จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช
สิงหาคม 24, 2026, 11:27:20 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช
ยินดีต้อนรับสมาชิก และผู้เยื่ยมชมทุกๆท่าน
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 08:17:58 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
=== สวจ.กำแพงเพชร ร่วมงานตามรอยเสด็จประพาสต้น พระพุทธเจ้าหลวง ณ เมืองไตรตรึงษ์ น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาสต้นเมืองกำแพงเพชร ===

วันเสาร์ที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๙.๐๐ น.
นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานเปิดงาน “ตามรอยเสด็จประพาสต้น พระพุทธเจ้าหลวง ณ เมืองไตรตรึงษ์” โดยมีนายสุนทร รัตนากร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร นายปริญญา ถวัลย์อรรณพ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกำแพงเพชร นายธนณัช อินทา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร นายวินัย เดชศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไตรตรึงษ์ นายสันติ อภัยราช  ผู้ทรงคุณวุฒิ ส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ครู นักเรียน ประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้าร่วมกิจกรรม ในการนี้ นายอภินันท์ มุสิกะพงษ์ วัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วย นางจันทรา กุลนันทคุณ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม นางสาวรุจิเรข มั่นเมือง หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป ข้าราชการ และพนักงานราชการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด เข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งมอบหมายให้ นางสาวปฐมาภรณ์ จริยวิทยานนท์ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ เป็นพิธีกรดำเนินกิจกรรมด้วย ณ วัดวังพระธาตุ ตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร
สำหรับงาน “ตามรอยเสด็จประพาสต้น พระพุทธเจ้าหลวง ณ เมืองไตรตรึงษ์” องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร ดำเนินการจัดขึ้นภายใต้โครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น “ชากังราว นครแห่งศิลป์” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลไตรตรึงษ์ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร และภาคีเครือข่าย จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงการที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสต้นหัวเมืองทางเหนือ โดยเสด็จทางชลมารคมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่เมืองกำแพงเพชร ซึ่งได้ประทับในเขตเมืองกำแพงเพชร เป็นระยะเวลา ๑๐ วัน ตั้งแต่วันที่ ๑๘ สิงหาคม ถึงวันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๙ โดยเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ได้เสด็จขึ้นฝั่งเขตไตรตรึงษ์ ทรงเยี่ยมชมวัดวังพระธาตุและเมืองโบราณไตรตรึงษ์ แล้วทรงบันทึกเรื่องราวและมีภาพถ่ายปรากฏเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สืบมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้วันที่ ๒๒ สิงหาคมของทุกปี กลายเป็นวันประวัติศาสตร์ของชาวนครไตรตรึงษ์และของประชาชนชาวจังหวัดกำแพงเพชรมาจนถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนภารกิจด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งให้ความสำคัญกับการนำทุนทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของชุมชน มาต่อยอดสู่การเรียนรู้และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน และการจัดงานในปีนี้ยังคงถ่ายทอดเรื่องราวอันทรงคุณค่าของ เมืองโบราณไตรตรึงษ์ เชื่อมโยงประวัติศาสตร์การเสด็จประพาสต้นของรัชกาลที่ ๕ กับวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมและการแสดงที่ช่วยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสเรื่องราวเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ สร้างความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของชาวกำแพงเพชร และยังเป็นอีกหนึ่งกลไกในการประชาสัมพันธ์ เมืองไตรตรึงษ์ ให้เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม และร่วมกันส่งต่อเรื่องราวอันทรงคุณค่าของท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่นสืบไป

#ตามรอยเสด็จประพาสต้นพระพุทธเจ้าหลวงณเมืองไตรตรึงษ์ #ชากังราวนครแห่งศิลป์ #เที่ยวชุมชนยลวิถี #เทิดทูนชาติศาสน์กษัตริย์ #รักษาวัฒนธรรมรักษาชาติไทย #วัฒนธรรมสร้างเศรษฐกิจ #ไทไทย #วัฒนธรรมพร้อมทำทุกอย่าง #กระทรวงวัฒนธรรม #จังหวัดกำแพงเพชร #สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร #สาสน์ศิลป์วัฒนธรรมกำแพงเพชร

ขอเชิญกดถูกใจและกดติดตามแฟนเพจของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชรได้ที่
https://www.facebook.com/KPPProvincialCulturalOffice

 2 
 เมื่อ: วันนี้ เวลา 06:22:36 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
ร่วมสืบสานศาสตร์ศิลป์ถิ่นชากังราว! จัดใหญ่กิจกรรม “ตลาดวัฒนธรรม ย้อนตำนานท้าวแสนปม” ร่วมตามรอยเสด็จประพาสต้น ร.5

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลา 18.00 น. ที่วัดวังพระธาตุ ต.ไตรตรึงษ์ อ.เมือง นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร มอบหมายให้นายสวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานกิจกรรมตลาดวัฒนธรรม ย้อนรอยตำนานท้าวแสนปม ภายใต้โครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบสานศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น “ชากังราวนครแห่งศิลป์” 

นายอภินันท์ มุสิกะพงษ์ วัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชรกล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมพร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ

เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนอย่างยั่งยืน และเป็นการประชาสัมพันธ์งาน “ตามรอยเสด็จประพาสต้น พระพุทธเจ้าหลวง ณ เมืองไตรตรึงษ์”
ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้มาท่องเที่ยวในจังหวัดกำแพงเพชรเพิ่มมากขึ้น เป็นการสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นในชุมชน

โดยมีนายวินัย เดชศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไตรตรึงษ์ คณะผู้บริหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลไตรตรึงษ์ อาจารย์สันติ อภัยราช ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวัฒนธรรมฝเจ้าหน้าที่ พี่น้องประชาชนตำบลไตรตรึงษ์ ให้การต้อนรับและเข้าร่วมกิจกรรมฯ

 3 
 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2026, 09:12:19 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
ฮืมฮืม??อีกหนึ่งปูชนียบุคคลแห่งวงการศิลปวัฒนธรรมกำแพงเพชร“ครูสันติ อภัยราช”

ฮืมฮืม??แม้ก้าวผ่านวัยเกษียณมาเนิ่นนาน แต่หัวใจของคนทำงานศิลปะไม่เคยเกษียณตามวัย

ฮืมฮืม??ครั้งนี้อาจารย์ได้ทุ่มเททั้ง การประพันธ์บท และเป็นที่ปรึกษาด้านการกำกับการแสดง ในการแสดงแสง สี เสียง“120 ปี พระบารมีปิยมหาราชเจ้าปกเกล้าชาวนครไตรตรึงษ์”

ฮืมฮืม??สิ่งที่เราชื่นชมที่สุด คือความคล่องแคล่ว ความละเอียด ทุกถ้อยคำ ทุกคำแนะนำ ล้วนมาจากประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดชีวิต

ฮืม?วัยอาจเกษียณจากหน้าที่
แต่หัวใจของศิลปิน…ไม่เคยเกษียณจากการสร้างคุณค่า

ขอชื่นชมและคารวะอาจารย์สันติ อภัยราช จากหัวใจครับ ฮืมฮืม??

#120ปีพระบารมีปิยมหาราชเจ้า
#เสด็จประพาสต้น
#นครไตรตรึงษ์
#ศิลปวัฒนธรรกำแพงเพชร
#แดนซ์เธียเตอร์ออร์แกไนซ์เซอร์

 4 
 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2026, 05:59:35 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
17/8/69  สวจ.กำแพงเพชร จัดการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรมจังหวัดกำแพงเพชร ครั้งที่ ๓/๒๕๖๙ พิจารณารับรองผลการประเมินชุมชน องค์กร อำเภอคุณธรรม พร้อมเลือกชุมชน องค์กร อำเภอคุณธรรมต้นแบบโดนเด่น ===

วันจันทร์ที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๙  เวลา ๑๓.๓๐ น. นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร มอบหมายให้ นายอภินันท์ มุสิกะพงษ์ วัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรมจังหวัดกำแพงเพชร ครั้งที่ ๓/๒๕๖๙ โดยมีคณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรมจังหวัด นำโดย ว่าที่ร้อยตรีหญิง ศศิวิมล บริบุญวงศ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดกำแพงเพชร นายสันติ อภัยราช นายไพโรจน์ พลาพล ผู้ทรงคุณวุฒิ ส่วนราชการ สภาวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ในการนี้ นางสาวระวีวรรณ โตวารี ผู้อำนวยการกลุ่มกิจการพิเศษ ข้าราชการ และบุคลากรสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ดำเนินการจัดประชุม ณ ห้องประชุมทุ่งเศรษฐี ชั้น ๓ ศาลากลางจังหวัดกำแพงเพชร
ด้วยคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติได้จัดทำ “แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐)" ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ โดยมีเป้าหมายให้ “คนไทยมีพฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรม ๕ ประการ “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู” มุ่งสู่สังคมคุณธรรมที่คนไทยอยู่ร่วมกันด้วยความสมานฉันท์ ภายใต้หลักธรรมทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม และประเทศไทยปลอดทุจริตและประพฤติมิชอบ” โดยหนึ่งในกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนคุณธรรมให้เกิดผลเป็นที่ประจักษ์ในทุกพื้นที่ คือส่งเสริมให้ชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัด มีส่วนร่วมพัฒนาตนเองตามหลักเกณฑ์การประเมิน ๓ ระดับ คือ ระดับส่งเสริมคุณธรรม ระดับพัฒนาคุณธรรม และระดับคุณธรรมต้นแบบ รวมทั้งส่งเสริมการยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรที่มีคุณธรรมหรือทำความดี ซึ่งจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการพัฒนาชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดให้ก้าวไปสู่ระดับคุณธรรมต้นแบบเพิ่มมากขึ้น
ภายในที่ประชุมได้มีการรายงานผลการขับเคลื่อนกิจกรรมการส่งเสริมคุณธรรม ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ รายงานผลการขับเคลื่อนการประเมินจังหวัดคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ รายงานผลการขับเคลื่อนโครงการเสริมหนุนกลไกเครือข่ายทางสังคม เพื่อการขับเคลื่อนจังหวัดคุณธรรม (จังหวัดกำแพงเพชร) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ รายงานผลการคัดเลือก “คนดีศรีจังหวัด” ของจังหวัดกำแพงเพชร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ และได้มีการพิจารณารับรองผลการประเมินชุมชน องค์กร อำเภอคุณธรรม ซึ่งคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๖๗ เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๗ มีมติมอบกรมการศาสนาในฐานะสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินงานด้านการประเมินชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ตามเกณฑ์และแนวทางที่กำหนด ผ่านการประเมินใน ๙ ขั้นตอน และแบ่งออกเป็น ๓ ระดับดังกล่าว และการพิจารณาคัดเลือกชุมชน องค์กร อำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ที่ประชุมได้พิจารณาคัดเลือกชุมชนคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น องค์กรคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น และอำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น เพื่อรายงานไปยังคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติเพื่อรับทราบและให้ความเห็นชอบต่อไป

#จังหวัดคุณธรรม #อำเภอคุณธรรม #องค์กรคุณธรรม #ชุมชุนคุณธรรม #แผนส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ #สังคมคุณธรรม #คุณธรรม5ประการ #พอเพียงวินัยสุจริตจิตอาสากตัญญู #คนกำแพงเพชรมีวินัยใฝ่สุจริตมีจิตอาสา #คนดีมีพื้นที่ยืน #ความดีมีพื้นที่ในสังคม #เทิดทูนชาติศาสน์กษัตริย์ #รักษาวัฒนธรรมรักษาชาติไทย #ไทไทย #วัฒนธรรมพร้อมทำทุกอย่าง #กระทรวงวัฒนธรรม #กรมการศาสนา #จังหวัดกำแพงเพชร #สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร #สาสน์ศิลป์วัฒนธรรมกำแพงเพชร

 5 
 เมื่อ: กรกฎาคม 25, 2026, 05:23:43 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
                                                                  การแสดงแสงเสียงประกอบจินตนาการ
                                                เรื่อง หนึ่งร้อยยี่สิบปี พระบารมี  ปิยมหาราชเจ้า ปกเกล้า ชาวนครไตรตรึงษ์
      วันอังคารที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๙ ณ วัดวังพระธาตุ  นครไตรตรึงษ์  จังหวัดกำแพงเพชร  เวลา ๑๙๐๐ น.
                                                                        รวม  ๖๐นาที

                                                              .................................................
ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ ทุกท่าน องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลนครไตรตรึงษ์ โรงเรียนนครไตรตรึงษ์  และประชาชนชาวนครไตรตรึงษ์  ยินดีต้อนรับทุกท่าน เข้าสู่การแสดงแสงเสียงประกอบจินตนาการ       เรื่อง หนึ่งร้อยยี่สิบปี พระบารมี  ปิยมหาราชเจ้า ปกเกล้า  ชาวนครไตรตรึงษ์   
 ในเดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๔๙      พระพุทธเจ้าหลวง พระปิยมหาราช เสด็จประพาสต้น เมืองกำแพงเพชร ๑๐ วัน คือตั้งแต่วันที่ ๑๘ สิงหาคม ถึงวันที่ ๒๗ สิงหาคม พุทธศักราช  ๒๔๔๙  ทรงโปรดที่จะท่องเที่ยวและเยี่ยมเยือนทุกข์สุข อาณาประชาราษฎร์  เมืองกำแพงเพชรมากที่สุด และวันนี้  ในอดีตคือวันที่ ๒๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๔๙ ทรงเสด็จ ประพาสต้น ขึ้นทอดพระเนตร วัดวังพระธาตุ และ นครไตรตรึงษ์ นครแห่งองค์อัมรินทร์แห่งนี้ ทรงบันทึกเรื่องราวของเมืองประวัติศาสตร์ นครไตรตรึงษ์ไว้อย่างละเอียดที่สุด ทำให้เราเห็นภาพของเมืองนครไตรตรึงษ์  ในอดีตและได้เกิดจินตภาพ อย่างชัดเจน ลึกซึ้ง และภาพแห่งความทรงจำทั้งหมด จะอยู่ในความทรงจำแห่งชาวเราตลอดไปชั่วนิจนิรันดร์
 ด้วยความเคารพ เพื่อชมการแสดงได้อย่างมีอรรถรส  ขอความกรุณา โปรดปิดไฟในงานทุกจุด ปิดเครื่องมือสื่อสาร และงดการแสดงออกอื่นๆ ทั้งสิ้น
และที่สำคัญที่สุด เพื่อแสดงความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่รักและเคารพอย่างยิ่งของชาวไทยทุกคนขอเชิญทุกท่าน โปรดยืนขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์  (เปิดเพลงสรรเสริญบารมี)
เชิญทุกท่าน ได้เข้าสู่การแสดง แสงเสียง  เรื่อง หนึ่งร้อยยี่สิบปี พระบารมี  ปิยมหาราชเจ้า ปกเกล้า ชาวนครไตรตรึงษ์
 ตามโครงการ ชากังราว นครแห่งศิลป์ ของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร     ณ บัดนี้          
                                                  ..................................................................................




บทนำ  
ณ วัดวังพระธาตุ นครไตรตรึงษ์  ใต้ร่มเงาแห่งมหาเจดีย์ อันสูงตระหง่านตระการตา ในวันที่ ๒๒ สิงหาคม พศ. ๒๕๖๙
เวลาใกล้ค่ำ ชายชรา นำหลานสาวสองคน  มาเที่ยวชมวัดวังพระธาตุ บ้านเกิดของ เด็กทั้งสอง คือ เพชร กับพลอย
 เพชร  คุณตาค่ะ วันนี้คุณครูที่โรงเรียน เล่าให้ฟังว่า พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาสต้น ตำบลนครไตรตรึงษ์ของเรา เพชรอยากให้คุณตา เล่าเรื่องราวและรายละเอียดให้ฟังค่ะ
  พลอย  คุณตาขา พลอยก็อยากฟังค่ะ เรื่องเป็นอย่างไรบ้างคะ ถามใครๆก็บอกว่า  พระพุทธเจ้าทรงโปรดปราน บ้านวังพระธาตุและนครไตรตรึงษ์ของเราอย่างมาก หนูอยากฟังค่ะ
     คุณตา นั่งลงซิ ตาจะเล่าให้ฟัง ดีมากเลยที่หลานทั้งสอง สนใจเรื่องราวของแผ่นดินเกิดของหลาน บ้านวังพระธาตุ และนครไตรตรึงษ์ บ้านเราแห่งนี้ สำคัญมากที่สุดเลยนะ เราควรภูมิใจในบ้านเกิดเมืองนอนของเรา
          เมื่อเดือนสิงหาคม ปีพุทธศักราช ๒๔๔๙ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช  ราษฎรเรียกขานนามพระองค์ว่าพระพุทธเจ้าหลวง เสด็จประพาสต้น เมืองกำแพงเพชร และในวันที่ ๒๒ สิงหาคม คือวันนี้นี่เองนะหลานที่พระองค์เสด็จมาเมืองไตรตรึงษ์ของเรา  ประพาสต้น หมายถึง ทรงมาเยี่ยมเยียนพสกนิกรของพระองค์อย่างใกล้ชิด โดยมิได้นัดหมาย ทรงมาอย่างสามัญชน มิความประสงค์ให้ใครเหนื่อยเพิ่ม ค่ำไหนนอนนั่น เสด็จโดยเรือหางแมงป่อง ภาพจำทั้งหมดได้รับการเล่าขานอย่างประทับใจมาจนทุกวันนี้จ้า
พลอย  น่าสนใจมากเลยค่ะ คุณตาเล่าให้ละเอียดเลยนะค่ะ โชคดีเป็นของหนู ที่ได้ฟังความเป็นมาของบ้านเรา วังพระธาตุและนครไตรตรึงษ์ หนูจะไปเล่าให้เพื่อนๆที่ โรงเรียนฟังต่อค่ะ
เพชร  คุณตา เล่าต่อเลยค่ะพระองค์มาทำไม ทำอะไรบ้าง ทรงประทับใจอะไรในบ้านเราบ้างคะ ยังไม่มีใครเล่าให้ฟังเลยค่ะ
 คุณตา  ก่อนจะเล่า เรื่องพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ เสด็จพระพาสต้น เมืองนครไตรตรึงษ์กำแพงเพชรของพวกเรา ตาจะขอย้อนกลับไปถึงกำเนิดเมืองนครไตรตรึงษ์ และกำเนิดพระเจ้าอู่ทอง ก่อนดีไหม หลานๆจะได้เข้าใจ โดยละเอียดและต่อเนื่องกัน ฟังนะหลาน
เพชร หนูอยากฟังไหมล่ะ หลานทั้งสอง
 พลอย  ดี ดีค่ะ (พร้อมกัน)  คุณตา  
(ตัวละคร  คุณตา  หลานสาวเพขร    หลานสาวพลอย)






องก์ที่ ๑ …สถาปนา นครไตรตรึงษ์   (๑๕ นาที)
…….สายน้ำแม่ปิง ที่ใสสะอาด แลไพศาล ไหลผ่านนครเชียงใหม่ ลงมาทางทิศใต้สู่ ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ที่ยังเป็น ป่า ดงดิบที่ยังไม่มีผู้ใดค้นพบดินแดนสวรรค์อันงดงามและสงบสุข แห่งนี้
…..พระเจ้าพรหม โอรสแห่ง พระเจ้าพังคราชได้ขับไล่ขอมดําจากเหนือลงสู่ใต้ ระยะทางหลายร้อยเส้น มีการต่อสู้กันตลอดเส้นทางขอมดําได้สู้พลางถอยพลาง ผู้คนทั้งสองฝ่ายล้มตาย ราวใบไม้ร่วง ไล่ลงมาจนติดลําน้ำปิงตอนใต้ ขอมดํา ไม่ สามารถหนีไปได้ พากันล้มตายอย่างน่าเวทนาอย่างที่สุด
…..อัมรินทราธิราชเกรงผู้คนจะล้มตาย จนหมดสิ้น…จึงเสด็จมาจากสวรรค์ชั้น ดาวดึงส์ เปิดโลกสวรรค์กับโลกมนุษย์ให้เห็น กัน( เหาะมา) จึงรับสั่งแก่ พระวิษณุกรรมเทพเจ้าแห่ง ช่าง เป็น มธุรสวาจา ว่า
 พระอินทร์… ท่านวิษณุกรรมผู้ทรงไว้ซึ่งเทพเจ้าแห่ง ช่างอันประเสริฐที่สุด โปรดได้ เนรมิตกําแพงเมืองให้สูงตระหง่านและแข็งแกร่งประดุจเพชรกั้น ไม่ให้ ผู้คนทําร้ายซึ่งกันและกันให้สูญเผ่าพันธุ์เถิด
พระวิษณุกรรม   ท่าน เทพเจ้า ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ ด้วยอำนาจแห่งความดีงาม และ ความซื่อสัตย์ ขอบันดาลให้เกิดกำแพงที่ยิ่งใหญ่ขวางกั้นมิให้มนุษย์สองเผ่าพันธุ์ ได้เข่นฆ่ากันให้เป็นบาปกรรม สืบต่อไป
.............ทันใด…เกิดกําแพงศิลาแลงอันมหัศจรรย์ขวางกั้นมิให้ทั้งสองฝ่ายประหัตถ์ ประหาร กัน…พระเจ้าพรหมจึง ยกกองทัพ กลับบ้านเมือง……
         พระเจ้าชัย ศิริโอรสพระเจ้าพรหม อพยพไพร่พล เพื่อตั้งราชธานีแห่งใหม่ รอนแรมมาแรมเดือน     มาถึงดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้จึงท้าวสักกะเทวราชแปลงเกายาเป็นพระดาบส มายืนอยู่ตรงหน้า ช้างพระที่นั่งทูลว่า “ดูกรมหาราชเจ้า พระองค์อย่าได้เสด็จไปที่อื่นเลย  จงประทับณที่นี้เถิดปัจจามิตรข้าศึกไม่สามารถจะติดตามมาถึงที่นี่ได้ จงสร้างพระนครขึ้นที่นี่เถิด”
พระเจ้าชัยศิริ     แผ่นดินนี้ อุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก มีลำน้ำปิงไหลผ่าน ข้าวปลา อาหาร อุดมสมบูรณ์ชัยภูมิเหมาะยิ่งนัก เหมาะกับการสร้างพระนคร ดังคำสำคัญของพระดาบส  ข้า จึงขอประกาศ   สถาปนา ให้พระนครแห่งนี้ มีนามว่าพระมหานครไตรตรึงษ์....................ขอให้ชื่อพระนครแห่งนี้ สถิตอยู่ชั่วกัลปาวสาร       แรกสถาปนานครไตรตรึงษ์ ขึ้น เมื่อปีพุทธศักราช ๑๕๔๘

(ระบำไตรตรึงษ์ เฉลิมฉลองพระนคร)
ตัวละคร
 ๑ พระเจ้าพรหม ทหารเอก 4 คน ทหารขอม 30 คน ทหารพระเจ้าพรหม30คน พระอินทร์ พระวิษณุกรรม พระดาบส
๒.พระเจ้าชัยศิริ  มเหสี   สนม กํานัล ทหารเอก 4 คน (เดิม) ทหาร 60 คนเดิม พระดาบส
๓ ระบำไตรตรึงษ์ ๕- ๙ คน
จบองค์ที่ ๑ ปิดไฟ
คุณตา  เป็นไงบ้างหลาน นครไตรตรึงษ์ของเราไม่ธรรมดานะ ผู้สร้างคือพระอินทร์เชียวล่ะ และมีอายุกว่าพันปีแล้ว เราภูมิใจในบ้านเมืองของเราไหม
เพชร เพิ่งทราบค่ะคุณตา มหัศจรรย์มากเลยค่ะ มีพระอินทร์ด้วย เป็นที่มาของคำว่า นครไตรตรึงษ์ใช่ไหมค่ะคุณตา
พลอย  เมืองที่พระอินทร์สร้างอยู่ตรงไหน ค่ะ คุณตา ปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง  หนูอยากเห็นว่าจะมหัศจรรย์ เพียงใด
คุณตา  พรุ่งนี้ หลังโรงเรียนเลิก ตาจะพาไปชมให้จุใจเลย หลานรักทั้งสองของตา  
               หลานๆ เคยได้ยินเรื่องท้าวแสนปมไหม ที่มีศาลที่เชิงสะพาน ข้ามแม่น้ำปิง ไปฝั่งเทพนครนะ เป็นตำนานที่ได้รับการยกย่องจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมให้เป็นมรดกภูมิปัญญาของชาติเชียวนะ และเล่ากันว่า เป็นต้นกำเนิดพระเจ้าอู่ทอง ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา เลยนะหลาน
เพชร พลอย  เรื่องท้าวแสนปม สำคัญต่อบ้านเรามากเชียวนะ ค่ะ หนูอยากฟังต่อค่ะ (พร้อมกัน)

องก์ ที่ ๒ ตำนานท้าวแสนปม กำเนิดพระเจ้าอู่ทอง  (๑๕ นาที)
          ที่นครไตรตรึงษ์ มีตำนานเล่าขานต่อๆกันมาว่า มีชายหนุ่ม รูปร่าง ประหลาดคนหนึ่ง มีปุ่มปม เต็มตัว  ถูกลอยแพ ตามแม่น้ำปิง มาถึง หน้านครไตรตรึงษ์  ติดอยู่ที่เกาะขี้เหล็ก ชายคนนั้น ขึ้นอาศัยบนเกาะ  ชาวบ้านเห็นชายหนุ่มนั้น จึงพากันเรียกว่าแสนปม ตามที่เห็น และเรียกเกาะขี้เหล็กว่า เกาะแสนปม ในกาลต่อมา  แสนปม ได้ ทำการปลูกกระท่อม และปลูกผักสวนครัว เลี้ยงชีวิต  มะเขือพร้าว เป็นพืชที่แสนปม ปลูกไว้จำนวนมาก มะเขือพร้าว มีผลขนาดใหญ่ มีสีขาวนวล งามมาก มีต้นหนึ่งแสนปมที่ปลูกไว้ข้างบันไดกระท่อม แสนปม ปัสสวะรดทุกเช้า  จึงมีผลโตสวยงาม ขนาดใหญ่กว่าทุกต้นในสวนนั้น.........
     จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว พระนครไตรตรึงษ์ ว่า มะเขือพร้าว บนเกาะปมนั้นงามนัก มีผลขนาดใหญ่เป็นที่มหัศจรรย์ แก่ผู้พบเห็น .....ข่าวลือ ไปถึงพระกรรณของ พระนางอุษา พระราชธิดาผู้เลอโฉม ของ กษัตริย์แห่งนครไตรตรึงษ์
นางอุษา   พระพี่เลี้ยง ทั้ง ๔  เราได้ข่าวลือว่า ที่เกาะปม มีมะเขือพร้าวผลใหญ่ เป็นที่มหัศจรรย์ยิ่งนัก เราใคร่จะเห็น และอยากเสวยด้วย พี่ทั้งสี่ พาเราไปชมสวนมะเขือพร้าวที่เกาะแสนปม ได้หรือไม่
พระพี่เลี้ยง   พี่ว่าต้องไปทูลขออนุญาต จากเสด็จพ่อ เสด็จแม่ ของ พระราชธิดา ก่อน เราจึงไปได้เพค่ะ มิฉนั้น พระองค์ทรงพิโรธ แน่ๆ เพราะ ทั้งสองพระองค์ทรงห่วงและหวงพระราชธิดา ยิ่งนัก นะเพค่ะ
ณ ที่ในพระราชฐาน ชั้นในพระเจ้านครไตรตรึงษ์ และพระมเหสี เสด็จออก ขุนนางและมหาดเล็ก สนมกำนัล เข้าเฝ้าเต็มท้องพระโรง พระนางอุษา และพระพี่เลี้ยง เข้าเฝ้าอยู่ด้วย  เมื่อว่าราชการเรียบร้อยแล้ว  นางอุษาเสด็จเข้าไปใกล้ แล้วทูลขอพระราชทานบรมราชานุญาต
นางอุษา   เสด็จพ่อเสด็จแม่เพค่ะลูกขออนุญาตไปประพาสนอกพระนคร  เพื่อชมสวน ในเกาะแสนปม      หน้าเมืองใกล้แค่นี้เพค่ะ จะรีบไปรีบกลับ ไม่ให้ทั้งพระองค์เป็นห่วง เพค่ะ
พระเจ้าไตรตรึงษ์  อย่าไปเลยลูก พ่อเป็นห่วง ลูกยังไม่เคยออกนอกพระนครเลย   ลองถามแม่ ดูสิว่ามีความเห็นประการใด จะให้ไปไหม ลูกรักของพ่อ
นางอุษา   เสด็จแม่เพค่ะ ลูกขออนุญาต ไปกับพระพี่เลี้ยง ทั้ง๔ และ ทหารคุ้มกัน สัก สี่คน ลูกอยากชมบ้านเมืองและประชาราษฎรของเราด้วยเพค่ะเสด็จแม่อนุญาต นะเพค่ะ ลูกอยากไปเพค่ะ
พระมเหสี   เมื่อลูกอยากไปเยี่ยมพสกนิกร ของเรา แม่ก็อนุญาต  พระพี่เลี้ยง และทหารทั้ง ๔ ดูแลลูกเราให้ดี อย่าให้มีภยันตรายใดๆแก่ลูกของเรา ไปเถิดลูก
พระพี่เลี้ยงและ  ทหารทั้ง ๔    กราบทูลพร้อมกันว่า    พระพุทธเจ้าข้า กระหม่อมฉัน จะพิทักษ์พระธิดา ด้วยชีวิต ของกระหม่อมฉันพระพุทธเจ้าข้า  (ปิดไฟ)
ที่เกาะแสนปมพระธิดา เดินทอดพระเนตร เห็นมะเขือพร้าว ดกผลใหญ่ งดงามดังคำร่ำลือ  แสนปมเข้าเฝ้า ถวายมะเขือพร้าว ผลที่งามที่สุด ในสวน หลายผล
พระธิดา       เราขอบใจเจ้ามาก เจ้าแสนปม  ที่ถวายมะเขือพร้าวแก่ เรา เราจะนำไปทำอาหารเสวย ในพระราชวัง เราขอพระราชทาน  หมากให้แก่เจ้าหนึ่งคำ เป็นรางวัลเพื่อตอบแทนน้ำใจของเจ้า   เรากลับแล้วนะแสนปม
แสนปม      ข้าพระพุทธเจ้า ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ทรงพระสิริโฉมงดงาม เกษมสำราญทุกวารเวลา พระพุทธเจ้าข้า
                  (ปิดไฟ)
ในกาลนั้นสัตว์ผู้หนึ่งมีบุญญาธิการ ได้กระทำมามาก มาอุบัติปฏิสนธิในครรภ์พระธิดา ในพระราชวัง ราชฐานชั้นใน ข่าวพระราชธิดา ทรงพระครรภ์  ล่วงรู้ถึง ท้าวไตรตรึงษ์ และพระมเหสี ทรงตรัสให้พระธิดา และพระพี่เลี้ยงเข้าเฝ้า ในราชสำนักส่วนพระองค์
พระเจ้าไตรตรึงษ์    อุษาลูกเรา  ลูกท้องกับใครบอกพ่อมา พ่อจะลากคอมันออกมารับผิดชอบ (สุรเสียงดัง ด้วยความโกรธ)
นางอุษา       ลูกไม่ทราบ เลยเพค่ะ ลูกไม่เคยยุ่งกับชายใดเลย ลงโทษลูกเถิดเพค่ะ ที่ทำให้เสด็จพ่อเสียพระเกียรติ ลูกยอมรับผิดทุกประการ แล้วแต่เสด็จพ่อเห็นสมควรเพค่ะ
พระมเหสี     เสด็จพี่เพค่ะ หม่อมฉัน คิดว่า เทพยดา คงลงมาเกิด เป็นหลานเรา ทรงพระบารมี เสริมพระชะตา  ของพระองค์เพค่ะในกาลข้างอาจเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ใหญ่ ชนะสิบทิศ นะเพค่ะ
พระเจ้าไตรตรีงษ์  เราจะเลี้ยงหลานเราไว้ เมื่อรู้ความ เราจะอธิฐานให้พบพระบิดาที่แท้จริง ของหลานเรา เจ้าอุษาจงดูแลพระครรภ์ของเธอให้จงดี อย่าให้เป็นอันตรายต่อหลานเรา
( ทุกคนกราบ ปิดไฟ)
เมื่อพระราชโอรส รู้ความ พระเจ้าไตรตรึงษ์ ทรงป่าวร้อง  ให้ ผู้ชาย ทั้งใกล้ไกล มาให้พระหลานขวัญเลือก ทรงอธิษฐานจิตว่า ถ้าพระหลานขวัญ รับของจากผู้ใดจะรับผู้นั้น อภิเษก กับพระราชธิดา เป็นพระราชบุตรเขย และยก นครไตรตรึงษ์ให้ครอบครอง
บรรดา กษัตริย์ต่างเมือง ต่างถือ ของดีๆ มาถวายพระราชโอรส ๆไม่รับของ จากใครๆเลย  บรรดาผู้ชายทุกคนที่ปรารถนาจะเป็นราชบุตรเขย ต่างผิดหวังตามๆกัน เมื่อพระราชโอรส มิรับของจากผู้ใดเลย มาถึงตนสุดท้าย แสนปม ถือก้อนข้าวเย็นมาถวาย
พระราชโอรสทรงรับ และเสวยข้าวเย็นนั้น ทำให้พระเจ้าไตรตรึงษ์ ทรงยอม ตามที่พระองค์ อธิษฐานไว้ ด้วยความไม่เต็มพระทัย
(มีผู้แสดง ประกอบการบรรยาย)
แสนปม พานางอุษาและพระราชโอรส  มาอยู่เกาะแสนปม อย่างมีความสุข  เมื่อแสนปม ไปทอดแห ที่คลองขมิ้นหน้าเมือง ทอดเท่าไร ก็ไม่ได้ปลา ได้แต่ขมิ้น ได้ทิ้งขมิ้นไป เหลือติดใต้ท้องเรือ เมื่อกลับมากระท่อม ขมิ้นเหล่านั้นกลายเป็นทองคำ  แสนปมนำทองคำมาทำอู่ให้ลูกนอน  จึงเรียกชื่อลูกว่า อู่ทอง ตามเปลทองที่นอนนั้น ชาวเมืองขนานนามเด็กคนนี้ว่าเจ้าอู่ทอง เช่นกัน
(ปิดไฟ)
กาลต่อมา อัมรินทราธิราช  ประสงค์ที่จะช่วย แสนปม และด้วยบุญญาธิการของเจ้าอู่ทอง ที่จะได้เป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ภายภาตหน้า จึงแปลงกลายเป็นวานร ถือกลอง ใบน้อยลงมาลงมา เมื่อแสนปมหักล้างถางพง วันใด เช้าขึ้น ต้นไม้ที่ถากถางวันวาน กลับตั้งตรง ดังเดิม หลายครั้ง หลายครา แสนปมจึงลอบดู จึงได้ทราบว่า เป็นลิงน้อย ตีกลอง ทำให้ต้นไม้ตั้งขึ้น จึงจับลิงไว้ และลิงได้มอบกลอง วิเศษให้และบอก ว่า ประสงค์สิ่งใดให้อธิษฐานสิ่งนั้นและตีกลอง จะได้ตามที่ปรารถนา ทุกประการ
     จุลศักราช ๖๘๑ ปีมะแม เอกศก  แสนปมจึงตีกลองทิพย์  อธิษฐานให้รูปงาม และเนรมิต มหานครขึ้น เรียกขานราชธานีนั้นว่า เทพมหานคร อยู่ฝั่งตะวันออก ตรงข้ามนครไตรตรึงษ์ และแสนปม สถาปนาตนเอง เป็นกษัตริย์ ทรงพระนามว่าท้าวแสนปม มีนางอุษาเป็นพระมเหสี ส่วนราชโอรส เมื่อขึ้นครองราชย์ ตามตำนานเล่าว่า ไปสถาปนากรุงศรีอยุธยา ขึ้นเป็นราชธานี  ทรงพระนามว่า พระเจ้าอู่ทอง  ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา............................(ยิงพลุ)
ตัวละคร
          ท้าวไตรตรึงษ์  มเหสี    นางอุษา    แสนปม   ๒ ตัว   พี่เลี้ยง ๔ คน    ทหาร ๔ คน เดิม   เจ้าเมืองต่างๆ  สิบคน
ลิง ประชาชน  ๑๐ คน
อุปกรณ์ เปลทอง กลอง  และของที่ เข้าต่างเมืองถือมา มะเขือ ต้น ผลมะเขือ
                                                    จบองก์ที่  ๒

องก์ที่ ๓ พระพุทธเจ้าหลวง เสด็จประพาสต้นกำแพงเพชร  ( ๒๕ นาที)
    คุณตา ทั้งหมดที่ตาเล่ามาคือกำเนิดนครไตรตรึงษ์ และกำเนิดกรุงศรีอยุธยา มีความเป็นพิสดารยิ่งนัก สนุกและได้ความรู้ บ้านเกิดเมืองนอนของเรามากไหม หลานทั้งสอง
     พลอย  สนุกและตื่นเต้น กับ ประวัติศาสตร์หรือตำนานท้าวแสนปม มากเลยค่ะ คุณตาต้องพาเพชรกับพลอยไปชมเมือง ไตรตรึงษ์ นะค่ะ และหนูอยากชมเมืองเทพนครเมือง เนรมิตของพระอินทร์ด้วย เกี่ยวข้องกันอย่างแยกไม่ออกเลยค่ะ
      เพชร  อยากฟังต่อ ถึงตอนพระพุทธเจ้าหลวง เสด็จประพาสต้นนครไตรตรึงษ์ อีกค่ะคุณตา ทำไมพระองค์ทรงให้ความสำคัญแก่นครไตรตรึงษ์มากมายขนาดนั้น
       คุณตา ฟังนะหลาน เมื่อจบแล้วหนูจะรักพระองค์ท่าน อย่างไม่มีเงื่อนไข ตาเป็นมาก่อน เพชรและพลอย ขอให้ตั้งใจฟังให้ดีนะ เรื่องมีอยู่ว่า

พระพุทธเจ้าหลวง ทรงเริ่มออกเดินทางตั้งแต่ วันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๔๔๙  ออกจากพระราชวังสวนดุสิต กรุงเทพ     ๒ ทุ่ม  ถึงตำหนักแพวังหน้า ๕ ทุ่ม ถึงวัดเขมา ๕ ทุ่มครึ่ง      ทรงรอนแรมมาทางเรือ ผ่านเมืองต่างๆ จนกระทั่งเข้าเขตเมืองกำแพงเพชร ในวันที่ ๑๘ เดือนสิงหาคม ๒๔๔๙ ทรงบันทึกในจดหมายเหตุเสด็จ ประพาสต้นครั้งที่ ๒ ณ เมืองกำแพงเพชร ความว่า.................
วันที่ ๑๘ เวลาเช้าโมง ๑ ขึ้นไปถ่ายรูปที่วัดอรุณราชศรัทธารามหลังที่จอดเรือแล้วเดินขึ้นไปเขานอ ระยะ ๘๗ เส้น ตอนนอกเป็นป่าไผ่ แล้วมีสพานข้ามบึงตื้น ๆ ไปขึ้นชายป่าแล้วกลับลงที่ลุ่ม เมื่อเวลาน้ำมาครั้งก่อนท่วม แต่เวลานี้เฉพาะถูกคราวน้ำลด หนทางยังเป็นโคลนเดินยาก จนถึงชานเขาจึงดอน ตามคำเล่ากันว่าเปนเขาซึ่งนางพันธุรัตน์ตามมาพบพระสังข์ มีมนต์มหาจินดาเขียนอยู่ที่แผ่นศิลา (ฉายภาพเสด็จขึ้นทอดพระเนตรเขาหน่อ ประมาณ ๕ ภาพประกอบ)
   วันที่ ๑๙ วันนี้ตื่นสายไป แล้วพระวิเชียรพาคนผมแดงมาให้ดู อันลักษณะผมแดงนั้นเป็นผมม้าแดงอย่างอ่อนหรือเหลืองอย่างแก่ ผมที่แดงนี้มาข้างพันธุ์พ่อ ถ้าผู้หญิงไปได้ผัวผมดำ ลูกออกมาก็ผมดำไปด้วย ผมแดงนั้นเปลี่ยน ๓ อย่าง แรกแดงครั้นอายุมากเข้าก็ดำหม่นลง แก่ก็เลยขาวทีเดียว บอกพืชพันธุ์ว่าทราบว่าตัวมาแต่เวียงจันทน์แต่มาก่อนอนุเป็นขบถ จะได้ตั้งอยู่ช้านานเท่าไรไม่ทราบ พูดเป็นไทยประพฤติอาการกิริยาก็เป็นไทย เฉพาะมีมากอยู่ที่เมืองขาณุ (ฉายภาพคนผมแดง ๓ภาพ)
ออกเรือเวลา ๓ โมงตรง เกือบ ๕ โมงจึงได้ขึ้นเรือเหลืองทำกับข้าว แวะเข้าจอดที่ ๆ ประทับร้อนเพราะระยะสั้นแต่จืดไปไม่สนุก จึงได้ไปจอด หัวหาดแม่ลาด ซึ่งมีต้นไม้ร่ม กินเข้าและถ่ายรูปเล่นในที่นั้นแล้วเดินทางต่อมา หมายว่าจะข้ามระยะไปนอน คลองขลุง แต่เห็นเวลาเย็น ที่พลับพลาตำบลบางแขม นี้ทำดี ตั้งอยู่ที่หาดแลพลับพลาหันหน้าต้องลม จึงได้หยุดพอเวลาบ่าย ๔ โมงตรง อาบน้ำแล้วมีพวกชาวบ้านลงมาหาเล่าถึงเรื่องไปทัพเงี้ยว เวลาเย็นขึ้นไปเทียว บ้านบางแขมนี้ก็เป็นบ้านหมู่ใหญ่อยู่ฝั่งตะวันออก (ฉายภาพ แม่ลาด บางแขม )
วันที่ ๒๐ ออกเรือเกือบ ๓ โมงเช้า ๔ โมงครึ่งขึ้นเรือเหลือง ทำกับเข้ามาจนถึงที่ประทับร้อนไม่แวะ เลยขึ้นมาข้างเหนือแวะฝั่งตะวันออก ตลิ่งชันแลสูงมาก แต่ต้นไม้งาม    ปีนขึ้นไปกินเข้าบนบกสำหรับถ่ายรูป แล้วลงเรือมาถึงวังนางร้างเป็นที่พักแรม   บ่าย ๓ โมงเท่านั้น ครั้นจะเลยไปอื่นระยะก็ห่าง จึงลงเรือเล็กไปถ่ายรูปฝั่งน้ำข้างตะวันออก แล้วข้ามมาตะวันตกหมายจะเข้าไปถ่ายรูปบ้านวังนางร้าง (ฉายภาพวังนางร้าง )
วันที่ ๒๑ ออกเวลาเช้า ๒ โมงเศษ ๔ โมงครึ่งขึ้นเรือเหลือง  ถึงปึกผักกูดที่ประทับร้อน ไม่ได้หยุดเพราะกับข้าวยังไม่แล้ว ระยะสั้นจึงเลยไปจนถึงเกาะธำรง ซึ่งจัดไว้เป็นที่แรมก็เพียงเที่ยง เห็นควรจะย่นทางได้ หยุดกินข้าวเเล้วออกเรือต่อมา หยุดที่พักร้อนบ้านขี้เหล็ก ถึงบ่าย ๔ โมงครึ่ง  ตั้งแต่พลับพลาวังนางร้างมาฝั่งตะวันตกมีบ้านเรือนมาก มีเรือจอดมาก มีหีบเสียงเล่นด้วย เพราะเป็นท่าสินค้า  ต่อขึ้นมาก็มีเรือนราย ๆ แต่ฝั่งตะวันออกเป็นป่า จนถึงบ้านโคน ซึ่งเดากันว่าจะเป็นเมืองเทพนคร แต่ไม่มีหลักฐานอันใด  บ้านเรือนดีมีวัดใหญ่เสาหงส์มากเกินปรกติอยู่ฝั่งตะวันออก มาจนถึงบ้านท่าขี้เหล็กอยู่ฝั่งตะวันตก พลับพลาตั้งฝั่งตะวันออก เมื่อคืนนี้ฝนตกเกือบตลอดรุ่ง วันนี้ก็โปรยปรายเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปมีเวลาแดดน้อย จนต้องกินข้าวที่พลับพลาประทับร้อน ตั้งแต่บ่าย ๔ โมงเศษฝนก็ตกมาจนเวลานี้ ๒ ทุ่มเกือบครึ่งทีก็จะตลอดรุ่ง ที่พักอยู่ข้างจะกันดาร ........................
(ฉายภาพ เรือพระที่นั่ง บ้านโคน เสาหงส์ )
ชาวบ้านวังพระธาตุ เตรียมการรับเสด็จ (ที่บ้านกำนันสอน)
(ที่บ้าน นายบ้านวังพระธาตุ  แม่บ้าน และนายบ้าน นั่งอยู่ด้วยกัน)
แม่บ้าน  นี่พ่อกำนัน พ่อได้ข่าว พระเจ้าอยู่หัวเสด็จ  เข้าเขตกำแพงเพชร แล้วแล้วใช่ไหม พ่อ
พ่อกำนัน * ข้าได้ข่าว ตั้งแต่เสด็จเข้ากำแพงเพชร ตั้งแต่วันที่ ๑๘ สิงหาแล้ว เห็นกระบวนเรือของพระยาวิเชียรปราการ เจ้าเมืองกำแพงเพชรของเรา ไปรับเสด็จที่ปากน้ำโพ และเห็นกระบวนหรือของพระยาสุจริตรักษาเจ้าเมืองตาก ตามไปรับเสด็จอีกขบวน แต่ข้าไม่ได้รับคำสั่งใดๆ จากท่านเจ้าเมืองเลย จึงไม่ได้ตัดสินใจ ว่าเราจะทำอย่างไรกัน แล้วก็ทำอะไรไม่ถูกแล้วด้วย ตื่นเต้น ตัวสั่นไปทั้งตัว ได้ข่าวว่าพระองค์จะเสด็จขึ้นวังพระธาตุบ้านเราด้วยนา แม่บุญนาค เราจะทำประการใดดี
แม่บ้าน * ฉันทราบข่าวจาก คนที่กลับจากปากน้ำโพว่า การเสด็จประพาสต้นครั้งนี้ พระองค์เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ ไม่ต้องการให้ใครไปต้อนรับ ทรงปลอมพระองค์มาเป็นสามัญชน กินอยู่อย่างเรียบง่าย ต้องการมาเยี่ยมพสกนิกรของพระองค์เท่านั้น ไม่ประสงค์ให้ใครเดือดร้อนแล้วพวกเราจะทำอย่างไรกันดีพ่อกำนัน
พ่อกำนัน *  เราจะเรียกประชุมชาวบ้านวังพระธาตุกันดีไหม หารือกันว่า เราจะทำฉันใดกันดี พระองค์เสด็จมาถึงบ้านเรา เราไม่รับเสด็จได้อย่างไร นับว่าเป็นมหากรุณาธิคุณสูงสุด แก่พวกเราชาววังพระธาตุ ตามธรรมเนียมไทย ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ นี่เป็นถึงช้างเหยียบนา   พระยาเหยียบเมืองเชียวนาแม่บุญนาค
แม่บ้าน * ฉันเห็นด้วยจ้า พระองค์ทรงโปรดราษฎร์ของพระองค์เช่นนี้ พวกเราต้องทำอะไรสักอย่างที่ตอบแทนพระคุณของพระองค์ ท่านพ่อกำนันคิดถูกต้องแล้ว
พ่อกำนัน  *( ตีเกราะเคาะไม้ เสียงดังสนั่นไปทั้งคุ้งน้ำ บ้านวังพระธาตุ ในตอนค่ำ ของวันที่ ๒๑ สิงหาคม ประชาชนทยอยกันมาอยู่ลานบ้านกำนัน ราวทุ่มเศษ มากันครบทุกบ้าน (หน้าลานบ้านท่านกำนัน)
กำนัน * (ยืนขึ้น ชาวบ้านนั่งยองๆ รอบๆ กำนันด้านหน้า แม่บ้าน ยืนอยู่ข้างกำนัน)
กำนัน*  พวกเราชาววังพระธาตุ คงรู้กันทั่วไปแล้วว่า พระเจ้าอยู่หัวพระปิยมหาราข เสด็จ บ้านเราในวันพรุ่งนี้ ตอนสายๆ เราจะทำอย่างไรกันดี ข้าเชิญทุกท่านมาเพื่อปรึกษา การสำคัญอันนี้
ทิดแดง * ท่านกำนัน เราควรมาต้อนรับพระองค์ท่านที่ท่าน้ำหน้าวัดวังพระธาตุ ของเราให้เต็มท่าน้ำ เต็มลานวัด เตรียมการต้อนรับพระองค์อย่างสมพระเกียรติ ที่พระองค์ทรงเมตตาชาวป่าชาวดงอย่างพวกเรา เหลือเกิน ข้าขอจะเตรียมกระบวนกลองยาวไว้รับเสด็จ ให้ดีที่สุดที่พวกเราเคยเล่นมามา
กำนัน* ดีมากเลยทิดแดง พระองค์คงเกษมสำราญมากๆ ที่เห็นประชาชนสามัคคีกัน และจงรักภักดีต่อสถาบัน พระมหากษัตริย์
อำแดงเอี่ยม*  ข้าจะถวายพระเครื่อง ที่วัดวังพระธาตุ แด่พระองค์ ได้ไหมกำนัน
อำแดงอิ่ม*  ข้าจะถวาย น้ำและหมากพลูแก่พระองค์ท่าน
แม่บ้าน* ดีมากเลยที่พวกเราช่วยกันและสามัคคีกัน ฉันได้ซ้อมระบำไว้หนึ่งชุดหนึ่งจะรำถวายพระองค์ หลังจากพระองค์ ประทับแล้ว ระบำ ก ไก่ คู่บ้านวังพระธาตุ ของเราไงล่ะ
กำนัน * ยอดเยี่ยม เลยพี่น้อง ชาววังพระธาตุ พรุ่งนี้เราจะเห็นความสามัคคี ของพวกเราที่มีต่อ พระพุทธเจ้าหลวงของเรา ข้าขอบใจทุกคนมาก พรุ่งนี้ ย่ำรุ่ง เราไปพร้อมกันที่ท่าน้ำวัดวังพระธาตุ อย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อเตรียมการรับเสด็จมิให้บกพร่อง เอาละวันนี้เราแยกย้ายกันไปก่อน
ตัวละคร
 ๑ กำนันสอน
๒ ภรรยา แม่บุญนาค
๓ทิดแดง
๔อำแดงเอี่ยม
๕อำแดงอิ่ม
๖ ประชาชน ร่วมประชุม ราว ๓๐ คน

องค์ที่ ๔ พระพุทธเจ้าหลวงเสด็จเข้านครไตรตรึงษ์   (  ๑๕นาที)
(คำบรรยาย) วันที่ ๒๒-สิงหา  เมื่อคืนฝนตกพร่ำเพรื่อ ไปยังรุ่ง แรกนอนไม่รู้สึกว่าจะเย็น ต่อหลับไปตื่นขึ้นจึงรู้สึกเย็นไปทั้งตัวท้องก็แข็งขลุกขลักอยู่เป็นนาน เอาสักหลาดขึงอุดหมด จึงนอนหลับ ตื่น สองโมงเช้าครึ่ง ออกเรือจวนสามโมง  มาจาก          ท่าขี้เหล็ก เลี้ยวเดียวก็ถึงวังพระธาตุ อยู่ฝั่งตะวันตก มีบ้านเรือนราย ตลอดขึ้นมาแต่อยู่ฟากตะวันตก ฟากตะวันออกเป็นปาตั้งแต่พ้นคลองขลุงขึ้นมา มีต้นสักชุม แต่เป็นไม้เล็กๆ ซึ่งเป็นเวลาหวงห้าม เดินเรือวันนี้ว่าไปในป่ากลางสูง ได้ยินเสียงนกร้องต่างๆ อย่างชมดงเพรียกมาตลอดทาง
“ที่วังพระธาตุ เป็นชื่อชาวเรือตั้ง วังไม่ได้แปลว่าบ้าน แปลว่าห้วงน้ำ พระธาตุนั้นคือพระธาตุที่ตั้งตรงวังนั้นจอดเรือที่พักเหนือวังพระธาตุนิดหนึ่ง แล้วเสด็จขึ้นที่ท่าน้ำวังพระธาตุ” (ภาพ เสด็จวังพระธาตุ)
( คำบรรยาย ไฟจับไปที่เรือพระที่นั่งหางแมงป่อง ในเรือพระที่นั่ง มี ผู้ตามเสด็จ ในเรือหลายคน)
พระภิกษุ ยืน หน้ากำนันผู้ใหญ่บ้าน  ประชาชน นั่งเรียงราย ถวายของ ถวายการต้อนรับตามแนวรายทาง พระองค์ทรงเกษมสำราญ ทักทาย อาณาประชาราษฎร์ ทันใดวงกลองยาว ออกมาจากป่าริมทาง ขบวนใหญ่ ร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน เจ้าคนังเงาะป่าตามเสด็จ วิ่งออกจากขบวนเสด็จ เข้ารำกับประชาชนอย่างสนุกสนาน (ประมาณ ๓นาที) เมื่อพระองค์ประทับนั่ง ประชาชน แสดงระบำก.ไก่ (๕นาที)
แล้วทรงเสด็จไปชมเจดีย์วัดวังพระธาตุ  ........ความในพระราชนิพนธ์ว่า.......................
         “ พระธาตุนั้นมีฐานแท่นซ้อนสามชั้น  แล้วถึงชั้นคูหาบนเป็นรูปกลม ซึ่งกรมหลวงนริศ เรียกว่าทะนาน ถัดขึ้นไปถึงถึงบัลลังก์ ปล้องไฉน ๗ปล้องปลีแล้วปักฉัตร  องค์พระเจดีย์พังมาเสียซีกหนึ่ง มีรากระเบียงรอบวิหาร สี่ทิศ วิหารใหญ่ที่บูชาอยู่ทิศใต้  พระอุโบสถที่มีสีมาเป็นสำคัญ อยู่ที่ทิศตะวันออก เยื้องไม่ตรงกลาง เขาปลูกโรงหลังคามุงกระเบื้องในที่ใกล้พระเจดีย์ด้านตะวันออก มีพระพุทธรูปทั้งนั่งและยืนหลายองค์  พระพุทธรูปหน้าตาดีแปลกกว่าที่เคยเห็น เป็นช่างได้ทำและถ่ายรูปที่เหล่านี้ไว้ เวลานี้มีพระที่มาจากเมืองนนท์ เป็นรู้จักมาแต่ก่อน ขึ้นมาจำพรรษาที่นี่ คิดจะปฎิสังขรณ์ ปลูกกุฎิอยู่เยื้องหน้าพระธาตุห่างจากศาลาบุงกระเบื้อง เดิมซึ่งอยู่ข้างลำน้ำใต้ลงไป  ล้วนน่าชื่นชม”
นำเสด็จสู่เมืองโบราณ นครไตรตรึงษ์ เดินจากวังพระธาตุไปตามลำน้ำข้างเหนือ ทาง ๒๖ เส้น ถึงคูด้านใต้ของเมืองไตรตรึงษ์ คูนั้นใหญ่กว้างราว ๑๕ วา ลึกลงเสมอพื้นหาดแต่น้ำแห้ง ยื่นเข้าไปจนถึงเชิงเทิน หลังเมืองไปมีถนนข้ามเข้าเมืองอยู่กลางย่านด้านใต้ แต่ด้านเหนือไม่มีถนน มีแต่ลำคูมาบรรจบด้านใต้ กำหนดเชิงเทินยาวตามลำแม่น้ำ ๔๐ เส้น ยืนเข้าไปทางตะวันตกตะวันออก ๓๗ เส้นเห็นเป็นเมืองใหญ่โตอยู่ พื้นแผ่นดินเป็นแลงไปทั่วทั้งนั้น ในท้องคูก็เป็นแลง เข้าไปในเมืองหน่อยหนึ่งพบโคก เห็นจะเป็นวิหารเจดีย์พังตั้งอยู่เบื้องหลัง ถัดเข้าไปอีกหน่อยหนึ่ง เรียกว่าเจดีย์ ๗ ยอด จะเป็นด้วยผู้ที่มาตรวจตราค้นพบสามารถจะถางเข้าไปได้แต่ ๗ ยอด แต่ที่จริงคราวนี้เขาได้ถางดีกว่าที่ได้ถางมาแต่ก่อน จึงได้ไปพบว่ากว่า ๗ คือพระเจดีย์ใหญ่ขนาดพระมหาธาตุริมน้ำอยู่กลาง มีพระเจดีย์ราย ๓ ด้าน (ภาพประกอบตามคำบรรยาย)
(เสด็จกลับมาที่วิหารวัดวังพระธาตุ)
พระพุทธเจ้าหลวง มีดำรัส แก่ประชาชนชาวไตรตรึงษ์ ท่ามกลางประชาชนที่มาส่งเสด็จ  ว่า
“เมืองไตรตรึงษ์ เป็นเมืองใหญ่มาแต่อดีต สร้างได้อย่างทันสมัย ประชาชนมีจำนวนมาก ประชาชนฉลาดหลักแหลม มีน้ำใจ มีความจงรักภักดี ขอให้ดูแลบ้านเมืองของท่านไว้ให้ดี รักษาวัฒนธรรมประเพณี ไว้ให้มั่นคง สืบชั่วลูกหลานเหลนของพวกเราทุกคนวันที่ ๒๒ สิงหาคม ของทุกปีจะกลายเป็นวันประวัติศาสตร์ของชาวนครไตรตรึงษ์ตลอดไป  ขอให้ทุกคนมีความสุขความเจริญ เราจะออกเดินทางเข้าเมืองกำแพงเพชร ในค่ำวันนี้ มีโอกาสเราจะมาเยี่ยมชาววังพระธาตุ นครไตรตรึงษ์อีกครั้ง เราประทับใจในการต้อนรับของทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง (ทรงโบกพระหัตถ์“  ประชาชนก้มกราบ)
เรือพระที่นั่งหางแมงป่อง ค่อยๆเคลื่อนไปจากท่าน้ำวัดวังพระธาตุ สายพระเนตรของพระพุทธเจ้าหลวง มองราษฎร์ของพระองค์ด้วยความเมตตา
ประชาชนทุกคนน้ำตาคลอเบ้า ไม่คิดเลยว่า วันหนึ่ง พระเจ้าแผ่นดิน ที่รักยิ่งของประชาชนพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช พระพุทธเจ้าหลวงของปวงชน ทรงไม่หวาดกลัวไข้ป่าและโรคระบาด ที่ชุมมากในเมืองไตรตรึงษ์ พระบารมีนี้จะปกเกล้า เหล่าชาวนครไตรตรึงษ์ ไปตลอดกาลสมัย ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ...........
ตัวละคร
๑.   พระพุทธเจ้าหลวง อาจใช้ภาพ หรือคนแสดงที่เหมาะสม แต่งกายแบบสามัญชน
๒.   กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
๓.   พระยาวิเชียรปราการ
๔.   พระยาสุจริตรักษา
๕.   นายคนัง เงาะป่า
๖.   กำนันสอน
๗.    ภรรยา แม่บ้านแม่บุญนาค
๘.   ทิดแดง
๙.   อำแดงเอี่ยม
๑๐ อำแดงอิ่ม
๑๐ ประชาชน ร่วมตามเสด็จ ราว ๓๐ คน
 ๑๑.พระภิกษุ เจ้าอาวาสวัดวังพระธาตุ
   ๑๒   ขบวนกลองยาว แสดง ๓นาที
๑๓  ชุดรำถวายหน้าพระที่นั่ง     ระบำก.ไก่ ๕ นาที                
จบด้วย จินตลีลา ชุด ปิยมหาราชา บารมี (การแสดงชุดปิยราชาบารมี  ใช้นักแสดง ๙ คน)
(ตัวละครทุกตัว เข้าอยู่ในฉากนี้)
(เปิดเพลง ..............................ในฉากฟินาเร)  ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์

                                                                                      จบบริบูรณ์




 6 
 เมื่อ: กรกฎาคม 02, 2026, 08:35:03 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ เสด็จวัดคูยาง ๒๐ พย๑๕

 7 
 เมื่อ: มิถุนายน 30, 2026, 03:11:56 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
=== สวจ.กำแพงเพชร มอบหมายบุคลากรร่วมเสวนาทางวิชาการว่าด้วยพระเครื่องเมืองกำแพงเพชรกับการพัฒนา Soft Power และงานตลาดนัดพระเครื่องจังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี ๒๕๖๙ ===

วันจันทร์ที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๙  เวลา ๐๙.๐๐ น.
นายสดุดี พุทธัง ปลัดจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานเปิดงานเสวนาทางวิชาการว่าด้วยพระเครื่องเมืองกำแพงเพชรกับการพัฒนา Soft Power และงานตลาดนัดพระเครื่องจังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี ๒๕๖๙ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์พัจนภา เพชรรัตน์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์และความเป็นมาของการจัดกิจกรรม นายสันติ อภัยราช ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น นายชัยยศ เกียรติเบญจกุล รองนายกเทศมนตรีตำบลนครชุม คณาจารย์ ผู้นิยมพระเครื่อง เจ้าหน้าที่ และนักศึกษาเข้าร่วมงาน ในการนี้ นายอภินันท์ มุสิกะพงษ์ วัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร ร่วมเสวนาในหัวข้อ “พระเครื่องเมืองกำแพงเพชรกับการพัฒนา Soft Power จังหวัดกำแพงเพชร” ณ ห้องประชุมพุทธชาด คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร
งานเสวนาทางวิชาการว่าด้วยพระเครื่องเมืองกำแพงเพชรกับการพัฒนา Soft Power และงานตลาดนัดพระเครื่องจังหวัดกำแพงเพชร ประจำปี ๒๕๖๙ จัดขึ้นโดยโปรแกรมวิชาการพัฒนาสังคม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ภายใต้โครงการพัฒนา Soft Power เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจแบบสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายหลักในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับพระเครื่องที่มีชื่อเสียงของจังหวัด และนำมาเป็นต้นทุนสำคัญในการพัฒนาต่อยอดให้กลายเป็น Soft Power ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรมกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อนโยบายของมหาวิทยาลัยและรัฐบาลในการยกระดับรายได้และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนฐานรากอย่างยั่งยืน โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากภาคีเครือข่ายสำคัญ ได้แก่ ชมรมพระเครื่องจังหวัดกำแพงเพชร สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร และเทศบาลตำบลนครชุม ซึ่งถือเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญในการอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมให้สอดรับกับบริบทของโลกยุคปัจจุบัน
สำหรับการดำเนินงานในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งผู้ประกอบการ ประชาชนทั่วไป คณาจารย์ และนักศึกษา รวมกว่า ๑๐๐ คน โดยกิจกรรมแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนหลัก ได้แก่ การเสวนาทางวิชาการใน ๔ ประเด็นสำคัญ เพื่อเจาะลึกมิติของพระเครื่องเมืองกำแพงเพชรในเชิงวิชาการ และกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในตลาดนัดพระเครื่อง เพื่อเปิดพื้นที่ให้เกิดการซื้อขายและการพบปะระหว่างผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่สนใจ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้คึกคักยิ่งขึ้น นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น ให้สามารถสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มแก่ชุมชนและจังหวัดกำแพงเพชรได้อย่างยั่งยืน

#พระเครื่องเมืองกำแพง #เทิดทูนชาติศาสน์กษัตริย์ #รักษาวัฒนธรรมรักษาชาติไทย #วัฒนธรรมสร้างเศรษฐกิจ #ไทไทย #วัฒนธรรมพร้อมทำทุกอย่าง #กระทรวงวัฒนธรรม #จังหวัดกำแพงเพชร #สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร #สาสน์ศิลป์วัฒนธรรมกำแพงเพชร

ขอเชิญกดถูกใจและกดติดตามแฟนเพจของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชรได้ที่
https://www.facebook.com/KPPProvincialCulturalOffice

 8 
 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2026, 08:35:05 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
ถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา

     ฟ้าวิโยค โศกสลด รันทดท้อ              เทพมารอ รับพระองค์ ทรงสวรรค์
ทรงบุญคุณ ราษฎร์จงรัก นิจนิรันดร์            พระองค์ภา คือขวัญ ของชาวไทย
     ทรงเป็นปราชญ์ สามารถ ในทุกด้าน       ศิลปะ สิบแปดประการ  ใช้แก้ไข
ทุกข์ของราษฎร์ คือทุกข์องค์  ทรงครองใจ      กำแพงเพชร จารึกใน ใจนิรันดร์

                                    สถิตในใจปวงประชาตราบนิรันดร์
                                   ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น
                                 ข้าพระพุทธเจ้า....................................

    

 9 
 เมื่อ: มิถุนายน 17, 2026, 02:54:52 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
สดุดี ครูลมัย มีขันหมาก ครุูที่ยิ่งกว่าครู โรงเรียนอนุบาลกำแพงเพชร ในโอกาสพิเศษเกษียณอายุราชการ ปี ๒๕๖๙

   สดุดี เกียรติยศ ปรากฏกล้า                 เกษียณเกษม หรรษา หฤหรรษ์
ทั้งชีวิต อุทิศให้ ทุกวารวัน                      จึงขอจาร จดไว้ ในกานท์กวี
   เธอเชี่ยวชาญ  ชำนาญ ในการสอน          บริหาร องค์กร สมศักดิ์ศรี
อนุบาล กำแพงเพชร คือชีวี                      ทุ่มเททุก นาที ให้งานครู
    เธอสอนภาษาไทย ยิ่งใหญ่นัก               ทุกคนรัก ครูลมัย ใจเลิศหรู
งานกิจกรรม ในโรงเรียน ยิ่งเชิดชู                เธอได้ปู ทางไว้ ให้ผู้คน
    อนุบาล กำแพงเพชร เป็นที่หนึ่ง              ระลึกถึง เธอเสมอ ในทุกหน
ภูมิปัญญา ลำตัด ถนัด เลื่องลือดล               มีผูัคน ติดใจ ในฝีมือ
     สอนเด็กน้อย อนุบาล สำราญจิต            ให้ร้องรำ มีชีวิต และยึดถือ
ความเป็นไทย ยิ่งใหญ่ จนเลื่องลือ               ลำตัดอนุบาลคือ ที่หนึ่ง แสนซึ้งใจ
      หัวหน้างาน  ประสานเก่ง ทุั้ังสิบทิศ        ตระหนักจิต หนักแน่น แลสดใส
งานสำเร็จ ทุกอย่าง เธอเกรียงไกร               เธอยังคง ยิ่งใหญ่ ในใจเรา
       เอื้ออาทร บวรจิต มิตรภาพ                 แสนกำซาบ ซึ้งใจ เปรียบดังเสา
คือหลักใหญ่  คือพี่ใหญ่ ไม่ดูเบา                 เธอขัดเกลา หมดสิ้น แสนยินดี
         ไม่เสียดาย ลมัยเกษียณ อย่างสมศักดิ์  เพราะคนรัก มากล้น ดลดิถี
 เธอไม่ทิ้ง อนุบาล ยังเปรมปรีดิ์                   มอบกวี บทนี้ไว้ ในใจเธฮ

                                                          สันติ อภัยราช
                                                        ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๙
  

 10 
 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2026, 01:45:44 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
โอ้แสนรัก แสนเสียดาย แสนใจหาย
แสนวุ่นวาย ในจิต เมื่อคิดถึง
เคยใกล้ชิด เคยสนืท เคยคนึง
คนเคยซึ้ง เคยทำงาน เคยช่วยกัน

อายุห่าง กันมาก สิบสี่ปี
แต่ความคิด ทุกนาที ร่วมสร้างสรรค์
เรียกไอ้ ม่วย น้องรัก ประจักษ์จรรย์
อยู่ไกลกัน แต่เหมือนใกล้ ใจอาวรณ์

เมื่อเจ็บป่วย.ก็ไปเยี่ยม ด้วบใจรัก
แม้นป่วยหนัก ยังทำงาน อนุสรณ์
ไม่เหน็ดเหนื่อย ไม่หยุดยั้ง เขียนกาพย์กลอน
นิชรา จะลาก่อน ไม่จากไป

ช่วยผลงาน ระดับเก้า อย่างใกล้ชิด
แนบสนิท เหมือนพี่น้อง แสนสดใส
เมื่อทราบข่าว นิชรา มาจากไป
เหมือนฟ้าผ่า ลงกลางใจ ไปไม่เป็น

ไม่เคยเห็น ครูคนใด ที่ใต้หล้า
หลักแหลมกว่า นิชรา ที่พบเห็น
เป็นนักคิด นักเขียน นักบำเพ็ญ
เป็นคนเด่น กว่าใครใคร ในกำแพง

เธอคือปราชญ์ เธอคือครู ผู้ใหญ่ยิ่ง
เธอคือสิ่งมหัศจรรย์ ทุกหนแห่ง
เธอคือเทพ แห่งศรัทธา ที่แข็งแรง
เธอคนแกร่ง กว่าใครใคร ในแผ่นดิน

เธอจากไป แล้วหรือ จริงๆหรือ
เพราะเธอคือ คนยิ่งใหญ่ ทั้งศาสตร์ศิลป์
เธอน่ารัก เธอสดชื่น เป็นศิลปิน
ไม่ได้ยิน คำไพเราะ เหมาะเจาะมา

เธอจากไป แต่กาย ใจยังอยู่
ยังเชิดชู ดวงจิต ไม่กังขา
สู่สวรรค์ ชั้นกวี   วัฒนา
ขอวันทา ขนิษฐ์น้อง  ครองจิตเทอญ




หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!