จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช
ธันวาคม 16, 2019, 12:59:43 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร โดย อาจารย์สันติ อภัยราช
ยินดีต้อนรับสมาชิก และผู้เยื่ยมชมทุกๆท่าน
 
  หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 88
1  หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / ริมธารน้ำ รินไหล ใจร่วมรัก วนารี ที่ประจักษ์ แสนสดใส เพื่อนร่วมรุ่น แสนรัก ประจ เมื่อ: ธันวาคม 02, 2019, 09:35:45 am
ริมธารน้ำ รินไหล ใจร่วมรัก
วนารี ที่ประจักษ์  แสนสดใส
เพื่อนร่วมรุ่น แสนรัก ประจักษ์ใจ
คลองลานไกล ไม่เกินกว่า สามัคคี
เล่นน้ำตก คลองลาน สมานสมัย
ร่วมไหว้พระ ด้วยใจ   ในศักดิ์ศรี
พยาบาล ส ป ร.  ร่วมชีวี
หลายสิบปี ไม่พบกัน  ยังมั่นคง



นานแสนนาน ไม่พบหน้า พาคิดถึง
ขอบคุณฟ้า ความคนึง     ให้โหยหา
สี่สิบเอ็ด    ปีเศษ             ได้เจรจา
ความคิดถึง นำพา   มาพบกัน
อายุเข้า เจ็ดสิบ ราวสิบเจ็ด
ด้วยความรัก เราระเห็จ มาสังสรรค์
สัญญาว่า อีกกี่ปี ร่วมยืนยัน
จะพบกัน ด้วยศรัทธา มาหาเธอ
2  หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / ชากังราว คือ กำแพงเพชร ฟัง ชม หลักฐานสำคัญ จากจารึก และพงศาวดาร ทาง อสมท.กพ. บ เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2019, 02:44:49 am
ชากังราว คือ  กำแพงเพชร  ฟัง ชม หลักฐานสำคัญ จากจารึก และพงศาวดาร ทาง อสมท.กพ. บ่ายสอง และทาง สวท.กพ. บ่ายสาม โดย อ.สันติ อภัยราช อ.รุ่งเรือง สอนชู และเยาวชนคนดี ยุทธนา ทองดี เสาร์ ๑๖ พย. จะได้เลิกเถียงกันเสียที
มีหลักฐาน สรุปได้ดังนี้

๑. ในจารึกหลักที่ 8 ศิลาจารึกภูเขาสุมนกูฏ จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นจารึกของพระมหาธรรมราชาลิไทย  จารึกเมื่อพุทธศักราช 1912 ในจารึกกล่าวถึงเชื่อเมืองต่าง ๆของสองฝั่งแม่น้ำปิง ได้แก่ เมือง  พระบาง  ชากังราว  สุพรรณภาว นครพระชุม  เมืองพาน  แต่ไม่มีชื่อเมืองกำแพงเพชร  แสดงว่าชากังราว อยู่ลุ่มน้้าปิง

๒ ในกฎหมายลักษณะลักพา   มีพระราชกฤษฎีกาของสมเด็จพระเจ้าอู่ทองรามาธิบดี บทที่ 1  ตั้งเมื่อปีมะแม  จุลศักราช  717  พ.ศ.  1899   (ควรจะเป็น  1898)  ภายหลังสร้างพระนครศรีอยุธยาได้ 5 ปี  มีเนื้อความว่า  นายสามขลากราบบังคมทูลด้วยเรื่องข้าหนีเจ้า  ไพร่หนีนายว่า  มีผู้เอาไปถึงเฉลี่ยงสุโขทัย  ทุ่งย้าง  บางยม  สองแก้ว  (สองแคว) สระหลวง ชาวดงราวกำแพงเพชร  เมืองท่านเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันดังนี้  และมีผู้เอาทาสเอาไพร่ท่านมาขาย   และเจ้าทาสเจ้าไพร่แห่งพระนครศรีอยุธยาและมากล่าวพิพาทว่า  ให้ผู้ไถ่ไล่เอาเบี้ยแก่ผู้ขายนั้นคืน  ข้าพระพุทธเจ้าขอเรียนพระราชปฏิบัติ  จึงมีรับสั่งว่า  ขายกันแต่ในพระนครศรีอยุธยาดังนี้  และสูบังคับให้ผู้ไถ่เอาเบี้ยแก่ผู้ขายสิยังยาก  อย่าว่าแต่ข้าหนีเจ้าไพร่หนีนาย  และเขาลักเอาไปขายถึงเฉลี่ยงสุโขทัย  ทุ่งย้าง  บางยม        สองแก้ว   สระหลวง  ชาวดงราวกำแพงเพชร  ใต้หล้าฟ้าเขียวขาดจากมือเจ้าทาสไพร่ไปไกล  จะมาพิพาทฉันเมืองเพชรบุรี เมืองราชบุรี  เมืองสุพรรณบุรี  สะพง  คลองพับ  แพรกศรีราชาธิราช  พระนครพรหมนั้น    บมิชอบเลย?  กฎหมายบทนี้ตั้งภายหลังพระมหาธรรมราชาลิไทยได้ราชสมบัติปีที่ 1 ชาดงราว กำแพงเพชร หมายถึงชากังราว

๓.จากคำสรุปของพระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย  สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงวินิจฉัยเรื่องเมืองชากังราวได้อย่างละเอียดว่า
             ข้าพเจ้าจะต้องอธิบายเรื่องเมืองชากังราวไว้ตรงนี้สักหน่อยหนึ่ง ด้วยยังไม่ได้พบอธิบายในที่อื่นว่าเมืองชากังราว เป็นเมืองไหนแน่ในปัจจุบันนี้  ในหนังสือพระราชพงศาวดารมีเรื่องเกี่ยวกับเมืองชากังรายหลายแห่ง ในตอนแผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาธิราชนี้ เป็นอย่างมาก แต่ในพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐ ยังออกชื่อเสียงชากังราวลงไปถึงแผ่นดิน สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ข้าพเจ้าได้ตรวจสอบแผนที่เข้ากับเรื่องที่มาใน พระราชพงศาวดารเห็นว่า เมืองชากังราวจะเป็นเมืองอื่น นอกจากเมืองกำแพงเพชรทุกวันนี้ไม่ได้ และได้พบหลักฐานประกอบในพระราชกฤษฎีกาของ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ เรียกชื่อเมือง "ชาวดงราว" กำแพงเพชรควบไว้ดังนี้ (คำว่า ชาดงราว นั้นเชื่อได้แน่ว่า ผู้คัดลอกเขียนผิดมาจาก ชากังราวนั่นเอง) 
              จากข้อความที่นำมากล่าวนี้ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสรุปไว้ว่า เมืองชากังราว     คือ เมืองกำแพงเพชร

จากหลักฐานดังกล่่าว ควรจะสรุปได้ว่า ชากังราว คือกำแพงเพชร นั่นเอง
3  หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / โคลงบันทึกพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ล้นเกล้ารัชกาลที่๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี (ตอนที่๑ บ เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2019, 02:41:40 am
โคลงบันทึกพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ล้นเกล้ารัชกาลที่๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี (ตอนที่๑ บทที่๑ ถึงบทที่๕)

๑. สืบสานวัฒนธรรมค่าล้ำ     เลอพิศ
ยลถ่ายทอดแสนวิจิตร            ท่วมฟ้า
ละเอียดอ่อนราวนิมิตร            เพียงหนึ่ง โลกนอ
บันทึกสิริทัศน์ท้า                    สืบด้วยคำโคลง
๒.จรรโลงไทยวัฒน์ด้วย         วิถีไทย
จักรพรรดิครองฤทัย                ราษฏร์ถ้วน
โอรสสืบราชสมบัติไข              วชิรา ลงกรณ์นอ
เจิดจำรัสราษฎร์ล้วน                เด่นชี้สยามมินทร์
๓ ยินประเพณีแต่ครั้ง               สุโขทัย
อินทราทิตย์มีชัย                       แต่งตั้ง
บรมราชาภิเษกไกร                   เกรียงยื่ง นาพ่อ
สานต่อมาแต่ครั้ง                      ชื่นแท้บรรพชน
๔.อยุธยายลยุทธยั้ง                 ราชา
อภิเษกวัฒนา                             เทิดไท้
หลายศตวรรษา                          สืบต่อ
ข้าขอบันทึกเรื่องไว้                   อภิเษกล้ำคำโคลง
๕.ธนบุรีโยงเรื่องไว้                    เพียงนิด
กู้ชาติสงครามวิปริต                    กอบกู้
อภิเษกคือชีพิต                            องค์พ่อ วชิรปราการนา
สืบได้เพียงแค่รู้                            เร่งขึ้นครองไทย

โคลงบันทึกพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ล้นเกล้ารัชกาลที่๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี (ตอนที่๒ บทที่ ๖ ถึงบทที่๑๐)
๖. รัตนโกสินทร์เสกสร้าง     ประเพณี
บรมราชาภิเษกมี                    ถี่ถ้วน
เก้ารัชกาลจักรี                       สืบต่อ
ถีงอภิเษกเอกล้วน                 สืบไท้ทศสมัย
๗.เกรียงไกร น้ำอภิเษกล้ำ      ครบสยาม
ส่งปลุกเสกเลิศนาม                 พระแก้ว
เตรียมพระมูรธาตาม               อภิเษก
ชลศักดิ์สิทธิ์เพริศแพร้ว         เคลื่อนล้ำเลิศดิถี
๘. กำแพงเพชรมีเสกน้ำ         บ่อสาม   แสนนา
ประวัติพระนเรศยาม                 พักสร้าง
เสวย ใช้ เสกน้ำนาม                สรงบ่อ นี้นอ
ตำนานมีเอกอ้าง                      ส่งไท้ทรงธรรม
๙. จารึกล้ำสุพรรณบัตรอ้าง     ออกนาม
มหาวชิราลงกรณ์ขาม              เขตกว้าง
สี่ ห้า หก พฤษภ ยาม                พิเศษ
บรมราชาภิเษกอ้าง                   ดิถีนี้เลิศวิถี
๑๐. มเหสีอัครรั้ง                     สุทิดา  องค์นอ
คู่บรมกษัตรา                             เสกตั้ง
สิริโฉมจรรยา                             งามยิ่ง นาแม่
สมบารมีสมครั้ง                          นาฏนี้ครองเกษม
โคลงบันทึกพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ล้นเกล้ารัชกาลที่๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี (ตอนที่๓ บทที่๑๑ ถึงบทที่ ๑๕)
๑๑. กราบพระแก้วมรกตด้วย    ศรัทธา
กราบพระสยามเทวา                ยิ่งแก้ว
กราบหลักเมืองรัตนา                หลักมิ่ง เมืองนา
กราบสิ่งศักดิ์สิทธิ์แพร้ว             เพริศด้วยประเพณี
๑๒ พิธีพราหมณ์สืบแล้ว            พันปี
บรมราชาภิเษกวิถึ                        ถูกต้อง
จักรพรรดิราชมี                            ทศพิธ ธรรมนอ
สืบราชวงศ์จักรก้อง                     ราษฎร์ซร้องสรรเสริญ
๑๓.ดำเนินพิธีสังฆราชเจ้า           ประธาน
นายกประยุทธประสาน                 สืบไท้
พรามณ์พิธีร่วมจาร                        สุพรรณบัตร
ทองคำบรรจงเพริศไว้                   ธิราชเจ้าจอมสยาม
๑๔.เฉลิมสยามเฉลิมรัฐเจ้า         จอมกษัตริย์
ทรงเถลิงราชสมบัติ                      สืบไท้
ภูมิพล เลิศขัตติย์                          ครองต่อ  องค์นา
พสกอวยถวายพร่ำได้                  ต่อไท้ราชา
๑๕.เริ่มราชาภิเษกแล้ว                รัตนา
สี่พฤษภามหา                               ฤกษ์แล้ว
ห้า หก พฤษภา                             ศักราช  เดียวนอ
สองพันหกสิบสองแก้ว                  เกียรติก้องโลก
โคลงบันทึกพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ล้นเกล้ารัชกาลที่๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี (ตอนที่๔ บทที่ ๑๖ ถึง ๒๐)
๑๖.สี่พฤษภาเสด็จขึ้น    ไพศาล ทักษิณนอ
เช้าสิบโมงเพื่อสนาน       ภิเษกน้ำ
รับศีลมหาสงฆ์ขาน          รับต่อ รูปนอ
เปลี่ยนเครื่องทรงองค์ย้ำ  ประดับไท้เลอองค์
๑๗.พระบรมวงศ์เอกท้าว     เสด็จสนอง บาทนอ
เข้าเฝ้าแน่นเนืองนอง          แนบไท้
เครื่องราชาภิเษก รอง          พระบาท  ไท้นา
แท่นอุทุมพรแกร่งไว้             เทพเจ้าสนององค์
๑๘.ทรงขึ้นถวายแท่นไท้        สรงสาคร
สหัสธาราจร                          สู่ท้าว
สังฆราชสรงบวร                    หลังท่าน องค์นอ
ถวายธาราครองด้าว               เท่าน้ำนององค์
๑๙.พราหมณ์ถวายมงคลล้ำ   เลิศฤทธิ์
ใบมะตูมชีพิต                           ทัดแก้ว
สรงธาราศักดิ์สิทธิ์                    องค์อาบ ไท้นอ
คือครองทุกเทศแล้ว                 ถวายน้ำบรรณาการ
๒๐. วัฒนธรรม์ค่าล้ำ                 เป็นเอก
รักษาประเพณีเสก                      กษัตริย์แก้ว
บรมราชาภิเษก                           เหนือสิ่ง ใดนา
ปีนใหญ่ถวายพระพรแล้ว            สนั่นก้องเวหาหาว

๒๑เขตด้าวสรรทั่วไท้      ราชา
ทรงพระเจริญวัฒนา    เทพเจ้า
อวตารรัตนา      ครองราชย์  เลิศนา
ทรงเกษมประเสริฐเกล้า   ยิ่งด้วยราชัน
4  หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / ๑๕ พย. สุขสันต์วันเกิดอ้าง อังคณา งามจิตงามศรัทธา ท่วมท้น งามกายเ เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2019, 02:09:03 am
สุขสันต์วันเกิดอ้าง        อังคณา
งามจิตงามศรัทธา         ท่วมท้น
งามกายเลิศรัตนา          นองแผ่น   กำแพงนอ
แพทย์ใหญ่ใจเลิศล้น     ลึกล้ำลออคุณ
5  หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / ดังดวงแก้ว แวววับ ลับจากโลก ลมวิโยค โหยหา ฟ้าห่มหาย คือวันเที่ยง ตะเภา เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2019, 03:22:44 am
ดังดวงแก้ว แวววับ   ลับจากโลก
 ลมวิโยค    โหยหา   ฟ้าห่มหาย
คือวันเที่ยง   ตะเภาน้อย  ชีวาวาย
เสียสละ มากมาย ในกำแพง

เธอทำงาน มากล้น  หลากหลายสิ่ง
เป็นคนจริง ดับสูญ ทุกหนแห่ง
อนิจจา โรคร้าย  ไม่เปลี่ยนแปลง
ดับลับแสง ศรัทธา  ประชาชน

ทำหน้าที่ ทุกอย่าง เธอสร้างสรรค์
มีชีวัน เพื่อคนอื่น ไม่หวังผล
แสงสุดท้าย ลับไป ในบัดดล
ความสงัด สลัดพ้น ความงดงาม

เมื่อถึงคราว  จำพราก จากรักแล้ว
คือดวงแก้ว ดับแสง พ้นขวากหนาม
ขอเธอสุข บนสวรรค์  ไม่ลืมนาม
ขอวันเที่ยง   เป็นนิยาม  เยี่ยงนิรันดร์

  สันติ อภัยราช
6  หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / ความทรงจำเรื่องปราบศึกฮ่อ ความทรงจำเรื่องปราบศึกฮ่อ เป็นบันทึกจากการปฏิบัติภาระ เมื่อ: ตุลาคม 28, 2019, 04:29:41 am
ความทรงจำเรื่องปราบศึกฮ่อ

ความทรงจำเรื่องปราบศึกฮ่อ เป็นบันทึกจากการปฏิบัติภาระกิจของ พระกำแหงสงคราม (ฤกษ์ นุชนิยม)
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ห้ว รัชการที่ ๕

ประวัติโดยสังเขป ของพระกำแหงสงคราม
   
 เกิดเมื่อวันที่ 8 กรกฏาคม พ.ศ. 2399 วันอังคารขึ้น หกค่ำ เดือนแปด ปีมะโรง ณ จวนเก่า จังหวัดกำแพงเพชร เป็นบุตรของพระกำแหงสงคราม(เหลี่ยม นุชนิยม) สืบสกุลโดยตรงมาจากพระยาเกียรติพระยาราม ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของพระเจ้านันทบุเรง(พระเจ้าหงสาวดี)ได้สวามิภักดิ์ติดตาม สมเด็จพระนเรศวร มหาราช พร้อมกับพระมหาเถรคันฉ่อง ในคราวประกาศอิสระภาพ ณ เมืองแกลง ได้พึ่งพระบรมโพธิสมภารอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา กาลล่วงมาจนถึงปู่ทวด คือพระยารามรณรงค์สงครามรามภักดีอภียพิริยะพาหะ(นุช)
       มีเรื่องเล่าสืบกันมาว่า ในวันที่ท่านคลอดนั้น พระกำแหงสงคราม(เหลี่ยม นุชนิยม)ผู้บิดากำลังคุมกำลังพลจะไปปราบศึกกบถเจ้าอนุวงศ์ และขณะที่ขบวนทัพพร้อมจะออกเดินทางไปนั้น มีคนที่บ้านมาคุกเข่าอยู่ข้างๆ รายงานว่า ขณะนี้คุณหญิงได้คลอดลูกออกมาแล้ว ท่านบิดาหันไปถามว่าเป็นหญิงหรือชาย เมื่อได้คำตอบว่าเป็นชาย ท่านก็สั่งว่า
            “ให้ตั้งชื่อมันว่า ฤกษ์” แล้วสั่งให้เหล่าทหารเคลื่อนพลด้วยจิตใจที่มั่นคงและเข้มแข็งทันทีโดยไม่รีรอ
       สกุลนี้มีมีหลักฐานบ้านช่องอยู่ที่จังหวัดกำแพงเพชร และได้สืบสกุลต่อๆกันมาเป็นเจ้าเมืองกำแพงเพชรหลายชั่วอายุ เมื่อเยาว์วัยพระกำแหงสงคราม(เหลี่ยม)ได้นำไปฝากไว้กับ เจ้าพระยาภูธราภัย เพื่อให้ได้รับการอบรมศึกษาเล่าเรียนตามระเบียบแบบแผนอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นประเพณีนิยมสำหรับผู้ที่หวังทำราชการสืบไปในภายภาคหน้า เนื่องจากท่านเป็นผู้ที่มีฝีมือในการเขียนหนังสือ ท่านเจ้าพระยาฯจึงได้ใช้สอยอย่างใกล้ชิด โดยให้ดำรงตำแหน่งทนายหน้าหอ
      ต่อมาจนเมื่อมีอายุสมควรรับราชการ เจ้าพระยาภูธราภัย จึงได้ฝากให้เข้ารับราชการในกระทรวงมหาดไทย กับท่านพระยาราชวรานุกูล(เวก บุนยรัตพันธุ์) บุตรท่านเจ้าพระยาภูธราภัย นั้นมีความใกล้ชิดสนิทสนมกันมาแต่เยาว์ ตราบจนกระทั่งได้ไปร่วมราชการศึกปราบฮ่องครั้งที่ ๑ เมื่อพ. ๒๔๑๘  และศึกฮ่อครั้งที่ ๒ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๖

ความเรื่องปราบศึกฮ่อมีดังนี้
      พวกฮ่อนี้เดิมทีเป็นจีนแท้ ทำการขบถขึ้นในเมืองจีน เรียกว่าพวกขบถ”ไต้เผง” จะช่วงขิงอำนาจกับพวก”เม่งจู” ในที่สุดพวกไต้เผงสู้พวกเม่งจูไม่ได้ ต้องแตกฉานซ่านเซ็นหลบหนีไปซุ่มซ่อนตัวตามป่าเขา จีนขบถไต้เผงพวกหนึ่งมีกำลังหลายพันคน หัวหน้ากลุ่มชื่อ”จ่ออาจง” อพยพเข้ามาอยู่ในเขตแดน ญวน ทางเมืองตั้งเกี๋ยเมื่อราว พ.ศ. ๒๔๐๐
      ฝ่ายพวกญวนเห็นว่าพวกขบถไต้เผงอพยพเข้ามในเขตของตน เกรงว่าจะเป็นอันตราต่อญวนในภายภาคหน้า จึงแต่งฑูตเข้าไปในประเทศจีน ขอกองทัพจากกษัตริย์เม่งจู มาสมทบกับกองทัพของญวน ช่วยกันขับไล่พวกขบถ พวกกบถก็แตกทัพลงมาในดินแดนของพวกแม้ว คือชายแดนจีนติดต่อกับดินแดนสิบสองจุไทย พวกขบถได้รวบรวมกันและตั้งมั่นอยู่ และได้เรียกชื่อใหม่ว่าเป็น “พวกฮ่อ”
      พวกฮ่อนี้ต่อมาได้หัวหน้าที่มีวสามเข้มแข็งในการรบ จึงทำการส้องสุมสมัครพรรคพวกจนมีกำลังแข็งแรงแล้ว จึงยกขึ้นไปตีหัวเมืองญวน จีนกับญวนรวมกำลังกันรบแต่สู้พวกฮ่อไม่ได้ พวกฮ่อจึงเข้าครอบครองเมืองต่างๆในเขตแดนตังเกี๋ย
      ต่อมาพวกฮ่อเกิดแตกแยกกัน รบพุ่งกันขึ้นฝ่ายแพ้พาสมัครพรรคพวกอพยพไปตั้งดินแดนอยู่แคว้นสิบสองจุไทย ใช้ธงประจำกองทัพสีเหลือง เรียก”ฮ่อธงเหลือง” ส่วน พวกที่อยู่ในแดนตั้งเกี๋ยใช้ธงประจำสีดำ  เรียก “ฮ่อธงดำ” พวกฮ่อธงดำนี้ต่อมาทำไมตีกับญวนแล้วช่วยกันรบพุ่งขับไล่ ฮ่อธงเหลือง ๆ จึงต้องถอยหนีแล้วไปปล้นสดมภ์หัวเมืองชายแดนและเมืองในสิบสองจุไทยได้หลายเมือง ญวนส่งทัพมาปราบปรามก็พ่ายแพ้ แก่พวกฮ่อธงเหลือง
      ต่อมาฮ่อธงเลืองได้มาตั้งถิ่นฐานและค่ายใหญ่ในทุ่งเชียงคำ เตรียมเข้าตีเมืองหนองคายและหลวงพระบาง คณะกรมการเมืองหลวงพระบางและหนองคายจึงมีใบบอกลงมากรุงเทพฯ เพื่อขอให้ไทยจัดกองทัพไปช่วยเหลือ
      พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้แต่งตั้งแม่ทัพนายกองขึ้นไป ๕ นาย แยกออกเป็น ๕ ทัพเดินทางไปปราบพวกฮ่อ
      กองทัพของพระยามหาอำมาตย์(ชื่น กัลยาณมิตร)ซึ่งยกไปปราบฮ่อทางเทอืงหนองคาย ได้รบพุ่งขับไล่พวกฮ่อทางเมืองเวียงจันทร์แตกหนีไป ส่วนทัพของเจ้าพระยาภูธราภัย ซึ่งยกไปปราบพวกฮ่อที่หลวงพระบางก็มีบัญชาให้พระสุริยภักดี(เวก บุนยรัตพันธุ์) ผู้บุตรยกทพไปตีพวกฮ่อแตกยับเยิน จนกระทั่งถึงทุ่งเชียงคำ การปราฮ่อครั้งนี้ พระกำแหงสงครามในขณะนั้นเป็นนายหมวดทัพหน้า ของทัพพระสุริยะภักดี เมื่อตีพวกฮ่อแตกทัพหนีจากเมืองไปพอสมควรแล้ว เจ้าพระยาภูธราภัยจึงมีบัญชาให้ยกทัพกลับคืนกรุงเทพฯ
      ใน พ.ศ. ๒๔๒๖ พวกฮ่อธงเหลืองที่แตกหนีไปจากหนองคายและเมืองหลวงพระบางก็กลับเข้าไปตั้งมั่นในญวนอีก จีนกับญวนจึงร่วมกันเข้าโอบตีพวกฮ่อธงเหลืองเป็นสามารถ หัวหน้าฮ่อธงเหลืองตายในที่รบ พวกที่เหลือก็แตกกระจัดพลัดพรายแยกกันอยู่เป็นกองเล็กกองน้อย เข้าปล้นสดมภ์บ้านเล็กเมืองน้อยในสิบสองจุไทย
      พวกฮ่อธงเหลืองมีหัวหน้าเข้มแข็งอีกคนหนึ่ง พาสมัครพรรคพวกลงมาตั้วค่ายใหญ่อยู่ที่ทุ่งเชียงคำอีกครั้งหนึ่ง ส้องสุมผู้คนไว้เป็นจำนวนมาก แล้วยกเข้าปลั่นเมืองหัวพันทั้งห้าทั้งหก ซึ่งขึ้นอยู่กับเมืองหลวงพระบาง เจ้าเมืองหลวงพระบางเห็นเหลือกำลงที่จะต่อสู้ จึงมีใบบอกมายังกรุงเทพฯ ขอกองทัพขึ้นไปปราบพวกฮ่อ
      พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้พระยาพิชัย(มิ่ง)กับพระสุโขทัย(ครุฑ)ยกกองทัพล่วงหน้าไปช่วยเมืองหลวงพระบางก่อน และให้พระยาราชวรานุกูล(เวก บุนยรัตพันธุ์)บุตรเจ้าพระยาภูธราภัยเป็นแม่ทัพใหญ่ตามขึ้นไปสมทบอีกทัพหนึ่ง
      ในฐานะที่ใกล้ขชิดสนมสนมกันแต่เยาว์และเคยไปร่วมงานศึกมาด้วยกันตั้งแต่ท่านเป็นพระสุริยภกดี ในคราวปราบฮ่อเมือปี พ.ศ. ๒๔๑๘  พระยาราชวรานุกูล จึงให้พระกำแหงสงครามซึ่งขณะนี้นได้รับบรรดาศักดิ์เป็นหลวงพิชัยภักดี การเกณฑ์ทัพครั้งนี้พลรบเป็นพลเรือนส่วนใหญ่ เพราะเป็นการเกณฑ์พลตามแบบโบราณ หลวงพิชัยภักดีในฐานะนายหมวดอยู่ในทหารกองหน้า ต้องยกพลไปโดยรีบเร่ง ด้วยความลำบากตรากตรำเป็นสาหัส ประชุมพลที่เมืองพิชัยแล้วเดินทัพผ่านเมืองแพร่ น่าน 
      จากนั้นก็เดินทัพเลียบฝั่งโขงไปจนถึงเชียงแมนแล้วหยุดบวงสรวงเทพยดาอารักษ์ตามประเพณีของเมืองหลวงพระบางที่เคยปฏิบัติมา ต่อจากนั้นกองทัพเดินเลียบฝั่งไปอีกจนถึงท่าเลื่อนที่ท่าเลื่อนเจ้านครหลวงพระบางได้จัดกองเรือมารับกองทัพข้ามไปยังเมืองหลวงพระบาง พักที่หลวงพระบางพอให้ไพร่พลหายเห็ดเหนื่อยเมื่อยล้าแล้ว กองทัพก็เคลื่อนตรงไปยังทุ่งเชียงคำ
      การเดินทัพครั้งนี้ทางเดินทุรกันดารยิ่งกว่าที่เดินทัพมาแล้ว ต้องบุกป่าฝ่าดงข้ามเขาข้ามห้วยและต้องเดินทางแข่งกับเวลา ภูเขาที่ข้ามส่วนมากเป็นเขาสูง บางลูกเมื่อขึ้นไปบนไหล่เขาแล้วมองลงมาดูข้างล่างจะเห็นก้อนเมฆลอยต่ำอยู่กว่าจุดที่กองทัพยืนอยู่ ไม่เห็นภูมิประเทศด้านล่าง เพราะก้อนเมฆบังหมด รู้สึกอากาศเย็นมากผิดปรกติ แต่เมื่อลงมาถึงเชิงเขาด้านตรงข้ามแล้วจึงทราบว่าฝนตกลงมาไม่น้อยโดยที่แม่ทัพนายกองและไพร่พลไม่มีใครเปียกฝนเลย
      พวกฮ่อที่คุมสมัครพรรคพวกเป็นกองโจรกองเล็กกองน้อย เมื่อทราบข่าวว่ากองทัพไทยกยกขึ้นไปปราบปราม ก็พากันถอยร่นไปรวมอยู่ ณ ทุ่งเชียงคำ อันเป็นค่ายที่มั่นคงแข็งแรงแน่นหนากว่าค่ายอื่นๆ โดยเหตุที่ว่าพวกฮ่อยกลงมายึดทุ่งเชียงคำเป็นที่มั่นมาหลายปีแล้วจึงได้ปลูกไผ่ไว้หนาแน่น เป็นระเนียดค่ายล้อมรอบ จนกระทั่งเป็นเสมือนกำแพงค่าย
      กองทัพของพระยาราชวรานุกูลจึงเข้าสมทบกับกองทัพของพระยาพิชัย(มิ่ง)และพระยาสุโขทัย(ครุฑ)ล้อมค่ายพวกฮ่อไว้แน่นหนา ทางฝ่ายไทยได้เอาปืนใหญ่ตั้งระดมยิงระเนียดค่าย ก็ไม่สามารถยิงทลายกอไผ่ได้ นอกจากใช้ปืนยาวคอยยิงพวกฮ่อที่คอยแอบซุ่มอยู่ตามกอไผ่
      กองทหารไทยยกเข้าประชิดคราวใดมักจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะมองไม่เห็นตัวข้าศึก และถูกพวกฮ่อลอบยิงเอาเนืองๆ พระยาราชวรานุกูลได้ออกบัญชาการรบ ในระยะใกล้ชิดโดยมิได้หวาดเกรงภัยอันตรายใดๆอันจะบังเกิดขึ้น หลวงพิชัยภักดีได้รับบัญชาให้เข้าหักค่ายทางหนึ่ง ถูกกระสุนปืนยิงที่ขาขวาในการรบประจันบานครั้งนั้น ท่านแม่ทัพเองก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกันในขณะที่บัญชาการรบ แม้กระนั้นก็ตามทั้งสองท่านก็ไม่ได้ย่อท้อ คงบัญชาการต่อสู้ให้ทหารไทยกยพลเข้าประชิดโอบล้อมค่ายฮ่อให้ใกล้เข้าไปอีก วางเสือป่าแมวมองจุกช่องล้อมวงตัดกำลังมิให้พวกฮ่อ ออกมาหาเสบียงอาหารและน้ำบริโภคได้
      พวกฮ่อตั้งมั่นอยู่ในค่ายได้ไม่นานเกิดการขัดสนเหลือกำลังที่จะต่อสู้ จึงส่งฑูตออกมาเจรจาขอยอมแพ้ ขอถือน้ำพิพัฒน์สัตยายอมเป็นข้าขอบขัณฑสีมาขึ้นต่อไทยสืบไป แต่การเจรจาไม่เป็นที่ตกลงกัน เพราะพระยาราชวรานุกูล ตั้งข้อแม้ว่าจะต้องให้พวกฮ่อส่งศาสตรวุธที่มีอยู่มอบให้ไทยทั้งหมดเสียก่อนแล้วให้พวกฮ่อ ออกมาหาจะไม่ทำอันตราย พวกฮ่อไม่ไว้ใจเกรงว่าไทยจะทำอุบายจึงไม่ออกมา กองทัพไทยจึงต้องตั้งล้อมไว้เป็นแรมเดือน
      ต่อมากองทัพไทยเกิดขัดสนเสบียงอาหาร เนื่องจากทางต้นทางส่งเสบียงไม่ทันตามกำหนกด  และต้องประสพโรคภัยไข้เจ็บด้วย ท่านแม่ทัพเห็นว่าขืนล้อมค่ายอยู่ต่อไปก็ยิ่งเดือดร้อนเสียหายมากขึ้น จึงให้เลิกทัพกลับมายังเมืองหนองคายแล้วส่งใบอบกมายังกรุงเทพฯ จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้นายพันเอกพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม ผู้บังคับการกรมทหารรักษาพระราชวังเป็นแม่ทัพยกไปช่วยพระยาราชวรานุกูลปราบฮ่อที่ทุ่งเชียงคำ พวกฮ่อทราบข่าวว่าทางกรุงเทพฯส่งกองทัพขึ่นไปช่วยก็รีบจัดการอพยพผู้คนเผาค่ายที่ทุ่งเชียงคำทิ้งหลบหนีแตกซ่านกระเซ็นไป กองทัพไทยก็เลิกทัพกลับมาพักที่หนองคายชั่วคราวจากนั้นไม่นานก็ทรงบัญชาให้เคลื่อนพลกลับคืนกรุงเทพฯ
      หลวงพิชัยภักดีได้รับบัญชาให้คุมทหารส่วนหนึ่งยับยั้งอยู่ ณ เมืองหลวงพระบาง เพื่อป้องกันมิให้พวกฮ่อสายอื่นเข้ามาลอบปล้นสดมภ์หมู่บ้านเล็กหมู่บ้านน้อยในเขตเมือหลวงพระบาง ต่อมาอีกสามปี เมื่อเหตุการณ์ค่อยสงบลงแล้ว จึงเดินทางกลับเมืองกำแพงเพชร
      เมื่อเสร็จราชการรศึก หลวงพิชัยภักดีเข้าพรรพชาอุปสมบทเป็นสมณเพศตามประเพณีนิยม ในขณะที่บวชอยู่ ท่านมีชื่อเสียงในการเทศน์มากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เทศน์มหาชาติ กัณท์ที่ถนัดและเป็นที่นิยมชมชอบของผู้ฟังคือกัณท์ มหาพน กุมารและมัทรี เล่ากันว่าเสียงและทำนองเสนาะดีนัก ถึงกับเทศน์หาจตุปัจจัยจนสร้างศาลาการเปรียญที่วัดเสด็จ จังหวัดกำแพงเพชร นอกจากนี้ท่านยังสอนการเทศน์ให้แก่พระสงฆ์ไว้หลายรูป เช่นพระครูสวรรค์คณาจารย์ เอาวาสวัดวัดโพธารามปากน้ำโพรูปหนึ่ง
        เมื่อลาสิขาบทแล้วไม่นานก็ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "พระกำแหงสงคราม" รับราชการในตำแหน่งพระพลนายด่าน จังหวัดกำแพงเพชร มีหน้าที่รักษาเขตชายแดนระหว่างกำแพงเพชรติดต่อกับเขตพม่าทางด่านแม่ละเมา 
           พระกำแหงสงครามรับราชการในตำแหน่งนี้สืบมาด้วยดีจนล่วงเข้าวัยชรา เห็นว่ากำลังร่างกายลดน้อยถอยลงไม่สามารถจะรับราชการสนองพระเดชพระคุณได้เต็มสติกำลัง จึงกราบถวายบังคมลาออกจากหน้าที่ราชการไปประกอบอาชีพส่วนตัว และเพื่อสะดวกแก่การค้าท่านอพยพครอบครัวไปตั้งหลักฐานอยู่ทีบ้านเกาะมะตัน ตำบลปงสนุก อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง และรับหน้าทีเป็นกรมการพิเศษของจังหวัดช่วยเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี(เจิม แสงชูโต)ในการจัดตั้งค่ายทหาร(ค่ายสุรศักดิ์มนตรี-มณฑลทหารบกที่ ๗ ปัจจุบัน มทบ.๓๒ )ของจังหวัดลำปาง
      พระกำแหงสงคราม ถึงแก่อนิจกรรม ด้วยโรคชราในวันศุกร์ที่ ๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๗ ณ บ้านแลง ตำบลบ้านหมาก อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ในช่วงที่หลบภัยทางอากาศอยู่ที่นั่น สิริอายุได้ ๘๘ ปี และรับพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ 10 เมษายน พ.ศ.๒๔๙๑

+++++++++++++++
7  หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / ประวัติความป็นมา ของ สายสกุล “นุชนิยม” และความเกี่ยวพันกับตระกูล พระยากำแพงเพชร เมื่อ: ตุลาคม 28, 2019, 04:23:45 am
ประวัติความป็นมา ของ สายสกุล “นุชนิยม”
และความเกี่ยวพันกับตระกูล พระยากำแพงเพชร

นุชนิยม (อักษรโรมัน NUJANIYAMA) เป็นสกุลพระราชทาน ลำดับที่ 4787 ในรัชสมัยองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้ขอพระราชทานนามสกุลคือ พระกำแหงสงคราม (ฤกษ์ นุชนิยม)กรมการพิเศษ จังหวัดลำปาง

ตอนที่ขอพระราชทานนามสกุล นั้น พระกำแหงสงคราม ได้ขอไปให้ใช้คำว่า “ราม” นำหน้า แต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เห็นว่ามีผู้ใช้ คำนำหน้า”ราม” แล้วหลายสกุล กอปรกับเห็นว่า พระกำแหงสงครามได้ทำคุณงามความดีให้กับแผ่นดิน ในการปราบศึกฮ่อ ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5  และมีเชื้อสายของพระยารามรณรงค์สงคราม (นุช)

จึงทรง พระราชทาน นามสกุลให้ ว่า “นุชนิยม” ทรงอธิบายว่า มาจากคำสมาส “นุช + นิยะมะ แปลว่า " กำหนดโดยพระยากำแพงเพชร นุช "

แต่เขียนให้เป็นแบบ ไทยๆว่า “นุชนิยม” โดยให้คงรูปภาษาโรมันไว้แบบเดิม คือ  NUJANIYAMA –นูจานิยามา  (นุชนิยะมะ) ดังนั้น นามสกุลพระราชทานพิเศษลำดับที่ 4787 นี้จึงใช้ นุชนิยม (อักษรโรมัน NUJANIYAMA) เป็นสกุลพระราชทาน

(บันทึก - ในการทำพาสปอร์ต มีปัญหาในการใช้นามสกุล NUJANIYAMA เพราะเวลาในการเรียกขึ้นเครื่องบิน จะออกเสียงเป็น"นูจานิยาม่า"ทางกรมการกงศุล ฝ่ายทำพาสปอร์ต จึงขอให้เปลี่ยนนามสกุลที่ออกเสียงตรงกับภาษาไทย จึงมี ทั้ง NOOCHNIYOM และ NUCHNIYOM ครับ)

ต้นสกุล นุชนิยม คือ พระยารามรณรงค์สงครามรามภักดีอภัยพิริยปรากรมพาหุ (พระยากำแพงเพชร-นุช) เดิมรับราชการอยู่ที่กรุงเทพฯ ในรัชสมัยขององค์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ พระยากำแพงเพชร-นุช มีภรรยาเรียกกันว่า ท่านผู้หญิงชี แต่ชื่อจริงเรียก ”กาว” เป็นราชธิดาเจ้าผู้ครองนครเชียงราย พระยากำแพงเพชร-นุช เป็นญาติกับสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดระฆังเรียกกันว่าท่านเจ้าโต สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี ครั้นพระยากำแพงเพชร-นุช ได้ไปราชการทัพหลายครั้ง มีความดีความชอบ องค์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ ได้พระราชทาน ดาบด้ามทองฝักทองคำเป็นบำเหน็จ (ดาบนี้อยู่ที่ศาลากลางจังหวัดกำแพงเพชร) และอีกทั้งได้รับพระราชทานตำแหน่งให้เป็นผู้สำเร็จราชการเมืองกำแพงเพชร

พระยากำแพงเพชร-นุช มีบุตรกับท่านผู้หญิงชีคือ
1 ท่านผู้หญิง แพง เป็นภรรยาพระกำแพงเพชร (นาค) มีบุตรด้วยกัน 6 คน ชาย5 หญิง 1 คือ
1.1 พระยากำแพงเพชร (บัว) ไปราชการทัพเวียงจันทร์ กลับมาก็ถึงอนิจกรรมในเวลานั้น
1.2 เป็นพระยาสวรรคโลก (เถื่อน) ลงไปรับราชการอยู่กรุงเทพฯเป็นพระยาราชสงครามไปราชการทัพเวียงจันทร์ ได้ลาวเชลยมา 100 ครัวมีความชอบโปรดเกล้าให้ขึ้นมาเป็นพระยากำแพงเพชรแทนพี่ชายและได้รับพระราชทานลาว 100 ครัวเรือนด้วย ได้ให้เชลยตั้งบ้านเรือนอยู่วัดป่าหมู เหนือบ้านหลวงมนตรี ปัจจุบันเรียกว่า “เกาะยายจันทร์” รับราชการได้ 16 ปีเศษ พระยากำแพงเพชร (เถื่อน) ก็ถึงอนิจกรรม
1.3 ชื่อ น้อย เป็นพระพลอยู่แล้ว ได้เลื่อนขึ้นเป็นพระยากำแพงเพชร รับราชการ 15 ปี ถึงแก่อนิจกรรม
1.4 ชื่อ เกิด รับราชการเป็นพระยาตากอยู่ 10 ปี ไปราชการทัพเชียงตุง กลับจากทัพได้เลื่อนเป็นพระยากำแพงเพชรแทนพี่ชาย อยู่ 11 ปี จึงถึงแก่อนิจกรรม (เป็นปู่ของพระกำแหงสงคราม- ฤกษ์ นุชนิยม)
1.5 ชื่อ สุดใจ รับราชการอยู่ที่กรุงเทพฯเป็นที่ พลพ่าย
(ท่านทั้ง 5 นี้เป็นมหาดเล็กหุ้มแพรทุกท่าน)
1.6 ชื่อ อิ่ม เป็นท้าวอยู่ในแผ่นดินสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และรับราชการอยู่จนแผ่นดินพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 ในระหว่างนั้น พระอินทรเดช (บัว) เป็นคนกรุงเก่าต่างสกุลมาเป็นผู้รักษาการเมืองคือ ต้นสกุลรามโกมุท มารับราชการได้ 3 ปีก็ออกจากที่นั่น
2 ท่านผู้หญิงพลับ
3 บุตรชายที่เป็นพระฤทธิเดช รับราชการอยู่ที่กรุงเทพฯ

จาก 1.4 พระยากำแพงเพชร (เกิด) สมรสกับท่านผู้หญิงทรัพย์ มีบุตร ธิดา รวม 9 คน คือ 1.คุณย่าหุ่น 2.คุณย่านก-คุณปู่เสือ 3.คุณย่าขำ 4.หลวงวิเศษสงคราม (ดิษฐ์) 5.คุณย่าผึ้ง-พระกำแหงสงคราม (เหลี่ยม นุชนิยม) 6.หลวงพิพิธอภัย (ต่าย รามสูต) 7.พระยากำแพงเพชร (อ้น รามสูต) 8.คุณหญิงภู่-พระยากำแพงเพชร (หรุ่น อินทรสูต) 9.คุณย่าทองหยิบ

ต่อมาทั้ง 9 ท่านได้สืบสายสกุลรวม อย่างน้อย 15 สายสกุลคือ

สายสกุลสายตรง - กำแหงสงคราม, กลิ่นบัว, นาคน้อย, นุชนิยม, รอดศิริ, รามบุตร, รามสูต, ศุภดิษฐ์ และอินทรสูต---เรียงตามอักษร

สายสกุลที่เกี่ยวข้อง - กัลยาณมิตร สายพระสุจริตรักษา, ชูทรัพย์, ชูพินิจ, รัชดารักษ์, รามโกมุท และวิชัยขัทคะ-สายพระศรีพัฒนาการ
พระกำแหงสงคราม (ฤกษ์ นุชนิยม) เป็นบุตรของพระกำแหงสงคราม (เหลี่ยม) เกิดจากคุณย่าผึ้ง ในวันที่พระกำแหงสงคราม (เหลี่ยม) ผู้บิดา กำลังจัดทัพไปรบในสงครามขบถเจ้าอนุวงศ์ คนที่บ้านมาแจ้งว่าท่านได้บุตรชาย ท่านบอกให้คนมารายงานว่า "ให้ตั้งชื่อลูกที่เกิดมาว่า ชื่อ"ฤกษ์" แล้วออกทัพไปราชการสงครามด้วยจิตใจที่เด็ดเดี่ยว
พระกำแหงสงคราม (ฤกษ์) รับราชการสนองพระเดชพระคุณรับใช้ชาติในสงครามปราบศึกฮ่อ รัชสมัยรัชกาลที่ 5 จนสงบราบคาบ แล้วกลับมาอยู่กำแพงเพชร จนถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ สอง เกษียณอายุราชการ แต่ไปช่วยเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต) ในตำแหน่งกรมการพิเศษ ก่อตั้งค่ายสุรศักดิ์มนตรี มณฑลทหารบกที่ 7 จังหวัดลำปาง
ในปัจจุบัน มีผู้ใช้นามสกุล"นุชนิยม"มีจำนวนประมาณ 350 คน
8  หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / ที่นี่ ณ กำแพงเพชร หอเกียรติยศบุคคลดีเด่น (Hall of fame) จังหวัดกำแพงเพชร สมาค เมื่อ: ตุลาคม 02, 2019, 05:23:00 am

ที่นี่ ณ กำแพงเพชร
หอเกียรติยศบุคคลดีเด่น (Hall of fame) จังหวัดกำแพงเพชร

สมาคมนักหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชนกำแพงเพชร

ขอประกาศเกียรติคุณ ยกย่องคุณความดี และเป็นเกียรติยศแก่คนดี



                เรียงลำดับรายชื่อตามอาชีพดังต่อไปนี้ ครู, ข้าราชการทั่วไป, ตำรวจ, นักธุรกิจ และผู้นำท้องถิ่น

        บุคคลดีเด่นปี 2535 นายสกุล เรืองศิริรักษ์, นพ.สัมพันธ์ ฮันตระกูล, พ.ต.ต.ปัญญา    อยู่เอม และนายธำรง อัศวสุธีรกุล

        บุคคลดีเด่นปี 2538 นายสำราญ คำบุญ, นายวิสุทธิ์ วิจิตรพัชราภรณ์, ร.ต.ท.ธวัชชัย เจริญสุขรุ่งเรือง, นางวาริน วัฒนศิริ และนายสำราญ มหบุญพาชัย,

                บุคคลดีเด่นปี 2539 นายคมสันต์ ศรีสงคราม, น.ส.ทิฐินันท์ สุขนันตพงศ์, พ.ต.ท.นิคม สภาพพร และนายยงยุทธ ว่องแก้ว

                บุคคลดีเด่นปี 2542 นายปริพนธ์ กรรณิกา, นพ.กำชัย รังสิมันต์ไพบูลย์, ด.ต.กำปั่น   บุญรอด และนางสุวนิช ภู่ขจร

                บุคคลดีเด่นปี 2543 นายสันติ อภัยราช, นายปริญญา ปานทอง, ชุดสืบสวน สภ.อ.เมืองกำแพงเพชร, นายมณเฑียร พุ่มริ้ว และนายณรงค์ แสงอโน

                บุคคลดีเด่นปี 2544 นายเรืองศักดิ์ แสงทอง, นายสมหมาย ฉัตรทอง, พ.ต.ท.อัศจรรย์ สังวโรสกุล, นายพิทักษ์ มหบุญพาชัย และหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลกำแพงเพชร

                บุคคลดีเด่นปี 2545 นายเสนอ เพชรพราย, นายสมศักดิ์ มีครุฑ, ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดกำแพงเพชร, นายสมศักดิ์ ขำสกุล และนายภูวนาท มุสิกภูตานนท์

                บุคคลดีเด่นปี 2546 ผศ.รัตนา รักการ, นายธงชัย ธรรมสุคติ, พ.ต.ท.ไพศาล คงเพชรศักดิ์, นายนพดล ตัญเจริญสุขกิจ และนายประเทือง เกตุอ่ำ

                บุคคลดีเด่นปี 2547 นายสมศักดิ์ ศรีละโพธิ์, นายกฤช อาทิตย์แก้ว, พล.ต.ต.ยงยุทธ งามเกษม, นายมนต์ชัย รุ่งชาญชัย และนางพยอม สุขโรจน์

        บุคคลดีเด่นปี 2549 นายประกาศิต อิทธิการกูล, นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์, พ.ต.ต. ปติพงศ์ คิสาลัง, นายอัมพร ประยูรวงษ์, นายอนุพงษ์ เรืองชัยศิวเวท และนายจุลพันธ์ ทับทิม

                บุคคลดีเด่นปี 2550 นายสมชาติ จูจันทร์, นายสมเกียรติ สุวรรณนิมิต, พ.ต.ท.สมนึก นวลคำ, นายเสริมวุฒิ สุวรรณโรจน์ และนายจุลพันธ์ ทับทิม

                บุคคลดีเด่นปี 2551 นายสมบัติ ตันเจริญ, นายวิทยา ผิวผ่อง, ข้าราชการตำรวจ สภ.ทรงธรรม และนายกมล สิมเมือง

                บุคคลดีเด่นปี 2552 นายประจักษ์ ศรสาลี, นายถาวร เฉิดพันธุ์, พ.ต.ต.เชาวลิต รัมวุฒิ,
นางรุ่งทิพย์ เรืองวิไลทรัพย์ และนายสมมาตร บุญฤทธิ์

                บุคคลดีเด่นปี 2553 นางวรรณา โชคประเสริฐถาวร, นางอรอนงค์ กลางนภา, พ.ต.ต.พงษ์ศักดิ์ วิริยะเขษม  พร้อมคณะชุด 50, นางรัชนี อัศวสุธีรกุล และนายธำรง จันคง

                บุคคลดีเด่นปี 2554 น.ส.ละมัย มีขันหมาก, นพ.ณัฐพร วงษ์ศุทธิภากร, ร.ต.อ.ธนะชัย เหลืองเพชรรัตน์, นายสุวรรณ ศุภกิจเจริญ และนายมาณพ ศิริไพบูลย์

                บุคคลดีเด่นปี 2555 นายไพโรจน์ ชนะภัย, นพ.บัลลังก์ อุปพงษ์, พ.ต.อ.ธนวรรธ์ อยู่คง, และนางประสพพร จงสวัสดิ์

                บุคคลดีเด่นปี 2556 นายยงยุทธ บดีรัฐ, นายรณชัย จิตรวิเศษ, พ.ต.อ.ชลิตร         วิริยะไกรศรีกุล, นายวิโรจน์ ธีรวัฒน์วาที และนายโชคชัย ถมอินทร์

                บุคคลดีเด่นปี 2557 นางอัมพร เต็มศิริรักษ์, นพ.รังสันต์ ชัยกิจอำนวยโชค, ด.ต.สมาน สายด้วง, นายสรวิชญ์ ธันยบูรณ์สถาพร และนายพยอม อยู่พันธ์

                บุคคลดีเด่นปี 2558 นายบุญเพ็ง ศรีจันทร์, นายเทวัญ หุตะเสวี, พ.ต.อ.เอนก จันทร์ศร, นางก้อนแก้ว พลอาจ และนายสุนทร รัตนากร


                บุคคลดีเด่นปี 2559 ผศ.เยาวลักษณ์ ใจวิสุทธิ์หรรษา, นายรุ่งชัย ใบกว้าง, พ.ต.ท.ปริญญา ปานท้วม, นายโกสินทร์ จงพัฒนสมบัติ และ นพ.พิชัย ศิริพรพาณิชย์

                บุคคลดีเด่นปี 2560 ดร.บรรจบ ภูโสดา, นายธวัชชัย เกตุพันธ์, พ.ต.ท.ณัฐดนัยพล    ปิ่นทอง, นายสุภชัย ปิติวุฒิ และนางพวงเพชร บรรณา





  ขออภัย เนื่องจากข้อมูลบางส่วนสูญหาย ยังหาไม่พบ หรือไม่ได้ประกาศ บุคคลดีเด่นบางปีจึงไม่ปรากฏ

หากท่านใดมีข้อมูลเพิ่มเติม โปรดแจ้งให้สมาคมทราบด้วย จักเป็นพระคุณอย่างสูง

 

                                                                                                           รวบรวมโดย......... ปรภาค ปรภาคธรรม

                                                                                                     (อดีตนายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชนกำแพงเพชร 4 สมัย)

 
เพลงจังหวัดกำแพงเพชร (เนื้อเพลง)
 
เพลงกำแพงเพชรบ้านของเรา

 กรุพระเครื่อง เลื่องลือซุ้มกอ กำแพงเพชรหนอ เป็นเมืองโบราณ
น้ำตกกล่าวขาน สวยงาม เห็นมาช้านาน น้ำตกคลองลาน งามตา
ไม้ในป่า สวยจริง เราไม่ตัดทิ้ง ตระหง่านหนักหนา
ลานกระบือล้ำค่า น้ำมันขุดมา จึงมีประโยชน์ ผลดี
แม่น้ำปิง ไหลผ่านทุกวัน กำแพงเพชรนั้น สง่าราศี
แม้งานแห่งปี งานนบพระมี เล่นเพลง พร้อมสารทไทย กล้วยไข่หวาน
งามกำแพงเพชรงาม คงมั่นทุกยาม ร่วมใจสมาน
มั่นในปณิธาน แซ่ซ้องประสาน กำแพงเพชร บ้านของเรา

(พิมพ์ชื่อเพลง แล้วค้นหาใน youtube หรือ google เพื่อรับฟังเพลงนี้)



เพลงเชิญเที่ยวกำแพงเพชร

 ถิ่นหนึ่งงามเรือง เกิดเมือง กำแพงเพชรพราว โบราณกล่าวขาน เมืองชากังราว นานมา
ฤาเทพเทวัญ เสกพา ให้กำแพงงามเลอค่า สถิตตรึงตรา แคว้นสุโขทัย
เกิดอุทยาน ประวัติศาสตร์เมือง วิไล ประชาใกล้ไกล เดินทางเร็วไว มาชม
เราต้องรักษา ศรัทธา ผองชาวประชา เกลียวกลม ให้งามชวนชม แห่งเมืองกำแพง
โอ้มรดก ของโลก เหมือนโชคของเรา เพริศเพรา งามไปทุกแห่ง
ภาพงาม วามแฝง บรรเจิดดังแสง เสน่ห์จริง พริ้งเพรา
จึงกล่าวเชิญชวน ท่านเยือน กำแพงเพชรเรา เพลินใจไม่เหงา ความงาม พริ้งเพราเกินพร่ำ
เชิญท่าน นำพาเฉลย พักพิงดังเคย คืนค่ำ ขับเป็นลำนำ เที่ยวเมืองกำแพง

(พิมพ์ชื่อเพลง แล้วค้นหาใน youtube หรือ google เพื่อรับฟังเพลงนี้)



เพลงสิบเอ็ดอำเภอ

เมืองกำแพงเพชร มีเจ็ดอำเภอ กับสี่กิ่งอำเภอ งามล้ำเลอค่า

สวยพราวตา เหมือนเพชรพา พะพร่างพราวแสง เรารักเมืองกำแพง เพชรสำแดง เปล่งแสงพราวพราย

สวยพราวตา เหมือนเพชรพา พะพร่างพราวแสง เรารักเมืองกำแพง เพชรสำแดง เปล่งแสงพราวพราย

เด่นอำเภอเมือง งามเรืองรองก็ พรานกระต่าย คลองขลุง ดูสวยแพรวพราย งามคลองลาน วิมานธานี

อีกลานกระบือ งามไทรงาม นั้นงามเกินที่ ขาณุวรลักษบุรี อำเภอดีนี้ได้นำพา

กิ่งทุ่งทราย ปางศิลาทอง เมืองสวยดังเพชรดังทอง งามเรืองรองนั้น โกสัมพี

สดสวย บึงสามัคคี รวมสี่กิ่งนี้ เป็นเมืองกำแพง



เพลงรามคำแหงกำแพงเพชร

กรุพระเครื่อง เมืองกล้วยไข่ ป่าไม้น้ำตก มรดกโบราณ
น้ำมันลานกระบือ มีชื่อมานาน คนขานระบือไกล
รามคำแหง กำแพงเพชรงาม ทุกผู้ทุกนาม ลูกพ่อขุนรวมไว้
น้ำเงินทอง รวมน้ำใจ รามทั้งจังหวัด อยู่หนใด ใครยากไร้ เราใจกังวล

* สามัคคี ช่วยสังคม ให้เขานิยม ให้ประโยชน์ ปวงชน
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มนัสเปี่ยมล้น ตราบสิ้นจนชีวา
ยึดมั่นใน คำขวัญฝังใจ รู้จักอภัย และตั้งใจศึกษา
บูชาพ่อขุนทุกครา สนองคุณชาติ ดังสมญา รามคำแหง กำแพงเพชรเอย (ซ้ำ *)
เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง
เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง.



เพลงรำวงกำแพงเพชรเมืองทอง

(สร้อย) โอ้กำแพงเพชรเมืองทอง ยามมองช่างสวยวิไล เหลียวมองไปทางไหน ล้วนแล้วก็งามทุกสิ่ง

สวยงามธรรมชาติ น้ำสะอาด เมื่อยามค่ำคืน สวยงามระรื่น ชื่นตา พารักให้สุขใจ

หญิง) เมืองเก่าชากังราว เด่นอะคร้าว นับมานานปี รุ่งเรืองสดสี โสภีโสภาลาวัณย์

แสนภูมิจิตใจ พิไลกระไรนะนั่น สุโขทัยคู่กัน เหมือนพระจันทร์กับอาทิตย์คู่

ชาย) กล้วยไข่เมืองกำแพงเรา ใคร ๆ เขานิยมกันไป ไร่งามน้ำใส สมใจแสนเพลินงามตา

สมจินต์สุขใจ พักกายสุขยามนิทรา จะไม่ลืมวาจา ขอสัญญาจะมานิรันดร์ (สร้อย)

หญิง) สาวหนุ่มเมืองกำแพง อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ประเพณีไซร้ นบพระเล่นเพลงเรามี

ชาย) ร่วมมือร่วมใจ รักษาให้นานน้องพี่ เทิดคุณความดี มีของดีต้องคงไว้มั่น

พร้อม) เราอยู่เมืองกำแพง เราไม่แล้ง น้ำใจแรงกาย ช่วยกันขวนขวาย ร่วมใจสามัคคีกัน

แม้นมีศึกมา หนใดไม่เคยนึกหวั่น สงบสุขสันต์ รักกันให้นานนะเจ้า (สร้อย 2 รอบ........จบ)

(พิมพ์ชื่อเพลง แล้วค้นหาใน youtube หรือ google เพื่อรับฟังเพลงนี้)



 เพลงมาร์ชกำแพงเพชร

 หมู่ ช.-ญ.) นามประเทือง เมืองกำแพงเพชรของเรานี้ เป็นเมืองดี ควรที่ภูมิใจ
อดีตกาลหน้าด่าน เมืองเอกแคว้นไทย สำคัญยิ่งใหญ่ ควรได้กล่าวขาน
ชากังราวชื่อเดิมเมื่อครั้ง ยังรุ่งเรือง เป็นนามเมือง มาแต่โบราณ
สิ่งที่เห็นย่อมเป็น ประจักษ์พยาน แม้ล่วงเลยผ่าน เนิ่นนานสืบมา

หมู่ ช.) พระเครื่องของเรา   หมู่ ญ. รับ) พระเครื่องของเรา
หมู่ ช.) เป็นยอดนิยม   หมู่ ญ.รับ) เป็นยอดนิยม
หมู่ ช.) ในสังคมชื่อเสียงลือชา  หมู่ ญ.) กำแพงเพชร เมืองพุทธศาสนา ประเพณีมุ่งรักษา จวบจนบัดนี้
หมู่ ช.) เมืองที่สมบูรณ์     หมู่ ญ.รับ) เมืองที่สมบูรณ์
หมู่ ช.) พูนสุขทุกครา   หมู่ ญ.รับ) พูนสุขทุกครา
หมู่ ช.) ทรัพยากรนั้นมากมี   หมู่ ญ.) แร่ป่าไม้ผลิตผลเกษตรก็ดี ประชากรต่างเปรมปรีดิ์ สุขศรีรื่นรมย์
หมู่ ญ.) กำแพงเพชรเป็นนาม ของความกล้าแกร่ง ชนเข้มแข็ง ทำดีพื้นที่อุดม
มีอาราม และเจดีย์ที่งามสม ใครเคยมา ต่างพากล่าวชม นิยมทั่วกัน
หมู่ ช.) มุ่งเทิดทูนราชา และราชินี ราษฎร์เรานี้ภักดี พระเป็นมิ่งขวัญ
เมืองกำแพงเพชร จึงร่มเย็นสุขสันต์ ชาวกำแพง กอบกิจขยัน รักกันยิ่งเอย



เพลงรำวงกำแพงเพชร

(สร้อย) กำแพงเพชรเป็นเมืองใหญ่ ทั่วแดนวิไล สดใสสะพรั่งตา
ไม้ก็งาม น้ำก็มีปลา ข้าวเต็มไร่นา สุขหรรษาในชีวี
ชาย) วันนี้ได้มา พบหน้าชื่นใจ เห็นเจ้าแต่ไกล ชวนใฝ่ในฤดี
สาวอำเภอเมือง ขาณุวรลักษบุรี คลองขลุง สดศรี พรานกระต่าย นี้มองอยู่ดูขำคม
หญิง) ท่าทีเจ้าชู้ ทำดูแกล้งไก๋ หรือจะมาใช้ ไม้เก่าให้หลงลม
รู้กันมานาน ปากหวานจะพานเป็นขม อย่าคิดแสร้งชม มาแอบปรารมภ์ ปลิ้นปลอกหลอกน้องเลย
 (สร้อย)
ชาย) พี่นี้ใช่มี วจียอกย้อน น้องอย่าแง่งอน ค้อนพี่ไปนักเอย
สาว ลานกระบือ ไทรงาม คลองลาน แม่เอ๋ย พี่นี้เปิดเผย โอ้ทรามเชย เจ้าเอ่ยให้ช้ำไย
หญิง) ที่เย้าก็ชาวกำแพงด้วยกัน น้องใช่เหยียดหยัน ยังหวั่นในฤทัย
พี่ชายเมียงมอง จะปองสาวอำเภอใด หากแม้ต้องใจ ขันหมากเร็วไว คงได้ดังสมจินต์
(สร้อย)
ชาย) พี่นั้นขยันสร้างตัวเพื่อน้อง คิดเก็บเงินทอง ไว้หมั้นเจ้ายุพิน
พื้นดินเราดี มากมีที่ทางทำกิน ได้ทรัพย์สินออมสิน คงสุขชีวิน ในถิ่นทองของเรา
หญิง) โอ้แสนชื่นใจ พี่ชายยิ่งนัก อุ๊ย ช่างน่ารัก มิได้ทำซบเซา
ผู้ชายกำแพง เข้มแข็งมาแต่เนิ่นเนา ไม่แพ้ใครเขา จังหวัดของเรา จึงสุขและสมบูรณ์
(สร้อย)

(พิมพ์ชื่อเพลง แล้วค้นหาใน youtube หรือ google เพื่อรับฟังเพลงนี้)



เพลงเมืองงามกำแพงเพชร

 ชาย) กำแพงเพชร เพชรเอกของเมืองไทย เมืองที่วิไล ชวนใจให้ใฝ่ถึง
มีความงามติดตรึง หวนคะนึง ยังซึ้งอยู่ในฤดี
หญิง) อดีตหลัง ยังได้เห็นทุกแห่ง ซุ้มป้อมกำแพง รายล้อมรอบธานี
กำแพงเพชรแดนนี้ ล้วนมากมี สิ่งที่ชวนทัศนา
ชาย) วัดพระธาตุ โสภางามเพริศแพร้ว หญิง) โอ้วัดพระแก้ว แวววับจับตา
ชาย) พิพิธภัณฑ์ อีกพระแสงราชศาสตรา  หญิง) ภูมิใจหนักหนา หาเมืองใดเปรียบเหมือน
ชาย) โอ้คนงาม งามยิ่งแล้วน้ำใจ ไม่อยากจากไป เมื่อยาม ได้มาเยือน
หญิง) กำแพงเพชร ติดเตือน ถึงแรมเลือน กี่เดือนปี มิลืมเลย



เพลงกำแพงเพชรแดนสวรรค์

แม่ปิงไหลหลั่ง สองฝั่งชล ดังจิตคน ชาวกำแพงเพชร เปี่ยมน้ำใจ
ทั่วถิ่นใกล้ไกล เห็นรอยยิ้ม พริ้มพร่างไป พาสดใส เบิกบาน
ทุกแห่งธรรมชาติ สวยบาดตา ทั้งภูผา ป้อมกำแพง เกาะแก่งสายธาร
น้ำตกคลองลาน วังชมพู ดูตระการ พร้อมบางพาน บ้านทุ่งเศรษฐี
ชื่อเสียงเลื่องลือ เมืองชื่อไตรตรึงษ์ ชวนใฝ่ถึง เรื่องหนึ่งที่รู้ กันด้วยดี
มีตำนาน ท้าวแสนปม สร้างธานี ล่วงมานานปี ยังเห็นอยู่ทั่วกัน
งามหาดแม่ปิง พริ้งพร่างพราว สวยจริงสาว ผิวนวลขาว ชวนผูกสัมพันธ์
ชายก็งานขยัน กำแพงเพชร แดนสวรรค์ เมืองมิ่งขวัญ ที่รักแห่งเรา

 

 
9  หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / กำหนดการ โครงการชากังราว นครแห่งศิลป์ ตอน หนึ่งพันสิบห้าปี เมืองมหัศจรรย์ นค เมื่อ: สิงหาคม 08, 2019, 11:03:06 am
กำหนดการ   โครงการชากังราว นครแห่งศิลป์
ตอน หนึ่งพันสิบห้าปี   เมืองมหัศจรรย์ นครไตรตรึงษ์ พระนครแห่งแรกของเมืองกำแพงเพชร
วันที่ ๒๒ สิงหาคม  ๒๕๖๒ ณ ลานพระเจดีย์ วังพระธาตุ  ตำบลนครไตรตรึงษ์พฤหัสบดีที่  ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๒ (วันคล้ายวัน พระพุทธเจ้าหลวงประพาสต้นนครไตรตรึงษ์ ๒๒ สิงหาคม ๒๔๙๙)
“”””””””””””””””””””””””””””””””””””””
๑๖.๓๐ น.  ลงทะเบียน ผู้เข้าร่วมงาน  “หนึ่งพันสิบห้าปี เมืองมหัศจรรย์ นคร 
               ไตรตรึงษ์ พระนครแห่งแรกของเมืองกำแพงเพชร” ประมาณ ๒๐๐ ท่าน
๑๗.๐๐ น.   เปิดงานโดย  นายเชาวลิตร  แสงอุทัย   ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร
รายงานการจัดงานโดย นายสุนทร  รัตนากร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร
๑๗.๒๐น.    เสวนา เรื่อง เราจะสร้างสรรค์นครไตรตรึงษ์ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวทาง   
                วัฒนธรรม ได้อย่างไร โดย
๑.อ สันติ อภัยราช  ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม
๒.นายกอบต.นครไตรตรึงษ์
๓.นายกเทศบาลเทพนคร
๔.นายกเทศบาลอ่างทอง
๕.อ.สุขศรี     สิทธิ   ปราชญ์ท้องถิ่นนครไตรตรึงษ์
๖.อ.รุ่งเรือง สอนชู   ปราชญ์ท้องถิ่นเมืองเทพนคร          
๑๘.๔๐ น.    รับประทานอาหารท้องถิ่นร่วมกัน ตามประเพณี ชาวเมืองนครไตรตรึงษ์   
๑๘.๔๐ น.     ชมการแสดง พื้นบ้าน ของชาวนครไตรตรึงษ์ และ ท้องถิ่นที่มาร่วมงาน
                  และผู้เกี่ยวข้อง (ระหว่างรับประทานอาหาร) ฟังเพลงเพราะๆ จากศิลปินเพลงชาวกำแพงเพชร
๑๙.๓๐ น.   ชมการเล่านิทานประกอบการแสดง เรื่องท้าวแสนปม ของโรงเรียนชนะเลิศ  การประกวดเล่านิทานของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร (โรงเรียนเรืองวิทย์พิทยาคม)
๒๐.๐๐ น ฟังเพลงกำแพงเพชร จากศิลปินเมืองกำแพงเพชร
๒๐.๑๕น.  ชมการแสดง ประกอบแสง เสียง เรื่อง หนึ่งพันสิบห้าปี เมืองมหัศจรรย์ นครไตรตรึงษ์ พระนครแห่งแรกของเมืองกำแพงเพชร  โดย โรงเรียนนครไตรตรึงษ์ และประชาชนผู้เกี่ยวข้อง
๒๑.๓๐ น. ปิดงาน
หมายเหตุ        ชมการแสดง และรับประทานอาหารพื้นถิ่นนครไตรตรึงษ์ กว่า ๒๐ ร้าน ฟรี
การแต่งกาย ตามวิถีไทยย้อนยุค (แบบงานอุ่นไอรัก)
ประชาชนอาจ แต่งกายแบบพื้นบ้านย้อนยุค)




10  หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / วาระการประชุม คณะกรรมการตามโครงการ ชากังราว นครแห่งศิลป์ หนึ่งพันสิบห้าปี เมื เมื่อ: สิงหาคม 05, 2019, 10:44:27 am
วาระการประชุม คณะกรรมการตามโครงการ   ชากังราว นครแห่งศิลป์
หนึ่งพันสิบห้าปี
เมืองมหัศจรรย์ นครไตรตรึงษ์ พระนครแห่งแรกของเมืองกำแพงเพชร
วันที่ ๒๒ สิงหาคม  ๒๕๖๒ ณ ลานพระเจดีย์ วังพระธาตุ  ตำบลนครไตรตรึงษ์
๖ สิงหาคม ๖๒ ณ อบต.นครไตรตรึงษ์ เวลา ๑๓.๐๐ น.
...........................
วาระที่ ๑ เรื่องประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ การจัดงานตามโครงการ
“ ชากังราว นครแห่งศิลป์” ที่วัดวังพระธาตุ นครไตรตรึงษ์ กำแพงเพชร วัดพฤหัสที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๒ ตรงกับวันคล้ายวันประพาสต้นของพระพุทธเจ้าหลวง เมือ่ ๑๑๓ ปี
มาแล้ว คือวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๔๔๙ จัดงาน เรื่อง หนึ่งพันสิบห้าปี เมืองมหัศจรรย์ นครไตรตรึงษ์ พระนครแห่งแรกของเมืองกำแพงเพชรวันที่ ๒๒ สิงหาคม  ๒๕๖๒ ณ ลานพระเจดีย์ วังพระธาตุ  ตำบลนครไตรตรึงษ์
วาระที่ ๒ เรื่อง ผลการประชุม เมื่อวันที่  ๘ กค. ๖๒  (อ.สันติ รายงาน)
พฤหัสบดีที่  ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๒ (วันคล้ายวัน พระพุทธเจ้าหลวงประพาสต้นนครไตรตรึงษ์ ๒๒ สิงหาคม ๒๔๙๙)
๑๖.๐๐ น. ตลาดประชารัฐ และตลาดโบราณ นครไตรตรึงษ์ พร้อม บริเวณ รอบพระเจดีย์   
               ด้านหน้า
๑๖.๓๐ น.  ลงทะเบียน ผู้เข้าร่วมงาน  “หนึ่งพันสิบห้าปี เมืองมหัศจรรย์ นคร 
               ไตรตรึงษ์ พระนครแห่งแรกของเมืองกำแพงเพชร” ประมาณ ๑๐๐ ท่าน
          มอบหนังสือ เรื่อง หนึ่งพันสิบห้าปี เมืองมหัศจรรย์ นครไตรตรึงษ์ พระนครแห่งแรกของเมืองกำแพงเพชร ท่านละ ๑ เล่ม สถานศึกษา และ เทศบาล อบต. อีก ๔๐๐ เล่ม รวม ๕๐๐ เล่ม
เปิดงานโดย ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
๑๗.๐๐น.    เสวนา เรื่อง เราจะสร้างสรรค์นครไตรตรึงษ์ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวทาง   
                วัฒนธรรม ได้ อย่างไร โดย อ สันติ อภัยราช  ผู้ร่วมเสวนา 
                นายก ท้องถิ่นทั้งสามแห่ง อ.สุขศรี สิทธิ   อ.รุ่งเรือง สอนชู และ.................
๑๘.๓๐ น.    รับประทานอาหารเย็นร่วมกัน (แจกคูปองอาหารหรือ เดินรับประทานได้ทุก   
                  ร้าน ในงาน ที่จัดแสดง(อบจ.เจ้าภาพ)
๑๘.๓๐ น.     ชมการแสดง พื้นบ้าน ของนครไตรตรึงษ์ และ ท้องถิ่นที่มาร่วมงาน โรงเรียน
                 และผู้เกี่ยวข้อง (ระหว่างรับประทานอาหาร)
๑๙.๓๐ น.   ชมการเล่านิทานประกอบการแสดง เรื่องท้าวแสนปม ของโรงเรียนชนะเลิศ  การประกวดเล่านิทานของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร
๒๐.๐๐ น.  ชมการแสดง ประกอบแสง เสียง เรื่อง หนึ่งพันสิบห้าปี เมืองมหัศจรรย์ นครไตรตรึงษ์ พระนครแห่งแรกของเมืองกำแพงเพชร  โดย โรงเรียนนครไตรตรึงษ์ และประชาชนผู้เกี่ยวข้อง
         ปิดงาน โดย...................................................
วาระที่ ๓  หน่วยงานและผู้รับผิดชอบ ในงาน เป็นผู้นำเสนอ ชี้แจง แถลงไข
๓,๑  การจัดสถานที่ ออกแบบ ระบบไฟฟ้า  ระบบความปลอดภัย . (อบต.ไตรตรึงษ์ และอบจ.กำแพงเพชร )
๓.๒ พิธีเปิดและต้อนรับแขกและลงทะเบียน  (อบต.นครไตรตรึงษ์ และอบจ.กำแพงเพชร และโรงเรียน นครไตรตรึงษ์และบ้านไตรตรึงษ์ )
๓.๓ นิทรรศการ พระพุทธเจ้าหลวง  (อบต.ไตรตรึงษ์)
๓.๔ จัดทำหนังสือเอกสารประกอบการเสวนา (อ.สันติ)
๓.๕ การจัดตลาดประชารัฐและการแสดง   (อบต.ไตรตรึงษ์ และอ.สุขศรี สิทธิและคณะ)
๓.๖ การเสวนา ( อ.สันติ และคณะ)
๓๗. พิธีกร (ต๋องและคณะ)
๓.๘ การแสดง ระหว่างรับประทานอาหาร (อ.สุขศรีและคณะ)
๓.๙ การเล่านิทาน เรื่องท้าวแสนปม โดยโรงเรียนชนะเลิศของ สนง.วธ.กพ.
       (อ.สันติ หรือ เจ้าหน้าที่ วัฒธรรม)
๓.๑๐ การแสดงละครประกอบแสงเสียง  เรื่อง หนึ่งพันสิบห้าปี
เมืองมหัศจรรย์ นครไตรตรึงษ์ พระนครแห่งแรกของเมืองกำแพงเพชร
           (ผอ.โรงเรียนนครไตรตรึงษ์)
   ๓.๑๑ เรื่องการเงิน ค่าใช้จ่าย ตลอดงาน (อบจ.กพ.และอบต.ไตรตรึงษ์)
   ๓.๑๒ การเชิญแขก และรับรองแขก เชิญประธาน และแขก (อบต.ไตรตรึงษ์ อบจ.กพ.)
   ๑.๑๓ กำหนดการประชุมครั้งต่อไป
๕  เรื่องเพิ่มเติมอื่นๆ (ประธานและผู้ร่วมประชุมนำเสนอ )
                            ปิดประชุม

















11  หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / คำนิยม นางสาวเมธาวี ลิ่มวชิรโชติ ผู้ขอเข้ารับการคัดเลือกเข้ารับรางวัลในโครงการ “ เมื่อ: สิงหาคม 04, 2019, 11:34:43 am
คำนิยม
นางสาวเมธาวี ลิ่มวชิรโชติ
ผู้ขอเข้ารับการคัดเลือกเข้ารับรางวัลในโครงการ “สรรหาคนดี ศรีสังคม”
.......................................................................
ผมนายสันติ อภัยราช อาจารย์ ๓ ระดับ ๙ อดีตประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร สามสมัย ปัจจุบันเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร  รางวัลคนดีศรีกำแพงเพชร คนดีแทนคุณแผ่นดิน ขอรับรองนางสาวเมธาวี ลิ่มวชิรโชติ ว่า
นางสาวเมธาวี ลิ่มวชิรโชติ เป็นเยาวชน ที่มาเป็นสมาชิกสโมสรฝึกการพูดกำแพงเพชร ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น   สี่ปีที่เรียนรู้อยู่ในสโมสรฝึกการพูดกำแพงเพชร ทำให้ผมรู้จักและคุ้นเคยกับเธอและครอบครัวเธอเป็นอย่างดี
นางสาวเมธาวี ลิ่มวชิรโชติ เป็นเยาวชนกี่มีความกตัญญูรู้คุณ ต่อทุกคนอย่างดียิ่ง เธออ่อนน้อมถ่อมตนแต่มีมีความเชื่อมั่นในตนเองสูง ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
นางสาวเมธาวี ลิ่มวชิรโชติ เป็นคนขยัน มีคุณธรรม อ่อนน้อมถ่อมตน มีคุณธรรม ๘ประการของสถานศึกษาอย่างครบถ้วน คือขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย
สุภาพ สะอาด สามัคคี มีน้ำใจ ต่อทุกคนที่ได้สัมผัสหรือรู้จักกับเธอทุกคน
จึงยืนยันว่านางสาวเมธาวี  ลิ่มวชิรโชติ  สมควรที่จะได้รับการคัดเลือกเข้ารับรางวัลในโครงการ “สรรหาคนดี ศรีสังคม”ของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกำแพงเพชร อย่างที่สุด
                                         
                                                        ลงชื่อ .....................................................
                             ( นายสันติ  อภัยราช)
ตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร
                          โทร ๐๘๑  ๔๗๕  ๕๕๕๗


12  หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / คำนิยม นายรัฐพงษ์ สืบวงษา ผู้ขอเข้ารับการคัดเลือกเข้ารับรางวัลในโครงการ “สรรหาคน เมื่อ: สิงหาคม 04, 2019, 11:34:03 am
คำนิยม
นายรัฐพงษ์ สืบวงษา
ผู้ขอเข้ารับการคัดเลือกเข้ารับรางวัลในโครงการ “สรรหาคนดี ศรีสังคม”
.......................................................................
ผมนายสันติ อภัยราช อาจารย์ ๓ ระดับ ๙ อดีตประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร สามสมัย ปัจจุบันเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร  รางวัลคนดีศรีกำแพงเพชร คนดีแทนคุณแผ่นดิน ขอรับรองและชื่นชม นายรัฐพงษ์ สืบวงษา ว่า
นายรัฐพงษ์ สืบวงษา นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคม เป็นเยาวชนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและเหมาะสม ตามโครงการ “สรรหาคนดี ศรีสังคม” ของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกำแพงเพชร โดยที่ผมเคยได้ทำงานร่วมกับ นายรัฐพงษ์ สืบวงษา หลายโครงการ ในฐานะวิทยากร และทำหน้าที่ ฝึกสอนและเป็นแบบอย่าง(โคช) ให้เขามาตลอด สามปี ของนายรัฐพงษ์ สืบวงษา จึงทราบว่า
นายรัฐพงษ์ สืบวงษา เป็นเยาวชนที่กตัญญู ต่อพ่อแม่ครูอาจารย์ ตลอดจนแผ่นดิน กำแพงเพชรและชาติไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเรา โดยการเข้ารับสมัครและได้รับเลือกตั้งิดำรงตำแหน่ง ประธานสภานักเรียนโรงเรียนกำแพงเพชร มาอย่างมีคุณภาพตลอดปีการศึกษา ๒๕๖๑
นายรัฐพงษ์ สืบวงษา ซื่อสัตย์สุจิต เป็นที่เชื่อถือของทุกคนที่ได้พบเห็นหรือทำงานร่วมกันกับเขาเป็นคนที่มีจิตอาสา ในการทำงานทุกเรื่องทำอย่างเต็มกำลัง โดยมิได้ท้อถอย  เป็นเป็นแบบอย่าง ที่ขยันขันแข็ง มีเมตตาช่วยเหลือทุกคนที่มีโอกาสทุกครั้ง ที่เด่นที่สุดคือเป็นอ่อนน้อมถ่อมตนทำให้ผมชื่นชมในตัวเขาตลอดมา
จึงยืนยันว่านายรัฐพงษ์ สืบวงษาสมควรที่จะได้รับการคัดเลือกเข้ารับรางวัลในโครงการ “สรรหาคนดี ศรีสังคม”ของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกำแพงเพชร อย่างที่สุด
                                         
                                                        ลงชื่อ .....................................................
                             ( นายสันติ  อภัยราช)
ตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร
                          โทร ๐๘๑  ๔๗๕  ๕๕๕๗
คำนิยม
13  หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / คอร์ปรับชัน คืออะไร บรรยายพิเศษ ผู้บริหารสถานศึกษา เสาร์ ๒๗ กค. ๖๒ โดม อนุบาล เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2019, 10:51:33 am
คอร์ปรับชัน คืออะไร
บรรยายพิเศษ  ผู้บริหารสถานศึกษา เสาร์ ๒๗ กค. ๖๒  โดม อนุบาลกำแพงเพชร
  รูปแบบและพฤติกรรมการคอร์รัปชัน  แบ่งการทุจริตใน 3 ระดับ ดังนี้
1 การทุจริตสีขาว คือ เป็นการกระทำที่ไม่เลวร้าย ไม่ได้ตั้งใจและไม่ได้คามคิดว่าจะเป็นการคอร์รัปชัน
2 การทุจริตสีเทา คือ เป็นการกระทำผิดที่คนบางกลุ่มยังีความเห็นแตกต่างออกไป เสียงส่วนใหญ่ยังมีความเห็นครุมเครือ  แต่การกระทำไม่ผิดกฎหมาย
3 การทุจริตสีดำ คือ เป็นการกระทำที่ถูกตำหนิและเห็นสมควรว่าถูกลงโทษ เป็นการกระทำที่ผิดกำหมาย ผิดกระบวนการยุติธรรม
                 หากสังคมไทยยังไม่สามารถหยุดยั้งเชื้อ "คอร์รัปชัน" นี้ได้ ประเทศไทยจะกลายเป็น หลุมดำ ที่ทำลายขีดความสามารถในการแข่งขันด้านจิตสำนึกกับประเทศอื่นๆ
1 ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 – 2564)
“ไม่ทนต่อการทุจริต   4 กลยุทธ์ คือ
กลยุทธ์ที่ 1 ปรับฐาน ความคิดทุกช่วงวัย สถาบันการศึกษามีส่วนมากี่สุด
กลยุทธ์ที่ 2 ส่งเสริมให้มีระบบและกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคมเพื่อต้านทุจริต
กลยุทธ์ที่ 3 ประยุกต์หลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงเป็นเครื่องมือต้านทุจริต และ
กลยุทธ์ที่ 4 เสริมพลังการมีส่วนร่วมของชุมชน (Community)และบูรณาการทุก ภาคส่วนเพื่อต่อต้านการทุจริต


หัวข้อวิชา 4 วิชา ประกอบด้วย
1) การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม
 2) ความอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
3) STRONG : จิตพอเพียงต้าน
4) พลเมืองและความรับผิดชอบต่อสังคม
การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของสภาปฏิรูป
แห่งชาติ
(๑) ยุทธศาสตร์การปลูกฝัง “คนไทย ไม่โกง”เพื่อปฏิรูปคนให้มีจิตสำนึก
(๒) ยุทธศาสตร์การป้องกันด้วยการเสริมสร้างสังคม ธรรมาภิบาลเพื่อเป็นระบบป้องกันการทุจริตเสมือนการสร้างระบบภูมิต้านทานแก่ทุกภาคส่วนในสังคม
 (๓) ยุทธศาสตร์การปราบปราม เพื่อปฏิรูประบบและกระบวนการจัดการต ่อกรณีการทุจริต
 ได้จำแนกรูปแบบของการขัดกัน ระหว่างประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม ออกเป็น ๗ รูปแบบ คือ
๑) การรับผลประโยชน์ต่างๆ (Accepting benefits)
๒) การทำธุรกิจกับตนเอง (Self - dealing)
๓) การทำงานหลังจากออกจากตำแหน่งหน้าที่สาธารณะหรือหลังเกษียณ
 ๔) การทำงานพิเศษ (Outside employment or moonlighting)
 ๕) การรู้ข้อมูลภายใน (Inside information)
 ๖) การใช้ทรัพย์สินของราชการเพื่อประโยชน์ธุรกิจ
 ๗) การนำโครงการสาธารณะลงในเขตเลือกตั้งเพื่อประโยชน์ทางการเมือง (Pork - barreling)
 ๘) การใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์แก่เครือญาติหรือพวกพ้อง (Nepotism) หรือ
 ๙) การใช้อิทธิพลเข้าไปมีผลต่อการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานของรัฐอื่น (influence) เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองหรือพวก ๆ
   “การปฏิบัติงานแบบใช้ระบบคิดฐานสิบ (Analog)”
    คือ การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐยังมีระบบ การคิดที่ยังแยกเรื่องตำแหน่งหน้าที่กับเรื่องส่วนตนออกจากกันไม่ได้นำประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ ส่วนรวมมาปะปนกันไปหมดแยกแยะไม่ออกว่าสิ่งไหนคือประโยชน์ส่วนตนสิ่งไหนคือประโยชน์ส่วนรวม นำบุคลากรหรือทรัพย์สินของราชการมาใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน เบียดบังราชการ เห็นแก่ประโยชน์ ส่วนตน เครือญาติหรือพวกพ้อง เหนือกว่าประโยชน์ของส่วนรวมหรือของหน่วยงาน จะคอยแสวงหา ประโยชน์จากตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีเกิดการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วน รวม จะยึดประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก
 “การปฏิบัติงานแบบใช้ระบบคิดฐานสอง (Digital)” คือการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐมีระบบการคิด ที่สามารถแยกเรื่องตำแหน่งหน้าที่กับเรื่องส่วนตนออกจากกัน แยกออกอย่างชัดเจนว่าสิ่งไหนถูกสิ่งไหนผิด สิ่งไหนทำได้สิ่งไหนทำไม่ได้สิ่งไหนคือประโยชน์ส่วนตนสิ่งไหนคือประโยชน์ส่วนรวม ไม่นำมาปะปนกัน ไม่นำบุคลากรหรือทรัพย์สินของราชการมาใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน ไม่เบียดบังราชการเห็นแก่ประโยชน์ ส่วนรวมหรือของหน่วยงานเหนือกว่าประโยชน์ของส่วนตน เครือญาติและพวกพ้องไม่แสวงหาประโยชน์ จากตำแหน่งหน้าที่ราชการไม่รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากการ ปฏิบัติหน้าที่กรณีเกิดการขัดกัน ระหว่างประโยชน์ส่วนตนและ



คำอธิบายความหมายของ “STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต”
 ๑) S (sufficient) : ความพอเพียง
 ๒) T (transparent) : ความโปร่งใส ผู้นำ ผู้บริหาร บุคคลทุกระดับ องค์กรและชุมชนต้องปฏิบัติ งานบนฐานของความโปร่งใสตรวจสอบได้ดังนั้น จึงต้องมีและปฏิบัติตามหลักปฏิบัติระเบียบ ข้อปฏิบัติ กฎหมาย ด้านความโปร่งใส ซึ่งต้องให้ความรู้ความเข้าใจ(knowledge) และปลุกให้ตื่นรู้(realise)
๓) R (realise) : ความตื่นรู้
 ๔) O (onward) : มุ่งไปข้างหน้า
 ๕) N (knowledge) : ความรู้
๖) G (generosity) : ความเอื้ออาทร
ปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดการคอร์รัปชัน
เงินเดือนข้าราชการที่ต่ำ
การขาดการศึกษาของประชาชน
ช่องว่างทางรายได้ระหว่างชนชั้นต่างๆ
การขาดความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดิน
ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง
การไร้ซึ่งประชาธิปไตย
การขาดเสรีภาพในการแสดงออก
ระบบราชการที่เทอะทะ
และ อำนาจแบบรวมศูนย์
การขจัดรากเหง้าการคอร์รัปชันแบบไทยๆ
หน่วยงานต่างๆ ให้โปร่งใสไร้การคอร์รัปชัน
เช่น ศาลปกครอง
 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
 ผู้ตรวจการแผ่นดิน
 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
 และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญยังได้เพิ่มบทบาทแก่ NGOs และภาคประชาสังคมให้สามารถเข้ามาร่วมตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
จิตพอเพียง ต้าน ทุจริต
ถ้าไม่ทุจริตในประเทศไทย
   สร้าง ม ราชภัฎ ได้ ๑๒๐๐ แห่ง
   สร้าง รพ.ใหญ่       ๑๗๗ แห่ง
   สถานีตำรวจ           ๑๗๐๐๐ แห่ง
   รัฐสภา         ๓๐ แห่ง
   รถไฟฟ้ารางคู่      ๑๒ สาย
   รถไฟฟ้า บี ที เอส    ๒๐ สถานี
   มัธยมขนาดใหญ่       ๕๑๐๐ แห่ง
   โรงเรียนประถม   ๕๐๐๐๐ แห่ง   

14  หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / กำหนดการฉบับหารือ ๘ กค. ๖๒ ณ อบต.นครไตรตรึงษ์ เวลา ๑๓.๐๐ น. ชากังราว นครแห่งศิล เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2019, 09:44:16 am
กำหนดการฉบับหารือ  ๘ กค. ๖๒ ณ อบต.นครไตรตรึงษ์ เวลา ๑๓.๐๐ น.
ชากังราว นครแห่งศิลป์
ตอน
หนึ่งพันสิบห้าปี เมืองมหัศจรรย์ นครไตรตรึงษ์ พระนครแห่งแรกของเมืองกำแพงเพชร
วันที่ ๒๒ สิงหาคม  ๒๕๖๒ ณ ลานพระเจดีย์ วังพระธาตุ  ตำบลนครไตรตรึงษ์
...........................
ผู้เกี่ยวข้อง
      ๑ องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร
      ๒.อบต. ไตรตรีงษ์
      ๓ เทศบาลอ่างทอง
      ๔.เทศบาลเทพนคร
      ๕.ผู้นำและปราชญ์ท้องถิ่น รวมทั้งประชาชน ในท้องถิ่น
      ๖.โรงเรียนนครไตรตรึงษ์
      ๗.โรงเรียนบ้านไตรตรึงษ์
      ๘. สำนักงานวัฒนธรรม จว  กพ.
      ๙. ....................................................
      ๑๐........................................................






กำหนดการ
พฤหัสบดีที่  ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๒ (วันคล้ายวัน พระพุทธเจ้าหลวงประพาสต้นนครไตรตรึงษ์ ๒๒ สิงหาคม ๒๔๔๙)
๑๖.๐๐ น. ตลาดประชารัฐ และตลาดโบราณ นครไตรตรึงษ์ พร้อม บริเวณ รอบพระเจดีย์    
               ด้านหน้า
๑๖.๓๐ น.  ลงทะเบียน ผู้เข้าร่วมงาน  “หนึ่งพันสิบห้าปี เมืองมหัศจรรย์ นคร  
               ไตรตรึงษ์ พระนครแห่งแรกของเมืองกำแพงเพชร” ประมาณ ๑๐๐ ท่าน
          มอบหนังสือ เรื่อง หนึ่งพันสิบห้าปี เมืองมหัศจรรย์ นครไตรตรึงษ์ พระนครแห่งแรกของเมืองกำแพงเพชร ท่านละ ๑ เล่ม สถานศึกษา และ เทศบาล อบต. อีก ๔๐๐ เล่ม รวม ๕๐๐ เล่ม
เปิดงานโดย ,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
๑๗.๐๐น.    เสวนา เรื่อง เราจะสร้างสรรค์นครไตรตรึงษ์ ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวทาง  
                วัฒนธรรม ได้ อย่างไร โดย อ สันติ อภัยราช  ผู้ร่วมเสวนา  
                นายก ท้องถิ่นทั้งสามแห่ง อ.สุขศรี สิทธิ   อ.รุ่งเรือง สอนชู และ.................
๑๘.๓๐ น.    รับประทานอาหารเย็นร่วมกัน (แจกคูปองอาหารหรือ เดินรับประทานได้ทุก    
                  ร้าน ในงาน ที่จัดแสดง(อบจ.เจ้าภาพ)
๑๘.๓๐ น.     ชมการแสดง พื้นบ้าน ของนครไตรตรึงษ์ และ ท้องถิ่นที่มาร่วมงาน โรงเรียน
                 และผู้เกี่ยวข้อง (ระหว่างรับประทานอาหาร)
๑๙.๓๐ น.   ชมการเล่านิทานประกอบการแสดง เรื่องท้าวแสนปม ของโรงเรียนชนะเลิศ  การประกวดเล่านิทานของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร
๒๐.๐๐ น.  ชมการแสดง ประกอบแสง เสียง เรื่อง หนึ่งพันสิบห้าปี เมืองมหัศจรรย์ นครไตรตรึงษ์ พระนครแห่งแรกของเมืองกำแพงเพชร  โดย โรงเรียนนครไตรตรึงษ์ และประชาชนผู้เกี่ยวข้อง
         ปิดงาน โดย....................................................



















15  หมวดหมู่ทั่วไป / จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร / -------ขับเสภา----- สามสิบปี สมศักดิ์ศรี ไมตรีสง่า สีเทา – แสด ล้ำค่า พาเ เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2019, 03:42:16 pm
-------ขับเสภา-----

สามสิบปี สมศักดิ์ศรี   ไมตรีสง่า 
สีเทา – แสด ล้ำค่า   พาเฉิดฉาย
ลูก มอ นอ. ยังมั่นคงมิเสื่อมคลาย
แม้มลาย    ชื่อคงอยู่  คู่แผ่นดิน
-------ซาวด์กลอน-----ลาวสมเด็จ
อันสมเด็จ พระมหา กษัตริย์ราช   เป็นขวัญชาติ ธงชัย ไทยทั้งผอง
เป็นฉัตรแก้ว คุ้มเกศ ประเทศครอง  ทรงปกป้อง ประชาราษฎร์ ให้ร่มเย็น
 ชื่นพระคุณ ทรงการุณ ไทยอุ่นอก       ไทจะปก ป้องพระคุณ การุณเห็น
  เทอดบูชา พระคุณไว้ ไร้ลำเค็ญ         ธ ทรงเป็น พระภูมินทร์ เหนือถิ่นไทย
  ร่วมจงรัก  ภักดี  มิวายเว้น                  ให้สมเป็น ไทยชาติ  แสนยิ่งใหญ่
มั่นภักดี  บาทธุลี  มิเปลี่ยนใจ                  รวมฤทัย จิตอาสา  ราชาเอย
-----เพลง รัชกาลที่ 10 ทรงพระเจริญ------





-------ซาวด์พูด-----คำหวาน
 ท่านประธานและผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน
 โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร  รู้สึกซาบซึ้งในพระคุณของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ได้จัดกิจกรรมที่ดีงามและทรงคุณค่า ให้แก่เยาวชน และช่วยสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทย ในโอกาสพิเศษ วาระครบรอบ 30 ปีของ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในครั้งนี้
โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร ได้นำบทเพลงสรรเสริญ และเฉลิมพระเกียรติ   “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “
 เป็นการแสดงถึงความ จงรัก ภักดี และสรรเสริญพระมหากษัตริย์ไทยซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ ที่ทรงพระคุณอันประเสริฐ ในการสร้างความมั่นคงทางการเมืองการปกครอง  รวมทั้งการสร้างสรรค์วัฒนธรรม  และพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองสืบมา และบทเพลงพระเทพของชาวไทย  เพื่อ…แสดงความจงรักภักดี ต่อ พระองค์ดุจเดียวกัน



-------ซาวกลอน-----
           พระเทพรัตนปราชญ์ดนตรี           ทรงสืบสาน  คีตกวี  ให้ยิ่งใหญ่
         เป็นคุณค่ามรดกแก่ชาวไทย        ที่เชิดหน้าชูตาไว้แสนปรีดา
          ราชสุดา เป็นที่ภักดิ์ แก่นักเรียน       ทรงเยี่ยมเยียนให้โอกาสการศึกษา
           ให้เด็กไทยมีความรู้เกิดปัญญา           ให้ก่อร่างสร้างคุณค่าสืบสานดี
          พระกนิษฐาธิราชทรงเปี่ยมล้ำ               ธ  ทรงธรรมตามกษัตริย์ทุกวิถี
         คือเจ้าหญิง วิเศษองค์ วงศ์จักรี           ขอสดุดีพระองค์ไว้กลางใจชน

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และนักเรียน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกคน ในโรงเรียน องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร

-----เพลง พระเทพของชาวไทย------
หน้า: [1] 2 3 ... 88
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!