๐ น.พักผ่อน ตามอัธยาศัย ไปคุยกันให้หายคิดถึง .............................................. วันอาทิตย์ที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๘ ๗.๐๐ น. เชิญทุกคนมารับประทานอาหารเช้าร่วมกัน ที่ ห้องอาหาร วนาลี รีสอร์ท สนทนา เสวนา ๘.๐๐ น. ทำพิธี ทำบุญถวายสังฆทาน แด่พระภิกษุ ให้แก่ เพื่อนๆและครูอาจารย์ที่เดินทางไปล่วงหน้า รับพรพระ กรวดน้ำ (บุญตรง เจ้าพิธี) พระสงฆ์ (หลวงพ่อประดิษฐ์ สำนักวิปัสสนากรรมฐาน น้ำตกคลองลาน ) มอบ สุดยอดพระเครื่อง ๑ชุด ๓ องค์ คือพระกำแพงซุ้มกอ พระกำแพงลีลา และพระกำแพงนางพญา แก่ เพื่อนๆทุกคน (สันติจัด) ๘.๓๐ น. ถ่ายภาพร่วมกันทั้งหมด (สมบูรณ์ อดุลย์ ประสงค์ ) ช่วยจัดการ เจ้าภาพกำแพงเพชรทุกคน ส่งเพื่อน เดินทางท่องเที่ยว ในจังหวัดกำแพงเพชร และ บริเวณใกล้เคียง ฟลอร่าปาร์ค ห่างที่พัก ๑กิโล น้ำตกคลองน้ำไหล ๖กิโล ชีวิตขนเผ่า ไทยภูเขา มากมายใกล้เคียง เดินทางกลับภูมิลำเนา โดยสวัสดิภาพ .......................... |
||
|
9
หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / แด่ แม่นุช กัญญานันท์ วังนาค สตรีแกร่ง แห่งเมืองกำแพงเพชร
เมื่อ: ธันวาคม 06, 2025, 05:59:14 am
|
||
| เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach | ||
|
ฟ้ามืดมิด เดือนดับ ลับโลกแล้ว เมื่อดวงแก้ว จากลา มหาศาล
สตรีแกร่ง แห่งกำแพง มาแสนนาน แม่ต่อสู้ ชีวิตงาน มานานนม แปดสิบเอ็ด ปียิ่งใหญ่ ในแม่นุช บริสุทธิ์ หรรษา ไม่ขื่นขม ทั้งชีวิต แม่อุทิศ ด้วยชื่นชม คนนิยม ในแม่นุช สุดศรัทธา ถึงเวลา อ่อนหวาน คือที่สุด คุณแม่นุช พูดไพเราะ อย่างหรรษา พบผู้คน ลูกหลาน แม่เจรจา ฉลาดนัก จริยา แม่จริงใจ เมื่อถึงคราว ต่อสู้ ในสิ่งถูก แม่นุชคือ นักปลูก สร้างนิสัย แม่แข็งแกร่ง แข็งกร้าว อย่างเร้าใจ ไม่ยอมแพ้ สิ่งใด ในแผ่นดิน แม่ทำงาน เพื่อสตรี ผู้สูงอายุ บางครั้งดุ แต่ด้วยรัก ยิ่งทรัพย์สิน ตำแหน่งแม่ มากมาย ไร้ราคิน ใครยลยิน ย่อมรัก ย่อมภักดี ถึงเวลา ฟ้าพราก แม่นุชแล้ว ดั่งดวงแก้ว แตกดับ ลับศักดิ์ศรี ถึงจากไป แสนไกล ไร้ชีวี จะหวนหา ในสตรี ไม่มีแล้ว ทุกคนรัก แสนคิดถึง นักต่อสู้ เป็นดั่งครู สอนใจ ในดวงแก้ว ขอแม่นุช หลับสนิท จิตเพริศแพร้ว ยังเป็นแนว ทางสู้ ในผู้คน นางฟ้าดับ ลับล่วง ช่วงชีวิต แม่อุทิศ กายใจ ไม่สับสน แม่นุชคือ นางฟ้า ประชาชน สวรรค์ดล แม่นุช สุดหัวใจ ขอแม่สู่ สรวงสวรรค์ ชั้นดุสิต เทพนิมิตร คุ้มครอง ให้ผ่องใส นักต่อสุ้ เพื่อสังคม นิยมไกล คุณแม่นุช จะอยู่ใน ใจนิรันดร์ สันติ อภัยราช |
||
|
10
หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / === การประชุมคณะกรรมการคัดเลือก “UNSEEN THAI THAI” เสน่ห์วัฒนธรรมทั่วไทย ของจังห
เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2025, 07:59:14 pm
|
||
| เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach | ||
|
=== การประชุมคณะกรรมการคัดเลือก “UNSEEN THAI THAI” เสน่ห์วัฒนธรรมทั่วไทย ของจังหวัดกำแพงเพชร ===
วันจันทร์ที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ น. นายอนุชา พัสถาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคัดเลือก “UNSEEN THAI THAI” เสน่ห์วัฒนธรรมทั่วไทย ของจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อค้นหาและพัฒนา "ทุนทางวัฒนธรรม" ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการคัดเลือก ที่ไม่จำกัดเพียงสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ แต่เป็นการ "ค้นพบไทยใหม่" ผ่านการเจาะลึกมิติของความหมาย เรื่องราว และประสบการณ์ที่ซ่อนอยู่ในวิถีชีวิตและภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวกำแพงเพชร โดยต้องเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่ยังไม่เคยถูกเปิดเผยหรือเข้าใจในเชิงลึกมาก่อน เพื่อนำมาสร้างเป็น "แลนด์มาร์กวัฒนธรรม" ที่ทันสมัยและเข้าถึงง่าย การคัดเลือก "UNSEEN THAI THAI" นี้ เป็นการขับเคลื่อนตามนโยบาย "ไทไทย" ของ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ภายใต้วิสัยทัศน์ "สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทย สู่อนาคตอย่างยังยืน" ซึ่งมุ่งยกระดับเอกลักษณ์ความเป็นไทยดั้งเดิม (Traditional Thai) ผสานความร่วมสมัย (Contemporary Thai) เพื่อให้เกิดการสร้างรายได้จริงจากรากเหง้าวัฒนธรรม (ROOT to RICH) และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน จากการพิจารณาคัดเลือกรายการ "UNSEEN THAI THAI" เสน่ห์วัฒนธรรมทั่วไทย ประจำจังหวัดกำแพงเพชร ประเภทไท-ดั้งเดิม สื่อถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นและวิถีชีวิต คัดเลือก “โบสถ์ศิลาแลงใหญ่แห่งเดียวในโลก” ประเภทไท-ร่วมสมัย สื่อถึงศิลปะและหัตถศิลป์สร้างสรรค์ คัดเลือก “หินอ่อนเมืองพาน (เขาสว่างอารมณ์)” ประเภทไท-ประสบการณ์ สื่อถึงการแสดงและเทศกาลดิจิทัล คัดเลือก “บ้านวุ้งกะสัง” และประเภท ไท-เชื่อมโยง สื่อถึงเครือข่ายการขยายสู่ตลาดโลก คัดเลือก “การแสดงระบำชากังราว และระบำไก่” ซึ่งผลการคัดเลือกสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร จะรายงานไปยังกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อดำเนินการในภาพรวมของประเทศต่อไป ซึ่งคาดว่าจะสามารถส่งเสริม "พลังวัฒนธรรม" ของจังหวัดกำแพงเพชรให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนท้องถิ่นต่อไป ในการนี้ นายอภินันท์ มุสิกะพงษ์ วัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วย นางสาวระวีวรรณ โตวารี ผู้อำนวยการกลุ่มกิจการพิเศษ และข้าราชการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ดำเนินการจัดประชุมฯ โดยมีนายปริญญา ถวัลย์อรรนพ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกำแพงเพชร ว่าที่ร้อยตรีหญิง ศศิวิมล บริบุญวงศ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร ผู้ทรงคุณวุฒิ ส่วนราชการ สถานศึกษา ภาคเอกชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องประชุมทุ่งเศรษฐี ชั้น ๓ ศาลากลางจังหวัดกำแพงเพชร #ไทไทย #UnseenThaiThai #QuickBigWin #กระทรวงวัฒนธรรม #จังหวัดกำแพงเพชร #สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร #สาสน์ศิลป์วัฒนธรรมกำแพงเพชร ขอเชิญกดถูกใจและกดติดตามแฟนเพจของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชรได้ที่ https://www.facebook.com/KPPProvincialCulturalOffice |
||