จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช
กันยายน 26, 2018, 05:43:16 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช
ยินดีต้อนรับสมาชิก และผู้เยื่ยมชมทุกๆท่าน
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: กันยายน 03, 2018, 01:04:35 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
ประวัติคุณพ่อนิคม ใจอินทร์
คุณพ่อนิคม ใจอินทร์ เป็นชาวนครสวรรค์โดยกำเนิด  เกิดที่อำเภอเก้าเลี้ยว  จังหวัดนครสวรรค์  เมื่อวันที่ ๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๘๔ บิดา มารดาชื่อนายริ้ว  และนางปลั่งใจอินทร์  ซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้วทั้งสองท่าน
คุณพ่อนิคม ใจอินทร์ เริ่มศึกษาระดับประถมและมัธยมศึกษาที่โรงเรียน ในอำเภอเก้าเลี้ยว คุณพ่อเรียนหนังสือเก่ง จึงสอบได้ไปเรียนต่อ  โรงเรียนการไปรษณีย์ ที่กรุงเทพมหานคร จนจบการศึกษา เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๐๕ อายุเพียง ๒๐ ปี และคุณพ่อเข้าทำงานที่ ที่ทำการไปรษณีย์ จังหวัดกำแพงเพชร เป็นแห่งแรก ในตำแหน่งเจ้าพนักงานไปรษณีย์
คุณพ่อนิคม ใจอินทร์ เป็นคนอัธยาศัยใจคอดี  คุยสนุกมีเสน่ห์ เป็นที่หมายปองของสาวๆกำแพงเพชรหลายคน และในปีนี้เองได้พบรักกับคุณแม่ศิวดี  อภัยราช  ลูกสาวของ ปลัดเสรี อภัยราช และคุณแม่เสงี่ยม อภัยราช คหบดีชาวกำแพงเพชร ซึ่งทำงานการประปากำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร
คุณพ่อนิคม และคุณแม่ศิวดี  ใจอินทร์ มีบุตรธิดาด้วยกัน  ๓ คน  คือ
๑.นางนิลาภรณ์  ดาวมณี   
๒. นายนิสิต   ใจอินทร์
๓. นางสาวมณฑกานต์  ใจอินทร์
คุณพ่อนิคม ทำหน้าที่ ด้วยความอุตสาหะซื่อสัตย์ อดทน และขยันขันแข็ง จนกระทั่งได้เลื่อนตำแหน่งเป็นนายไปรษณีย์ หลายจังหวัด  และตำแหน่งสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการ คุณพ่อนิคม  ใจอินทร์  ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการการสื่อสารแห่งประเทศไทย เขต๖ จังหวัดนครสวรรค์   และเกษียณอายุราชการ ในปีพุทธศักราช ๒๕๔๕
คุณพ่อนิคม ใจอินทร์เมื่อเกษียณแล้ว  มีสุขภาพแข็งแรง  จิตใจร่าเริงเบิกบานอยู่เสมอ พูดคุยสนุก มนุษยสัมพันธ์ยอดเยี่ยม เป็นที่รักของ ผู้พบเห็นทุกคนเสมอมา
แต่แล้วสิ่งที่ลูกๆระวังอย่างที่สุด ก็เกิดขึ้น เมื่อวันพุธที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๑ คุณพ่อล้มลง  แพทย์ลงความเห็นว่า เส้นโลหิตในสมองแตก ญาติได้นำส่งโรงพยาบาลได้รับการรักษาพยาบาลเป็นอย่างดี  ในที่สุด คุณพ่อนิคม ใจอินทร์ ท่านเสียชีวิต ในวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๑ เวลา ๒๑ นาฬิกา รวมสิริอายุได้ ๗๗ ปี ท่ามกลางความอาลัยรักของบุตรธิดา ภรรยา ญาติมิตร และทุกคนที่รู้จักท่านทุกคน
ราวตะวันดับ ลับลง ตรงใกล้ค่ำ     มืดมิดซ้ำ กลางนภา  มหาศาล
เมื่อพ่อดับ ลับโลก นิรันดร์กาล   อันตรธาน จากโลก เศร้าโศกตรม
   ต่อนี้ไป ใครเล่า เฝ้าปกป้อง   ใครเฝ้ามอง  ความสำเร็จ ลูกสุขสม
ไม่มีพ่อ ไม่มีตะวัน สิ้นสังคม              ลูกตรอมตรม ราวชีวิต ต้องปลิดปลง.....


 2 
 เมื่อ: กันยายน 03, 2018, 12:36:35 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
บ้านสามัคคีธรรม
ชนเผ่างาม วัฒนธรรมล้ำค่า   งานทอผ้าป้าแสง  แหล่งเรียนรู้ความพอเพียง
  กึกก้องเสียงน้ำตกไหล อ่างเก็บน้ำใหญ่ตรึงตา ชาวประชา สามัคคี
ความหลากหลาย ของอำเภคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ประกอบด้วยชนชาติ ชนเผ่า และประชาชน จากทุกสารทิศ อพยพมาอยู่ที่อำเภอคลองลาน เพราะความอุดมสมบูรณ์ ใกล้แหล่งน้ำ ป่าใหญ่ธรรมชาติงดงาม จึงกำหนดไม่ได้เลยว่า อพยพมาจากจังหวัดใดบ้าง น่าจะทั่วไทยเลยทีเดียว
ที่บ้านสามัคคีธรรม ตำบลคลองลานพัฒนา เดิมขึ้นอยู่กับ บ้านแม่สอด ต่อมาแยกตัวเป็นหมู่บ้านอิสระตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านสามัคคีธรรม เหตุที่เรียกว่าบ้านแม่สอดเพราะว่า แรกทีเดียวกว่าหกสิบปีที่ผ่านมา มีชาวแม่สอด จังหวัดตาก อพยพมาอยู่ในบริเวณนี้ก่อนใครๆ จึงเรียก ว่าบ้านแม่สอด
ต่อมาชาวล้านนา ลำปาง แพร่ น่าน เชียงใหม่ เชียงราย  ได้ทยอยกันอพยพลงมา อาศัยในบริเวณบ้านแม่สอด แม้จะหลากหลายเพียงใด ก็ยังเรียกว่าบ้านแม่สอดอยู่ ชาวกะเหรียง บนน้ำตกคลองน้ำไหล อีกจำนวนหนึ่ง ทางราชการได้ จัดสรรที่ดินให้อยู่อาศัย บนพื้นราบ ใกล้กับน้ำตกคลองน้ำไหล ชาวกะเหรี่ยงเหล่านี้ ยังรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไว้อย่างเหนียวแน่น ดังเดิม
เมื่อประชากรมีมากเข้า จึงแยกหมู่บ้านมาเป็นหมู่บ้านสามัคคีธรรมดังปัจจุบัน แต่ก็หลากหลายด้วย วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ วิธีคิด แต่ประชาชนก็รักใคร่อยู่ด้วยกันสมชื่อที่ว่า บ้านสามัคคีธรรม
คำขวัญ ประจำบ้านสามัคคีธรรม ที่ประชาชนร่วมกันคิด และนำอัตตลักษณ์ มานำเสนอไว้ มีข้อความว่า
  ชนเผ่างาม วัฒนธรรมล้ำค่า   งานทอผ้าป้าแสง  แหล่งเรียนรู้ความพอเพียง
  กึกก้องเสียงน้ำตกไหล อ่างเก็บน้ำใหญ่ตรึงตา ชาวประชา สามัคคี
ซึ่งฉายภาพ บ้านสามัคคีธรรมได้อย่างชัดเจน และเหมาะสมที่สุด

ชนเผ่างาม 
ที่บ้านสามัคคีธรรมมีชนเผ่ากะเหรี่ยง หรือ ชาว ปกากะญอ จำนวนมากตั้งบ้านเรือน อยู่บนเชิงผา ลดหลั่นงดงาม ใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ยังรักสงบ ขี้อาย ไม่ชอบสัมผัสกับคนภายนอกมากนัก ภาษาพูด ภาษาเขียน ประเพณีวัฒนธรรมบ้านเรือนยังเดิมๆอยู่ บ้านส่วนใหญ่ยังปูด้วยฟาก ฐานะยังไม่สู้ดี แต่ไมตรี ต่อคนมาเยือน ก็ใช้ได้ ผู้ใหญ่บ้านเล่าว่า เด็กหนุ่มสาวที่นี่แต่งงานเร็วมาก อายุ แค่ สิบสองสิบสาม ก็ไปมีครอบครัวเป็นส่วนใหญ่ แต่มีใบหน้ายังยิ้มแย้มแจ่มใส ซื่อบริสุทธ์ เหมือนชาวเขาที่อื่นๆ
วัฒนธรรมล้ำค่า
   ที่บ้านสามัคคีธรรม นำประเพณี ตานก๋วยสลาก จากล้านนามาได้อย่างครบถ้วน นำภาษาพูด นำเพลงพื้นบ้าน และดนตรีพื้นบ้าน มารักษาไว้ได้อย่างมั่นคง แต่น่าเป็นห่วงว่า ถ้าหมดคนรุ่นนี้แล้ว  วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามอาจจะหายไป หรือแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น ถ้ามีโอกาสถ่ายทอดวิทยายุทธ์ ให้คนอีกรุ่น จะเป็นเรื่องที่ดีมากที่สุด
งานทอผ้าป้าแสง
   ป้าแสง เป็นชาวลานนา ที่มาเกิดใน ดินแดนแห่งนื้ อายุกว่าหกสิบปี เป็นหญิงร่างเล็ก แต่จิตใจงดงามมาก ร้องเพลงเพราะ ดูจากลักษณะแล้วสมัยสาวๆคงเป็นผู้หญิงที่งามมากๆ ในหมู่บ้าน ป้าแสงทอผ้าจากใยกล้วย อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของการทอผ้า ผมตระเวณดูการทอผ้ามาทั่วประเทศ ไม่มีที่ใดทำเช่นนี้  ป้าแสง ตั้งใจมากๆ ในการสืบสานการทอผ้าด้วยใยกล้วย ชื่นชมท่านจริงๆ
แหล่งความรู้ความพอเพียง
   ที่บ้านสามัคคีธรรมเกือบทั้งหมู่บ้าน รู้จักใช้ความพอเพียง ปลูกพืชพรรณไว้กินไว้แจก น่านับถือ ใจคอกว้างขวาง ไปเยี่ยมบ้านใด ก็แจกไม่อั้น ใจนักเลง มีแหล่งเรียนรู้ครบวงจร มีการเลี้ยงหมู การเลี้ยงวัว การปลูกผักแบบโรงเรือน การปลูกไม้ผลทุกชนิด นับว่าอุดมสมบูรณ์ที่สุดที่เคยเห็นมา อีกแหล่งหนึ่ง มีการผลิตแก๊ส จากมูลสุกร มีการ ทำสินค้า โอทอป ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างมีคุณภาพ

กึกก้องเสียงน้ำตกไหล
   ที่บ้านสามัคคีธรรม เป็นที่ตั้งของน้ำตกปางควาย หรือเรียกกันในปัจจุบันว่า น้ำตกคลองน้ำไหล  มีถึงเก้าชั้น น้ำตกสวยงาม สถานที่เหมาะต่อการพักผ่อน มีห้วยมีลำธาร ไหลไปตามเกาะแก่ง สถานที่อำนวยความสะดวกมีทุกสิ่งที่น้ำตกแห่งนี้ เราได้ยินเสียงน้ำตกกึกก้องมาแต่ไกล  แสดงว่า เข้าใกล้น้ำตกคลองน้ำไหลแล้ว เส้นทางสะดวก ลาดยาง จนถึงน้ำตก ที่จอดรถกว้างขวาง สาธารณูปโภคครบครัน ถ้ามาเยี่ยมชมแล้วจะมีความสุขกลับไป อย่างแน่นอน
อ่างเก็บน้ำใหญ่ตรึงตา
   อ่างเก็บน้ำบ้านสามัคคี หรืออ่างเก็บน้ำคลองน้ำไหล เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีทิวทัศน์งดงาม เทือกเขาสลับซับซ้อน มีผู้คนได้ใช้ประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำจำนวนมหาศาล ประชาชน มาพักผ่อนตกปลาหาปลากันจำนวนมาก เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่าอีกแหล่งหนึ่งของบ้านสามัคคีธรรม ถ้ามีเรือท่องเที่ยว มีแพ นำเที่ยว จำทำให้น่าสนใจมากผ้ใหญ่บ้าน นามสวิก บอกว่าผมจะทำแน่นอน
   ชาวประชาสามัคคี
      ประชาชนที่บ้านประชาสามัคคี รักใคร่กลมเกลียวกันเป็นอย่างดี สมชื่อหมู่บ้าน ถ้าปรับปรุง แหล่งท่องเที่ยวให้มีสภาพน่าเที่ยว ทุอย่างจะลงตัว แม้ที่นี่จะมีประชากรหลากหลายเพียงใด แต่ความสามัคคี ธรรม จะเกิดขึ้นอย่างมั่นคงและถาวรสมชี่อ ชาวบ้านสามัคคีธรรม
   มาอยู่ที่บ้านสามัคคีธรรมแห่งนี้ สองวัน ตามคำเชิญของหัวหน้าโสภา และน้องหนุ่ม พัฒนากรอำเภอคลองลาน ให้มาช่วยทำ เรื่องเล่า หรือนักเล่าเรื่องและจัดประสบการณ์ให้ ประชาชน ห้าหมู่บ้าน คือ วุ้งกระสัง  แปลงสี่ คลองเตย ท่าช้าง และสามัคคีธรรมแห่งนี้ สิบวันที่คลองลาน ทำให้ได้เรียนรู้อะไรอีกมากมาย และได้มีโอกาสสร้างบันทึกการท่องเที่ยวอย่างไว้ให้ทุกหมู่บ้าน อันจะทำให้ชาวประชาได้ดำเนินการต่อ ด้วยความรักในหมู่บ้านที่ตนเองอาศัย ขอบคุณอีกครั้ง กับทุกคุณค่าที่ได้รับ ผมจะกลับมาเยือนอีก ด้วยความรักในทุกคน ทุกวิถีที่อยู่หมู่บ้านอย่างมั่นคง
               อ.สันติ อภัยราช  ๒๔ สค.๖๑


 3 
 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2018, 06:36:14 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
บ้านท่าช้าง  ดินแดนไทดำ  อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร
   วัฒนธรรมไทดำล้ำค่า   เอกลักษณ์ภาษาถิ่น    ดินแดนข้าวปลา  เสื้อผ้างดงาม ลือนามคลองลาน ถิ่นฐานท่าช้าง
   คำขวัญประจำ บ้านท่าช้าง  ตำบลคลองลานพัฒนา  อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ได้บอกเรื่องราวของ ไทยทรงดำ ที่บ้านท่าช้างจังหวัดกำแพงเพชรกำแพงเพชร อย่างชัดเจน และเหมาะสมอย่างที่สุด ที่กำแพงเพชรมีชาวไททรงดำ อยู่จำนวนมาก กระจายไปเกือบทั้งจังหวัด และที่หมู่บ้านท่าช้างแห่งนี้ มีชาวไทดำที่ยังรักษาวัฒนธรรมและประเพณีไว้ได้อย่างมั่นคงและแน่นอน โดยมีคนหลานรุ่นช่วยกัน ดำรงความเป็นไทดำที่ท่าช้างมาอย่างสง่างดงาม ควรแก่การศึกษาอย่างที่สุด ได้มีโอกาสไปสัมผัสกับกลุ่มไทดำท่าช้างอยู่สองวัน สนิทสนมราวสองปีทีเดียว ทุกคนมีน้ำใจที่งดงาม พาไปเที่ยวทุกมุมในหมู่บ้าน อย่างละเอียดสุดไม่ลืม ไม่ลืมแน่นอน
ผู้ไทดำ หรือไทยทรงดำ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไทยที่มีถิ่นฐานเดิมอยู่ในแคว้นสิบสองจุไทหรือเมืองแถนหรือเดียนเบียนฟู ประเทศเวียดนาม ในปัจจุบัน ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในแถบแม่น้ำดำและแม่น้ำแดง ปัจจุบันอยู่ในเขตเวียดนามเหนือตอนเชื่อมต่อกับลาวและจีนตอนใต้ ผู้ไทดำหรือไทยทรงดำมีชื่อเดิมเรียกกันว่า ไทดำ หรือ ผู่ไต๋ดำ เพราะนิยมใส่เสื้อดำล้วน ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มคนไทที่อยู่ใกล้เคียงกัน เช่น “ไทขาว”หรือ นิยมแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาวและไทแดง หรือชอบใช้สีแดงขลิบและตกแต่งชายเสื้อสีดำเป็นต้น ไทดำกลุ่มนี้ได้ถูกกวาดต้อนเข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้น คนไทยภาคกลางเรียกกันว่า “ลาวทรงดำ” เพราะเข้าใจว่าเป็นพวกเดียวกับลาวและอพยพมาพร้อมกับลาวกลุ่มอื่น ๆต่อมาชื่อเดิมได้หดหายลง คำว่า”ดำ” หายไปนิยมเรียกกันในปัจจุบันว่า”ลาวทรง”หรือ “ลาวโซ่ง” ซึ่งไม่ใช่คำเรียกที่ถูกต้อง ที่ถูกต้องคือเรียก ชนกลุ่มนี้ว่า ผู้ไท ดำนั่นเอง คำว่า โซ่ง สันนิษฐานว่ามาจากคำว่า “ซ่วง” ซึ่งแปลว่า กางเกง เพราะเพราะชาวไทดำนิยมนุ่งกางเกงทั้งชายและหญิง คนไทยและลาวพวนจึงเรียกว่า ลาวซ่วง ซึ่งหมายถึงลาวนุ่งกางเกง ต่อมาเพี้ยนเป็น โซ่ง เหตุที่เรียกไทดำว่า ลาวโซ่ง เพราะคำว่า “ลาว” เป็นคำที่คนไทยทั่วไปใช้เรียกคนที่อพยพมาจากถิ่นอื่น แต่ชาวไทดำหรือไทยทรงดำถือตนเองว่าเป็นชนชาติไท จึงนิยมเรียกตนเองว่า ไทดำ หรือผู้ไต๋ดำผลพวงสงครามสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี
สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก  มาจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทำให้ไทดำ หรือไทยทรงดำ ถูกกวาดต้อนครัวมาอยู่เพชรบุรี
ระยะแรกไทดำตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ตำบลหนองปรง อำเภอเขาย้อย (สมัยพระเจ้าตากสิน และรัชกาลที่ 1) ระยะที่สอง (สมัยรัชกาลที่ 3) โปรดฯ ให้มาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลท่าแร้ง อำเภอบ้านแหลมไทดำหรือไทยทรงดำ จึงมาตั้งถิ่นฐานที่ท่าแร้ง เมื่อปี พ.ศ. 2378 - 2381 สงครามครั้งนั้น พวกลาวพวน พวกลาวเวียง ซึ่งเป็นชนชาติไทยด้วยสาขาหนึ่ง ได้ถูกกวาดครัวมาด้วยกัน เมืองเพชรจึงประกอบด้วยชนกลุ่มน้อยที่เรียกว่า “สามลาว” อันได้แก่ ไทดำ ลาวพวน และ ลาวเวียง
ธรรมชาติของผู้ไทดำ หรือไทยทรงดำ ชอบอยู่ที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง ชอบภูมิประเทศที่เป็นป่าเขา เสมือนถิ่นดั้งเดิมของตน ครัวโซ่งกลุ่มนี้ มิชอบภูมิประเทศที่ท่าแร้ง เพราะโล่งเกินไป จึงได้อพยพย้ายถิ่นฐานบ้านเรือนไปเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่เคลื่อนย้ายมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่สะพานยี่หน ทุ่งเฟื้อ วังตะโก บ้านสามเรือน เวียงคอย เขาย้อย ตามลำดับ บางส่วนย้ายมาสู่กำแพงเพชร หลายกลุ่ม หลายพื้นที่ ที่มีชัยภูมิที่เหมาะสม ในที่สุดอพยพมาอยู่ที่บ้านท่าช้างกำแพงเพชร เกือบร้อยปีมาแล้ว ตั้งถิ่นฐานมีครอบครัวหลากหลาย รักษาความเป็นไทดำไว้ได้เป็นอย่างดี น่าชื่นชมอย่างยิ่ง
ไทดำ ปลูกบ้านที่มีลักษณะของตนเองแบบหลังคาไม่มีจั่ว หลังคายกอกไก่สูง มุงด้วยตับต้นกกมิใช่ตับจาก รูปหลังคาลาดคุ่มเป็นรูปคล้ายกระโจม คลุมลงมาต่ำเตี้ยจรดฝา ดูไกลๆ จะดูเหมือนไม่มีฝาบ้าน เพราะหลังคาคลุมมิดจนมองไม่เห็น บ้านผู้ไทดำ จะไม่มีหน้าต่าง เนื่องจากไทดำ มาจากเวียดนามและลาว อยู่ตามเทือกเขา อากาศหนาวเย็น ไม่ชอบมีหน้าต่างให้ลมโกรก พื้นปูด้วยฟากไม้ไผ่ รองพื้นด้วยหนังสัตว์ มีใต้ถุนบ้านสูงโดยใต้ถุนบ้านใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ด้วยที่บ้านท่าช้างมิมีบ้านลักษณะนี้ให้เห็นอีกแล้ว นับว่าน่าเสียดาย
เดิมบ้านท่าช้าง เป็นที่อาศัยของช้างป่าโขลงใหญ่ มักจะมาเล่นน้ำและข้ามไปข้ามมาที่บริเวณท่าช้าง ทุกวัน ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า ท่าช้าง ปัจจุบันท่าช้าง ยังมีสภาพที่มองเห็นได้ว่า เป็นดังเรื่องเล่าขานกันมาจริง มีท่ามีช้าง มีจินตภาพที่ชัดเจนมาก
จุดเด่นของบ้านท่าช้างอยู่ที่ประชาชน ชาวท่าช้าง มีนำใจไมตรี ใสซื่อบริสุทธิ์ เสียสละตั้งใจทำงาน เมื่อเข้าใกล้อยู่ใกล้จะรู้สึกเป็นสุขมากเลยทีเดียว
สตรีชาวไทดำที่บ้านท่าช้าง มักมีหน้าตาสวยรูปร่างดี ผิวพรรณงดงาม มีมิตรไมตรี เป็นแม่บ้านแม่เรือนที่ดี น่ายกย่อง น่าหลงใหล ถ้าจะชมสาวงามไม่ต้องไปที่ใด มาที่ท่าช้าง ท่านจะประทับใจที่สุด
การแต่งกายที่เอกลักษณ์สำคัญ
ผู้ชายชาวไทยทรงดำจะใส่เสื้อสีดำ  แขนยาว  ทรงกระบอกแคบ  ผ่าหน้าตลอด  ติดกระดุมเงินมียอดแหลมประมาณ  10 – 15 เม็ด  ตัวเสื้อตัดเย็บแบบเข้ารูปคอตั้งแบบชาวจีน  ด้านข้างผ่าปลายทั้ง 2 ข้าง  ส่วนเสื้อด้านล่างแหวกออกให้ห่างกัน  เสื้อแบบนี้เรียกว่า  “เสื้อไท้  หรือ  เสื้อซอน”  ใช้ใส่ในการเดินทางและทำงานทั่ว ๆ ไปในชีวิตประจำวัน
          ส่วนกางเกงที่สวมใส่จะเป็นกางเกงขาสั้นสีดำหรือสีครามแก่  ปลายขาแคบเรียวยาวแค่เข่าแบบกางเกงขาก๊วยของจีน  เอวกว้าง  มีตะเข็บด้านข้าง  เรียกว่า   “ส้วงขาเต้น”       หรือ “ส้วงก้อม”  กางเกงอีกแบบหนึ่งเรียกว่า  “ส้วงฮี”  เหมือนส้วงก้อมแต่ขายาวถึงตาตุ่ม    กางเกงทั้งสองแบบนี้นิยมใส่กับเสื้อไท้ในชีวิตประจำวัน         
การแต่งกายของผู้ชายในการไปงานพิธีการต่าง ๆ จะแต่งกายด้วย “เสื้อฮี” ซึ่งตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายสีดำใส่ได้ทั้งสองด้านประดับตกแต่งด้วยเศษผ้าไหมชิ้นเล็ก ๆ  สีขาว    สีเขียว  สีแดง  สีส้ม  ตรงสาบชายเสื้อ  ปลายแขนและใต้รักแร้  และเหนือรอยผ่าด้านข้างทั้ง 2 ข้าง    เสื้อฮีของผู้ชายจะตัดเข้ารูปยาวถึงเข่าคอกลมป้ายไปทางซ้าย ผ่าหน้ายาวตลอด มีกระดุมไว้คล้อง  1 เม็ด กุ้นรอบคอด้วยผ้าไหมสีแดงแล้วเดินไหมสีอื่นทับเพื่อความสวยงาม มีกระดุมติดที่หน้าอกและเอว  แขนเสื้อเป็นแขนกระบอกตะเข็บเสื้อด้านข้างมีการตกแต่งด้วยเศษผ้าต่าง ๆ  ชายเสื้อด้านในประดับด้วยไหมและกระจกเป็นลวดลายสีต่าง ๆ โดยถ้าเป็นงานมงคลต่าง ๆ เช่น    งานแต่งงาน  งานพิธีเสนเรือน  จะใส่เอาด้านที่มีลายสวยงามอยู่ด้านใน  แต่ถ้าเป็นงานที่ไม่เป็นมงคลก็จะกลับเอาด้านที่มีลวดลายสวยงามออกมาด้านนอกแทน เช่น ใช้คลุมศพ เป็นต้น เสื้อฮีนี้เมื่อใช้แล้วจะไม่มีการซักแต่จะเพียงผึ่งแดดเท่านั้นมิให้สีตก และก่อนจะใส่เสื้อฮีจะสวมเสื้อเชิ้ตเข้าไว้ด้านใน  เสื้อฮีจึงเป็นเสมือนเสื้อนอกที่ใช้ในงานที่สำคัญต่าง ๆ
               เครื่องแต่งกายอีกอย่างหนึ่งของชาวไทยทรงดำ  คือ  กระเป๋าคาดเอวทำด้วยผ้าสีดำสลับด้วยผ้าสีแดง และเหลืองปลายสายเย็บกลึงให้กลมเรียวเล็ก ตอนปลายมีพู่ทำด้วยไหม สีต่างๆทั้งสองปลาย ตรงกลางเย็บผ้าติดทำเป็นกระเป๋าไว้ใส่ของคล้ายกระเป๋ามีฝาปิดใช้คาดทับเสื้อนอกตรงเอวไว้สำหรับใส่ข้าวของในชีวิตประจำวัน
ผู้หญิงชาวไทยทรงดำใส่เสื้อที่เรียกว่า “เสื้อก้อม”  เป็นเสื้อทอด้วยผ้าฝ้ายสีดำ หรือสีครามแก่แขนยาวทรงกระบอก     คอตั้งแบบชาวจีน คอผ่าหน้าตลอดติดกระดุมเงินประมาณ  10 – 15 เม็ด  ตัดเย็บเข้ารูปเอวสั้น
                    ผู้หญิงชาวไทยทรงดำ นุ่งผ้าซิ่นสีดำหรือสีครามแก่  พื้นมีลายเป็นเส้นตรงสีขาวเล็ก ๆ ยาวตามแนวตั้งทอด้วยเส้นด้ายสีดำสลับสีขาวหรือฟ้าอ่อนเป็นลาย  เรียกว่า  “ผ้าลายแตงโม”  ที่เชิงซิ่นติดตีนซิ่นลายขวางกว้างประมาณ 2 นิ้ว ส่วนตอนบนของผ้าซิ่นใช้ผ้าดำไม่มีลาย    กว้างประมาณ 2 นิ้วเย็บติดกับตัวผ้าซิ่นลายแตงโมบนผ้าซิ่นนี้สื่อความหมายถึง   การเป็นพี่เป็นน้องกันระหว่างชาวไทยกับชาวลาวโดยใช้ลายใหญ่2 เส้น  ขนานกัน      ส่วนลายเส้นเล็กและเส้นใหญ่เดี่ยว ๆ  หมายถึง  การแยกย้ายพลัดพรากจากกัน วิธีการนุ่งผ้าซิ่นของชาวไทยทรงดำมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกับชาติอื่น ๆ คือ  จะจับปลายซิ่นส่วนบน 2 ข้างพับเข้าหากันมาทับกันไว้ตรงกลางเอว  แล้วคาดเข็มขัดรัดไว้ไม่ให้ผ้าหลุด  ดึงซิ่นให้ด้านหน้าสูงกว่าด้านหลังเพื่อความสะดวกในการเดิน  แล้วพับชายผ้าลงมาตรงหน้าท้องปิดเข็มขัด  น่าศึกษาและติดตาม


ประเพณีเสนบ้านหรือเสนเรือน
ประเพณีเสนเฮือน หรือประเพณีเซ่นผีเรือนของลาวโซ่งจัดขึ้นเพื่อเซ่นไหว้ผีบรรพบุรุษซึ่งเชื่อว่า บรรพบุรุษของตนที่ตายไปจะได้ไม่อดอยากเป็นอยู่สุขสบาย มีผลให้ลูกหลานมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายด้วย ลาวโซ่งทุกคนจึงต้องทำพิธีเสนผีเฮือนเป็นประจำปีละครั้ง หรือ ๒-๓ ครั้ง เพราะเชื่อว่าถ้าผีบรรพบุรุษอดอยากจะก่อกวนสมาชิกในครัวเรือน รวมทั้งสัตว์เลี้ยงจะเดือดร้อน ไม่มีความสุข เจ็บไข้ได้ป่วย เกิดอัปมงคลแก่ครอบครัว ที่สำคัญจะถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนอกตัญญูไม่รู้จักบรรพบุรุษที่เคยเลี้ยงดูมา ลาวโซ่งจะไม่ทำพิธีเสนผีเฮือนในเดือน ๙ เดือน ๑๐ เพราะเชื่อว่าเดือนเก้าเดือนสิบผีเฮือนต้องไปเฝ้าแถน การเสนผีจะไม่ปรากฏผลใด ๆ จึงนิยม เสนเฮือนเดือน ๔ ๖ และ ๑๒ เพราะเป็นเดือนที่ว่าง ข้าวปลาอาหารสมบูรณ์
การฟ้อนรำของไทดำ
โดยมีลักษณะเด่นของการเคลื่อนไหวร่างกาย 6 ส่วนคือ 1.การใช้เท้ามี 2 ลักษณะคือ การย่ำเท้าและการก้าวเท้า การก้าวเท้ามี 5 วิธี ได้แก่ ก้าวย่าง ก้าวไขว้ ก้าวลากเท้า ก้าวเขยิบเท้า และก้าวยั้งเท้า 2. การใช้ขามี 2 ลักษณะ คือการงอขาและการนั่งยองๆ 3.การใช้ลำดับมี 3 ลักษณะ คือลำตัวตั้งตรง ลำตัวเอนไปด้านหลัง และลำดับเอนไปด้านข้าง 4. การใช้มือมี 7 ลักษณะ ได้แก่ ม้วนมือ ช้อนมือ ไขว้มือ ควงมือ โฉบมือ ตักมือ และมือปัดป้อง 5. การใช้แขนมี 2 ลักษณะ ได้แก่ ตั้งวงสูง ตั้งวงต่ำ 6. การใช้สะโพก โดยมีลักษณะเด่น คือ การทรงตัวโดยยืนย่อเข่าโย้ตัวฟ้อน การนั่งยองๆ ฟ้อนในลักษณะจ้ำติดดิน สำหรับการฟ้อนจะขึ้นอยู่กับทำนองเพลง 4 เพลง ตามลำดับคือ 1. แคนช้า หรือแคนเดิน 2. แคนเร็ว หรือแคนแล่น 3. แคนแกร หรือแคนกะแล่ 4. แคนเวียงหรือแคนเยิบ แคนเดินเปรียบเสมือนหนุ่มสาวสร้างความคุ้นเคยซึ่งกันและกัน แคนแล่นเปรียบเสมือนหนุ่มเล้าโลมและสาวหลบหลีก แคนกะแล่เปรียบเสมือนหนุ่มสาวสมัครสมานในรสรัก แคนเยิบเปรียบเสมือนชายหญิงที่แสดงถึงความสุขสมหวังในความรัก ส่วนการฟ้อนแบบปัจจุบันอาศัยรูปแบบการฟ้อนดั้งเดิมอยู่บ้าง แต่จะประยุกต์ขึ้นใหม่ตามสภาพแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในแต่ละท้องถิ่นของกลุ่มชนไทยทรงดำ  ถ้าท่านได้ชมจะสนุกสนานมากๆ ต้องลุกไปร่วมรำเลยทีเดียว โดยเฉพาะตอนรำยั่วกัน สนุกและมีลีลาที่น่าสนใจกระเซ้าเหย้าแหย่กัน สนุกและเพลิดเพลินอย่างที่สุด


สองวันเต็ม เช้าจรดค่ำ ทำให้ผม รักและหลงใหลในวัฒนธรรมของ ไทดำบ้านท่าช้าง ไม่อยากที่จะจากมาเลยทีเดียอยากจะเชิญชวนทุกท่านว่า ถ้ามีเวลาหรือผ่านไปคลองลานจากกำแพงถึงสี่แยกคลองน้ำไหล เลี้ยวซ้าย เข้าไปนิดเดียว หน้าโรงเรียนบ้านท่าช้าง มีศูนย์วัฒนธรรมชาวไทดำ แล้วท่านจะรู้สึกเช่นเดียวกับผม หรือมากกว่าผม ไม่น้อยกว่าผม อย่างแน่นอน
อ.สันติ อภัยราช   ๒๒ สิงหา ๖๑





 4 
 เมื่อ: สิงหาคม 20, 2018, 07:24:14 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
เสน่ห์ บ้านคลองเตย อ.คลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร
   สองข้างถนน กำแพงเพชร คลองลาน ก่อนถึงสี่แยกคลองลานนิดเดียว ดูเหมือนไม่มีอะไร คนทั่วไป จึงขับรถเลยไป น้ำตกคลองลาน หรือเลยไปช่องเย็น ไม่แวะระหว่างทาง แต่ถ้านักท่องเที่ยวได้ทราบว่า ที่บ้านคลองเตย หมู่ที่ ๙ ตำบลคลองลานพัฒนา มีเสน่ห์มหาศาลที่ซ่อนอยู่ เขาไม่มีวันที่จะไม่แวะบ้านคลองเตยอย่างแน่นอน ที่บ้านคลองเตย มีชนชาวเขาที่เรียกกันว่าเย้า หรืออิ้วเมี้ยน ที่มีวัฒนธรรมเฉพาะตัวที่งดงามและเจริญมากว่าสองพันปี ในประมาณปี ๒๕๑๕ พวกเขาได้อพยพมาอยู่ที่อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร โดยเฉพาะที่บ้านคลองเตย เหตุที่เรียกว่าบ้านคลองเตยเพราะหมู่บ้านนี้ มีลำคลองไหลผ่านและมีต้นเตยหนามขึ้นริมน้ำจำนวนมาก จึงเรียกว่า บ้านคลองเตย
จุดเด่นของของบ้านคลองเตยที่ผู้คนรู้จักมากที่สุด คือมีชาวอิ้วเมี่ยน ที่แต่ตัวด้วยเครื่องเงินที่งดงาม หลากหลาย บางชุดมีราคาเหยียบล้านบาท ดังนั้น อาชีพหลักของอิ้วเมี่ยนคือการทำเครื่องเงิน และการปักผ้า เครื่องเงินบ้านคลองเตยมีลวดลายที่งดงาม หลากหลาย ราคาไม่แพงอย่างที่คิด ทำเกือบทุกบ้านส่งขายไปเกือบทั่วโลก   
ผ้าปักของชาวอิ้วเมี่ยน ประณีตละเอียดอ่อนมากๆ สตรีชาวอิ้วเมี้ยนทุกบ้านจะปักผ้าส่งให้ศูนย์ศิลปาชีพที่พระราชินี ทรงอุปถัมภ์  มีรายได้ต่อปีจำนวนมาก ทำให้ชาวอิ้วเมี่ยน เมื่อพูดถึง พระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานที่ดินให้อยู่อาศัยและพระราชินีทรงดูแลรับซื้อผ้าปักของเธอ เธอจะร้องไห้ น้ำตาอาบหน้าสอึกสะอื้นทุกครั้งประทับใจแก่ผู้พบเห็นทุกคน มีคำกล่าวว่า   ผู้หญิงปักผ้า ผู้ชายทำเครื่องเงิน ซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวอิ้วเมี่ยนทุกคน พระบารมีปกเกล้าชาวอิ้วเมี่ยนอย่างแท้จริง
อาหารของอิ้วเมี่ยนมีหลากหลายอร่อยมาก เช่น หมูหลาม หมูฮ่องเต้ มีรสชาติน่าชื่นชม และใช้ตะเกียบสำหรับกินอาหารคล้ายกับชนชาติจีน ได้ลองกินแบบโบราณได้อารมณ์และความรู้สึกดีมากๆ อย่างบอกไม่ถูก
การแสดงพื้นบ้านและการแต่งกายประกอบกันงดงามและเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้อย่างดีและน่าชมอย่างยิ่ง ความเพลิดเพลิน ในการชมการแสดงอย่างคุ้มค่าที่สุด การเคลื่อนไหวที่งดงามประกอบดนตรี ที่ไพเราะ เหมือนดังล่องลอยไม่ได้เหยียบพื้น จังหวะและลีลาสวยงามอย่างที่สุด
ชาวอิ้วเมี่ยน มีประเพณีและวัฒนธรรมที่หลากหลายมาก อยู่กับเขาสองวันรู้สึกหลงไหลไปกับวัฒนธรรมประเพณีของเขา อย่างที่พรรณนาไม่ถูก และคงกลับไปอีกครั้ง ไปฟื้นความประทับใจที่ไม่มีวันลืม
นอกจากชาวอิ้วเมี่ยนแล้ว ในบ้านคลองเตย ยังมีชาวไทยอีสาน อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก หลังที่ทำการศูนย์หัตถกรรมเครื่องเงิน มีการทำโซฟาจากมังกรจากไม้ ที่มีฝีมือในการแกะสลัก ได้อย่างตระการตา ราคาไม่แพง สามารถเลี้ยงชีพได้ อย่างดีทีเดียวนอกจากนั้นยังมี การจักสาน และทำไม้กวาด ได้อย่างประณีตเช่นกัน
   สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ บ้านตลองเตย มีหลายแห่ง เช่นศาลท้าวแสนปม ศาลเจ้าพ่อกวนอู ศาลศักดิ์ศิทธิ์ของชาวอิ้วเมี้ยน  และมีวัดคลองเตยที่งดงามและน่าชมอีกแห่งหนึ่ง นับว่าน่าสนใจมาก
   ความประทับใจ ในบ้านคลองเตย อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร เชื่อมั่นว่า ถ้าท่านมาชม บ้านคลองเตย ที่จะมีความรู้สึกเช่นผม ว่า ครั้งหนึ่งในเสี้ยวชีวิต ที่จะไม่มีวันลืมเลือน
                        สันติ อภัยราช


 5 
 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2018, 05:11:10 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
บ้านแปลงสี่
ภูเขาสูง ป่าไม้งาม วัฒนธรรมเด่น การละเล่นชนเผ่า    พรมเช็ดเท้าแปลงสี่       ประเพณีพื้นบ้าน  ไหว้ศาลเจ้าพ่อผาดำ คำคล้องจองข้างต้น คือคำขวัญประจำหมู่บ้านแปลงสี่ ที่บอกถึงอัตตลักษณ์ของ    หมู่บ้านแปลงสี่อย่างชัดเจน
 บ้านแปลงสี่ เป็นหมู่บ้าน สำคัญ ของอำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ที่เรียกว่าแปลงสี่เพราะทางราชการได้ จัดสรรที่ดินให้ราษฏร์ เป็นแปลงที่ ๔ มีหมู่บ้านประกอบเป็นบ้านแปลงสี่อีก ๒ หมู่บ้านคือ บ้านปรางค์ข้าวสาร และบ้านแม่พืช บ้านปรางค์ข้าวสาร เป็นบ้านที่เป็นที่ตั้งของปางไม้ และเก็บข้าวสารไว้ในปาง จำนวนมาก ชาวบ้านจึงเรียกว่าปางข้าวสาร ต่อมาเขียนกันว่า ปรางค์ข้าวสาร ส่วนบ้านแม่พืชนั้น บริเวณแม่พืชมีที่ดินที่อุดมสมบูรณ์ ปลูกพืชพันธุ์ได้อย่างดี เจริญงอกงามรวดเร็ว จึงเรียกกันว่า บ้านแม่พืช บ้านแปลงสี่ จึงมีเนื้อที่กว้างขวาง ยาวไปตามถนนขึ้นช่องเย็นถึง เจ็ดกิโลเมตร
บ้านแปลงสี่ มีภูเขาสูง ใหญ่ โดยรอบหมู่บ้าน ทำให้อากาศหนาวเย็นเกือบทั้งปี มีถนนผ่ากลางหมู่บ้าน ปลูกพืชพันธุ์ได้ทุกชนิด เช่นสวนลิ้นจี่ สวนอินผาลัม สวนเงาะ ทุเรียน และส้ม ส่วนป่าไม้ ที่บ้านแปลงสี่เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมาก มีต้นรังขนาดใหญ่มากๆ ไม้สักบนภูเขา ล้วนมีขนาดใหญ่ทั้งสิ้น
วัฒนธรรมชาวเขาเผ่าลาหู่  หรือชาวมูเซอร์ คำว่าลาหู่หมายถึงชนเผ่าที่ได้กินเสือปิ้ง บอกถึงความกล้าหาญที่สามารถนำเสือมาเป็นอาหารได้ ชาวมูเซอร์ มีการละเล่น เต้น จะคึ เต้นตามจังหวะเสียงกลอง การเล่นลูกข่าง  การโยนผ้า ล้วนเป็นวัฒนธรรมที่งดงามของ ของชาวมูเซอร์ การแต่งกายด้วยสีสัน อันงดงาม ที่สุด ผ่านมาชมให้ได้ ท่านจะหลงรัก ชาวมูเซอร์อย่างไม่รู้ตัว
พรมเช็ดเท้า เป็นสินค้าโอทอป ของชาวแปลงสี่ ได้รับยกย่อง ได้ถึง ๕ ดาว นับว่า เป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทย ส่งขายไปทั่วโลก มีพรมเช็ดเท้าทุกขนาด ขายดีมาก เป็นสินค้าโอทอปประจำหมู่บ้านแปลงสี่ นำรายได้มาสู่หมู่บ้านจำนวนมาก
ส่วนศาลเจ้าพ่อผาดำ  ชาวบ้านมีความเชื่อกันว่า เจ้าพ่อผาดำ เป็นทหารเอกของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์  สมัยสุโขทัย  ในคราวยกกองทัพมารบกับขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด เจ้าด่านผาดำ ได้ต่อสู้อย่างกล้าหาญ เมื่อสิ้นชีวิต ชาวบ้านจึงนับถือกันว่า เป็นเจ้าพ่อผาดำ
บ้านแปลงสี่ เป็นหมู่บ้านที่มีเสน่ห์มากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเป็นเจ้าบ้านที่ดีของประชาชน ต้อนรับขับสู้อย่างดียิ่ง เชิญทุกท่านมาท่องเที่ยว ที่หมู่บ้านแปลงสี่ นอกจากสิ่งวิเศษเหล่านี้  บ้านแปลงสี่ ยังมี ต้นตะเคียนยักษ์ ต้นยางใหญ่ จุดชมวิว บนสะพาน เชื่อมสองอำเภอ และมีวัดที่งดงาม อีกสามวัด มีสระหลวงเต็มไปด้วยบัวแสนงาม  ทุกท่าน เมื่อผ่านไปช่องเย็น โปรดได้แวะเยี่ยม บ้านแปลงสี่ของเรา ท่านจะเก็บความทรงจำนี้ไปนานแสนนาน เชิญ พบกับ อ้อมกอดขุนเขา  พวกเราแปลงสี่

                  สันติ อภัยราช


 6 
 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2018, 07:04:10 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
 คำขวัญบ้านวุ้งกระสัง
ชาวปกาญอ วุ้งกระสัง หมู่บ้านดัง สองร้อยปี สาวงามรักศักดิ์ศรี ประเพณีเจดีย์ทราย น้ำตกสวย มะเดื่อใหญ่  รวมน้ำใจ ชาวเขาเรา ระบำเกลียวเชือกสามัคคีชนเผ่า รวมพวกเราเป็นหนึ่งเดียว

วุ้งกระสัง
   ท่ามกลางอ้อมกอดแห่งขุนเขา ที่ อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร มีหมู่บ้านหนึ่ง มีชื่อเรียกขานกันว่าหมูบ้านวุ้งกระสัง เป็นชาวปกากะญอ หรือคนทั่วไปเรียกเป็นสามัญว่าชาวกะเหรี่ยง  ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขามากว่า สองร้อยปี  แสนงดงามทั้งธรรมชาติ และ ผู้หญิง จนมีคำจำกัดความ ประจำหมู่บ้านว่า  สาวสวย ธรรมชาติงาม หมู่บ้านนาม วุ้งกระสัง เดิมชาวปกากะญอที่วุ้งกระสังเรียกตัวเองว่า ทีล่อชู  โวซะโกร หมายความว่า น้ำตก คลองวุ้งกระสัง ช่วยหล่อเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้าน วุ้งกระสัง นับได้ว่าวุ้งกระสังเป็นหมู่บ้านที่ ยังดิบๆ เดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลง มากว่า ร้อยปีนับว่าน่าทัศนายิ่งนัก
   วุ้งกระสัง มีแหล่งท่องเที่ยวที่งดงามหลายแห่ง มีลำคลอง ไหลคดเคี้ยวราวกับนาคราชเลื้อยทั้งหมู่บ้าน หล่อเลี้ยงทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ และไหลเซาะตามเกาะแก่ง รื่นรมย์มากที่สุด คลองที่เป็นเส้นชีวิตของชาววุ้งกระสัง ไหลมาจากน้ำตกวุ้งกระสัง ที่แสนงดงามของหมู่บ้าน เป็นแหล่งพักผ่อนของผู้คนที่มาท่องเที่ยวนอกจากน้ำตก ลำคลองขุนเขา ที่วุ้งกระสังยังมีถ้ำอีกหลายแหล่ง ที่มีความเป็นมาที่น่าศึกษาอย่างที่สุด
   วุ้งกระสัง มีต้นไม้ขนาดใหญ่มากมาย เขารักษาไว้เสมือนหนึ่งชีวิตของเขามีต้นมะเดื่อยักษ์ อยู่ท่ามกลางหมู่บ้าน ซึ่ง มีความเป็นมาที่น่าพิศวง มีพืชผักเกษตรที่สมบูรณ์แบบ เลี้ยงผู้คนทุกฤดูกาล เราจะพบสวนเศรษฐกิจพอเพียงทุกแห่งทุกบ้าน  นับว่าเดินตามพระยุคลบาทของพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ ๙ เกือบทั้งหมู่บ้าน
   วัฒนธรรมประเพณี ที่หมู่บ้านวุ้งกระสัง ยังรักษาไว้ได้เกือบทั้งหมด ภาษาพูด ภาษาเขียน ดนตรีและการแสดง ระบำเกลียวเชือก งดงามและมีความหมายที่ลึกซึ้งมาก ลีลาเคลื่อนไหวของสาวงามชาวกะเหรี่ยง ช่างน่ามอง สุดพรรณนา เครื่องดนตรีโบราณ นาม เตน่า รูปว่างดงาม เสียงไพเราะ เป็นเสน่ห์สำคัญของ ชาววุ้งกระสัง
   การทอผ้า เอกลักษณ์พิเศษ ที่ไม่เหมือนใครของเขา มีความหมายเฉพาะ แยกชายหญิง แยกสาวโสด และสาวที่มีเรือนแล้ว เวลาแต่งกาย จะแยกออกจากกัน อย่างชัดเจน อย่างน่าศึกษา
   อาหารการกินที่นี่อุดมสมบูรณ์  และมีเอกลักษณ์เฉพาะ ของชาวปกากะญอ รสชาติแสนอร่อยและ เมื่อได้ชิม ใม่มีวันจะรู้ลืม
   พิพิธภัณฑ์ ของใช้พื้นบ้าน ยังถูกรวบรวมไว้ครบและทรงคุณค่าอย่างที่สุด เพลิดเพลินเจริญใจเมื่อมาเยี่ยมชมและรำลึกถึงความหลัง ได้อย่างแม่นยำ
สาวสวย ธรรมชาติงาม หมู่บ้านนามวุ้งกระสัง   ควรมีครั้งหนึ่งในชีวิต ที่มีโอกาสมาชื่นชม บ้านวุ้งกระสังกำแพงเพชรแล้วท่านจะมีความสุข ไปนานแสนนาน
สันติ อภัยราช
   
   
   

 7 
 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2018, 07:39:59 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
กำแพงเพชรเราเป็นเมืองรองแค่ชื่อที่ทางการมอบให้เท่านั้น
เส้นทางการท่องเที่ยวที่น่าสนใจในกำแพงเพชร
หนึ่งวัน หนึ่งคืน
ไหว้พระ ๙ วัด ในเมืองกำแพงเพชร
๑ หลวงพ่อพุทธลีลา วัดปราสาท ๒ หลวงพ่อเพชร วัดวังพระธาตุ ๓. หลวงพ่อเพชรวัดบาง   ๔ หลวงพ่อพระพุทธวชิรปราการวัดคูยาง  ๕ หลวงพ่อโตวัดเสด็จ  ๖หลวงพ่อโม้วัดหลวงพ่อโม้  ๗ หลวงพ่ออู่ทองวัดสามจีน  ๘ ไหว้พระบรมธาตุวัดพระบรมธาตุ     ๙ หลวงพ่ออุโมงค์วัดสว่างอารมณ์
   อาหารกลางวัน บะหมี่ชากังราว   อาหารเย็น  ข้าวต้มปูทอง  พัก รีสอร์ริมน้ำปิง หรือ ที่สะดวก พี รีสอร์ท ของฝากที่มอกล้วยไข่
๒.อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร และนครชุม 
   เช้าชมอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ชม พิพิธภัณฑสถาน ทั้ง ๒ แห่ง
ไหว้เจ้าพ่อหลักเมือง วัดพระแก้ว วัดพระบรมธาตุนครชุม อรัญญิกนครชุม ตลาดย้อนยุค นครชุม
๓.วัฒนธรรมนครชุม
   วัดพระบรมธาตุ  พระญาลิไทย  ห้องสมุดเฉลิมราช  พิพิธภัณฑ์พระพุทธรูป จพิพิธภัณฑ์เฉลิมราช   ต้นพระศรีมหาโพธิ์  การแสดงพื้นบ้าน คลองสวนหมาก เรือหางแมงป่อง  เมี่ยงแม่กรองทอง  พิมพ์พระแม่ไก่  วัดสว่างอารมณ์ หลวงพ่ออุโมงค์ หลวงพ่อยักษ์  แหย่งพระพุทธเจ้าหลวง บ้านพะโป้  ตลาดย้อนยุคนครชุม (อุทยานประวัติศาสตร์ นครชุม)
๔. บ้านหนองน้ำขุ่น   สักงาม อ.คลองลาน
๕.บ้านเขาคีริส   อ.พรานกระต่าย
๖.บ้านคณฑี      อ.เมือง
๗.บ้านวังพระธาตุ อ.เมือง
๘.บ้านทรัพย์ไพรวัลย์  อ.เมือง
๙.บ้านคลองลึก         อ.ปางศิลาทอง
๑๐.บ้านวังแขม          อ.คลองขลุง
๑๑. กะเหรี่ยงน้ำตก   อ.คลองลาน
๑๒.บ้านวุ้งกะสัง       อ.คลองลาน
๑๓.บ้านแม่ลาด        อ.คลองขลุง
๑๔.บ้านหนองปลิง    อ.เมือง





 8 
 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2018, 05:43:38 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
การเตรียมความพร้อมสู่ ชุมชนท่องเที่ยว โอทอป นวัตวิถี
การท่องเที่ยวแบบใหม่ ที่ประสานทุกอย่างเข้าด้วยกัน ผู้คนจะสามารถอยู่ที่บ้านได้ มีอาชีพโดยใช้ทรัพยากร วัฒนธรรม ประเพณี โบราณสถาน โบราณวัตถุ และวิถีชีวิตในชนบท ความเชื่อ และภูมิปัญญา ทำมาหากินอยู่กับท้องถิ่น ไม่ต้องทิ้งถิ่นไปทำมาหากินในเมือง ปล่อยให้ผู้เฒ่าเฝ้าบ้าน อยู่กับเด็กๆในทุกชุมชน ในประเทศไทย การท่องเที่ยวโดยชุมชน มีความวัตถุประสงค์ ๒ ประการคือ
๑.การท่องเที่ยวที่คำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ภูมิปัญญา และผลผลิต ให้สามารถประสานกันได้อย่างลงตัว
๒.กำหนดทิศทางโดยชุมชน  จัดการโดยชุมชนเพื่อชุมชนและชุมชนมีบทบาทเป็นเจ้าของมีสิทธิในการจัดการดูแล เพื่อให้เกิดการเรียนรู้แก่ผู้มาเยือน เพื่อเพิ่มรายได้หลักและความภูมิใจในท้องถิ่นของตน
องค์ประกอบของการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน

๑.ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ความเชื่อ อัตตลักษณ์ของท้องถิ่น
o   ชุมชนมีฐานทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์
o   ชุมชนมีวัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญา อัตลักษณ์ ที่เป็นเอกลักษณ์   เฉพาะถิ่น
๒. องค์กรชุมชน
o   ชุมชนมีระบบสังคมที่เข้าใจกัน
o   มีปราชญ์  หรือผู้มีความรู้  และทักษะในเรื่องต่าง ๆ หลากหลาย
o   ชุมชนรู้สึกเป็นเจ้าของและเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนา การจัดการ
๓.การจัดการในชุมชน
•   มีกฎ-กติกาในการจัดการสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว
•   มีองค์กรหรือกลไกในการทำงานเพื่อจัดการการท่องเที่ยว  และสามารถเชี่อมโยงการท่องเที่ยวกับการพัฒนาชุมชนโดยรวมได้
•   มีการกระจายผลประโยชน์ที่เป็นธรรม
•   มีกองทุนที่เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนด้านการเรียนรู้
•   ลักษณะของกิจกรรมการท่องเที่ยวสามารถสร้างการรับรู้ และความเข้าใจในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่แตกต่าง
•   มีระบบจัดการให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ระหว่างชาวบ้านกับผู้มาเยือน
•   สร้างจิตสำนึกเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมทั้งในส่วนของชาวบ้านและผู้มาเยือน
๔.เรียนรู้ชุมชน
•   ลักษณะของกิจกรรมการท่องเที่ยวสามารถสร้างการรับรู้ และความเข้าใจในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่แตกต่าง
•   มีระบบจัดการให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ระหว่างชาวบ้านกับผู้มาเยือน
•   สร้างจิตสำนึกเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม ทั้งในส่วนของชาวบ้านและผู้มาเยือน

หลักการของการท่องเที่ยวโดยชุมชน
•   ชุมชนเป็นเจ้าของ
•   ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและตัดสินใจ
•   ส่งเสริมความภาคภูมิใจในตนเอง
•   ยกระดับคุณภาพชีวิต
•   มีความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อม
•   คงเอกลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่น
•   ก่อให้เกิดการเรียนรู้ระหว่างคนต่างวัฒนธรรม
•   เคารพในวัฒนธรรมที่แตกต่างและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
•   เกิดผลตอบแทนที่เป็นธรรมแก่คนท้องถิ่น
•   มีการกระจายรายได้สู่สาธารณประโยชน์ของชุมชน
การท่องเที่ยวโดยชุมชนไม่ได้เกิดจากการตอบคำถามว่า “ชุมชนจะได้ประโยชน์อย่างไรจากการท่องเที่ยว”  แต่เป็นการสร้างโจทย์ใหม่ว่า “การท่องเที่ยวจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชนได้อย่างไร”
กระแสโลก กระสไทย ในการ ท่องเที่ยวโดยชุมชน
1.   กระแสความต้องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
2.   กระแสความต้องการของนักท่องเที่ยวที่สนใจการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้
3.   กระแสความต้องการในการพัฒนาคนและให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น
การท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นความพยายามหนึ่งของการสร้างทางเลือกในการพัฒนาใน ประเด็นการท่องเที่ยวที่ให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จาก ท่องเที่ยว และมีบทบาทในการกำหนดทิศทางการพัฒนา  อาจเรียกเป็น ๔ ชื่อ
การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ 
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
การท่องเที่ยวโดยชุมชน
 การท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์
ให้เลิกพูดว่า “ชุมชนจะได้ประโยชน์อย่างไรจากการท่องเที่ยว”  แต่ให้พูดใหม่ว่า
 “การท่องเที่ยวจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชนได้อย่างไร”




 9 
 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2018, 03:23:53 pm 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
กำแพงเพชร เมืองแห่งการท่องเที่ยว
   จุดแข็ง จุดขาย
      ๑.ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดีและวัฒนธรรม กำแพงเพชรเป็นเมืองมรดกโลก มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีและวัฒนธรรมมากมากมาย
         ๑.๑ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร กำแพงเมือง  วัดเก่าภายในเมืองนอกเมือง มีนับร้อยวัด ต้นไม้ในอุทยานประวัติศาสตร์ล้วนหายาก  ต้นไม้ขนาดใหญ่อายุหลายร้อยปี บนกำแพงเมือง คูเมือง และวัดพระบรมธาตุ
         ๑.๒ พระพุทธรูปสำคัญในเมืองกำแพงเพชร
            พระพุทธลีลา วัดประสาท
            หลวงพ่อเพชรวัดบาง
            หลวงพ่อโต วัดเสด็จ
            พระพุทธวชิรปราการวัดคูยาง
            หลวงพ่อศรีสรรชญ์ วัดศรีโยธิน
            หลวงพ่ออุโมงค์ วัดสว่างอารมณ์
         ๑.๓ โบราณวัตถุที่สำคัญ
            พระอิศวร
            รอยพระพุทธบาท วัดเสด็จ
            จารึกวงเวียนต้นโพ
         
๑.๔ ต้นไม้สำคัญ
   ต้นโพธิ์ พระญาลิไทย อายุ๖๖๑ ปี
   ต้นสัก ร.๖ ทรงปลูก ๑๑๑ ปี
   ต้นสัก ร.๙  ทรงปลูก ๕๑ ปี
   ต้นโพ หน้าเมืองกำแพงเพชร
         ๑.๕ พระเครื่อง เมืองกำแพงเพชร ดินที่แพงที่สุดในโลก
            ซุ้มกอ นางพญา กำแพงลีลา
         ๑.๖ สถานที่สำคัญ
            พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  พิพิธภัณฑ์เรือนไทย 
ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง         พิพิธภัณฑ์พระเครื่องวัดบาง
พิพิธภัณฑ์พระบูชาวัดพระบรมธาตุ    พิพิธภัณฑ์เฉลิมราช วัดบรมธาตุ วัดปราสาท  ถนนพระร่วง เสาหลักบ้าน เขานางทอง บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง  บ้านพะโป้
                    ๑.๗ เมืองโบราณ กำแพงเพชร นครชุม ไตรตรึงษ์ เทพนคร คณฑี
        เมืองโกสัมพี (คลองเมือง) เมืองพาน เมืองรอ เมืองอาจ 
          เมืองแสนตอ
๑.๘ การแสดงพื้นบ้าน มีเพลงต่างๆ อาทิ คล้องช้าง พวงมาลัย ลิเกป่า ระบำร้องแก้ รำโทน  แม่ศรี  การแสดงของชาติพันธ์มากมายในกำแพงเพชร
๑.๙ ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขา  ทุกเผ่า ในกำแพงเพชร ล้วนน่าศึกษา เช่น กะเหรี่ยงน้ำตก กะเหรี่ยงที่วุ้งกะสัง ปักผ้า ของชาวเมี้ยน  นาศึกษาอย่างมาก
๑.๑๐ อาหารในกำแพงเพชร อร่อยทุกร้าน ขึ้นชื่อ เช่น บะหมี่เซี้ยง แดงรสเด็ด ผัดไทยแม่สุภาพ เฉาก้วยชากังราว
      ๑.๒ ทางด้านธรรมชาติ
                            อุทยานแห่งชาติแม่วงศ์  อุทยานแห่งชาติคลองลาน  อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า
แหล่งท่องเที่ยว
เขาโมโกจู: เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ และสูงที่สุดในผืนป่าตะวันตก พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์
ช่องเย็น (กม.93): อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 28
แก่งผานางคอย: แก่งผาคอยนาง เป็นแก่งน้ำและแก่งหิน จากถนนคลองลาน-อุ้มผาง ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ 1,400 เมตร จะมีทางแยกเข้าไปอีก 400 เมตร จะถึงบริเวณแก่งหินขนาดใหญ่ที่มีลำน้ำคลองขลุงไหลผ่าน ซึ่งเป็นลำน้ำสายหนึ่ง ในหลายๆ สายที่ไหลลงสู่แม่น้ำปิง จากบริเวณแก่งเดินขึ้นไปตามลำน้ำอีกประมาณ 350 เมตร จะถึง น้ำตกผาคอยนาง น้ำตกขนาดเล็กที่เด่นและสะดุดตา มีน้ำตก 4 ชั้น แต่ละชั้นมีความสูงประมาณ 20 เมตร
น้ำตกแม่รีวา: น้ำตกแม่รีวาเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีแอ่งน้ำลักษณะเป็นอ่างกลมกว้างราว 30-40 เมตร รับสายน้ำที่ตกลงมา เป็นชั้นๆ มีทั้งหมด 5 ชั้น ชั้นที่ 3 มีความสูงที่สุดประมาณ 100 เมตร มีสภาพสวยงามมาก น้ำตกแม่เรวาอยู่ ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 21 กิโลเมตร การเดินทางต้องเดินเท้าไปกลับ 3-4 วัน
น้ำตกแม่กระสา: น้ำตกแม่กระสาเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สูงที่สูงที่สุดในบริเวณนี้ มีความสูงกว่า 1,000 เมตร มีชั้นลดหลั่นถึง 9 ชั้น มีบางชั้นที่มีความสูงถึง 270 เมตร น้ำไหลแรงสวยงามตลอดปี อยู่ห่าง จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 21 กิโลเมตร ต้องเดินเท้าเข้าไป ใช้เวลาเดินไปกลับ 3-4 วัน

น้ำตกแม่กี: น้ำตกแม่กีเป็นน้ำตกที่มีความสูงประมาณ 200 เมตร แบ่งเป็นชั้นๆ ถึง 9 ชั้น น้ำไหลเกือบตลอดปี การเดินทางต้องเดินเท้าไปกลับ 3 วัน น้ำตกแห่งนี้ได้รับคำกล่าวชมจากหนังสือ ASEAN MAGAZINE เมื่อปี พ.ศ. 2518 ว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดในเอเซีย

อุทยานแห่งชาติคลองลาน
แก่งเกาะร้อย: อยู่ในเส้นทางอุ้มผาง-คลองลาน เข้าทางถนนบ้านโป่งน้ำร้อนเข้าไปประมาณ 15 กิโลเมตร แก่งเกาะ ร้อยเกิดจากคลองสวนหมากเป็นลำธารสลับด้วยแก่งหิน และหาดทรายขาวสะอาด อยู่ท่ามกลางทิวทัศน์ แห่งขุนเขาสลับซับซ้อน ประกอบด้วยแก่งหินตะปุ่มตะป่ำนับร้อยพันก้อนเรียงรายเป็นลานกว้าง ช่วงกลาง มีลำธารน้ำใสไหลผ่านเกาะแก่งหินสีเทาหม่นดูสวยงามยิ่ง
น้ำตกคลองลาน: น้ำตกคลองลาน เกิดจากเทือกเขาขุนคลองลาน ซึ่งมียอดสูง 1,439 เมตรจากระดับน้ำทะเล เหนือหน้าผาน้ำตก เป็นที่ราบกว้าง ในฤดูฝนสายน้ำจะไหลจากลำห้วยต่างๆ ประมาณ 5 สาย ลงสู่แอ่งน้ำกลางหุบเขา เกิดเป็นวังน้ำลึก และลำน้ำยาวประมาณ 3 กิโลเมตร แล้วไหลผ่านหน้าผาลงมาเป็นน้ำตกคลองลาน สูง 100 เมตร กว้างประมาณ 40 เมตร บริเวณใต้น้ำตกเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ซึ่งสามารถลงเล่นน้ำได้ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 800 เมตร
น้ำตกคลองน้ำไหล: น้ำตกคลองน้ำไหล (น้ำตกปางควาย) เป็นน้ำตกขนาดกลาง ไหลลดหลั่นลงมาตามความยาวของหน้าผา มี 9 ชั้น บริเวณพื้นล่างมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่สามารถลงเล่นน้ำได้มีน้ำไหลตลอดทั้งปี อยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติคลองลาน ที่ คล.2 (คลองน้ำไหล) อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 25 กิโลเมตร จากทางหลวงหมายเลข 1117 ตรงหลักกิโลเมตรที่ 35-36 จะมีป้ายบอกทางเข้าอีก 10 กิโลเมตร
อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า
โป่งแก๊สธรรมชาติ: เป็นบ่อน้ำร้อน อยู่ห่างจากน้ำตกเต่าดำประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ เป็นโป่งน้ำ ที่สัตว์ป่าชอบมาอาศัยอยู่ เช่น หมูป่า เก้ง กวางป่า เป็นต้น อุณหภูมิประมาณ 50-70 องศาเซลเซียส โป่ง แก๊สธรรมชาติ มี 2 แห่ง คือทางไปน้ำตกคลองโป่ง และน้ำตกเต่าดํา ประมาณ 1,500 เมตร
เขากระดาน: เป็นหน้าผาของเขาเต่าดำ อยู่ใกล้น้ำตกเต่าดำ มีลักษณะเหมือนมีคนเอากระดานมาเรียงต่อกันเป็นหน้า ผาสูงขึ้นประมาณ 300 เมตร
ถ้ำเขาพนัง: เป็นถ้ำขนาดใหญ่อยู่ริมคลองสวนหมากเป็นถ้ำหินงอกหินย้อยสวยงามมากมีความลึกประมาณ 100 เมตร
น้ำตกคลองโป่ง: มีชื่อเรียกอีกหนึ่งว่า น้ำตกคลองน้ำแดง เป็นน้ำตกหินชนวนหนึ่งเดียวของไทย มี 4 ชั้น ชั้นบนสูง 100 เมตร ไหล ลงมาผ่านบนหินมีร่องเป็นชั้นๆ สายน้ำจึงเกิดการแตกกระจาย เป็นละอองฝอยขาวฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณโขดหินแต่ละ โขดเรียงราย ท่ามกลางผืนป่าอันสมบูรณ์ เป็นน้ำตกหินชนวนซึ่งพบที่นี่เพียงแห่งเดียว จากบ้านโละโคะต้องเดินเท้าอีก ประมาณ 20 กิโลเมตร ผ่านป่าดิบแล้ง
น้ำตกคลองวังเจ้า: เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ของอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า แนวเขตจังหวัดตาก-กำแพงเพชร ห่างจากที่ทําการ 1.5 กิโลเมตร อยู่ห่างจากถนนพหลโยธิน 29 กิโลเมตร บนถนนวังเจ้า-โละโคะ หลักกิโลเมตรที่ 29 เป็นน้ำตกชั้นเดียวไหลทิ้งตัวในแนว ตั้งฉาก สูงประมาณ 60 เมตร ความกว้างประมาณ 100 เมตร ถือเป็นน้ำตกขนาดกลาง และเป็นจุดที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ ของผืนป่าธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์

ปากคลองนาคีรี: เป็นแก่งน้ำตามธรรมชาติที่สวยงามไหลผ่านโขดหินแกรนิตสีขาวสะอาด สะท้อนแสง เป็นจุดบริเวณที่คลองนาคีรีไหลมารวมกับคลองวังเจ้า
 
   
   
   
   
      



         
      


 10 
 เมื่อ: มิถุนายน 21, 2018, 10:31:27 am 
เริ่มโดย apairach - กระทู้ล่าสุด โดย apairach
หัวข้ออบรม มารยาทไทย อยู่ที่ไหนก็งดงาม
...............................................
๙.๐๐ - ๑๐.๐๐ น.         ความหมายของมารยาทไทย
๑๐.๐๐- ๑๐.๔๕ น.      องค์ประกอบของมารยาทงาม
               ทางกาย
               ทางวาจา
               ทางใจ
๑๐.๔๕-๑๑.๐๐ น.      พัก – อาหารว่าง
๑๑.๐๐- ๑๒.๐๐น.   ชมวิดิทัศน์ มารยาทงาม จากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ประกอบการสาธิต จากวิทยากร
๑๒.๐๐ - ๑๒.๐๐ น.   พักรับประทานอาหารกลางวัน
๑๓.๐๐-๑๔.๓๐ น.   ฝึกปฏิบัติ มารยาทงาม ทางกาย ทางวาจา ทางใจ
๑๔.๓๐- ๑๔.๔๕น.   พัก – อาหารว่าง
๑๕.๐๐-๑๖.๓๐ น.   สรุป ความเป็นผู้มีมารยาทงาม ทางกาย ทางวาจา และทางใจ

      ......................................
วิทยากร
       อ.สันติ อภัยราช ครูเชี่ยวชาญ อาจารย์ ๓ ระดับ ๙  (ครูคศ.๔)    
       ศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (วัฒนธรรม)
       อดีตประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร ๓ สมัย
       ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร
        ครูต้นแบบแห่งชาติ ครูเจ้าฟ้า ครูภูมิปัญญาไทย
       คนดีศรีกำแพงเพชร  คนดีแทนคุณแผ่นดิน
   




หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!